การเมืองเดือดทัพเรือแจ้งจับเพื่อไทย

การเมืองเดือดทัพเรือแจ้งจับเพื่อไทย

สถานการณ์ทางการเมืองช่วงวันนี้ได้มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆอย่างที่บอกไปแล้วว่าในตอนกันยายนนั้นน่าจะมีความเคลื่อนไหวหลายต่อหลายเรื่องที่ทำให้การเผชิญหน้าหรือว่าความเสียดสีกันระหว่างทางการเมืองหรือว่าระหว่างฝ่ายต่างๆได้ยกระดับความรุนแรงมากขึ้นและหลายคนก็ได้มีความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆว่าพวกเราอาจจะเดินหน้าไปสู่สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัติรัฐประหารว่าในเวลานี้กระแสข่าวลือเรื่องของการปฏิวัติมาแรงเรื่องรัฐประหารมากแรง

แต่ย้ำว่ามันยังคงเป็นข่าวลือแต่ว่าข่าวลือเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารในทุกๆครั้งนั้นก็ไม่แน่นว่าจะเกิดแต่ก็ไม่แน่นว่ามันจะไม่เกิดโดยเฉพาะในเวลานี้นั้นปัจจัยทางการเมืองบรรยากาศทางการเมืองหรือว่าพฤติกรรมของฝ่ายต่างๆที่มีศักยภาพในการก่อรัฐประหารหรือว่าสื่อฝั่งต่างๆที่ได้ใกล้ชิดกับก่อนการรัฐประหารนั้นการขยับบทบาทต่างๆมันคล้ายๆกับการเตรียมการสร้างฉากการสร้างสถานการณ์

เพื่อทำให้เกิดการรัฐประหารอย่างต่อเนื่องใน เดือนกันยายน นี้ได้มีคนพูดกันเยอะว่าจะต้องจับตาดูว่าสถานการณ์การทางการเมืองจะคลี่คลายไปทางไหนระหว่าง” ยุบสภา ลาออก “ และรัฐประหาร ทำไมถึงได้บอกแบบนั้นปกติการรัฐประหารหรือว่าการปฏิวัตินั้นมันจะเกิดขึ้นในเวลาที่ความขัดแย้งทางการเมืองเดินหน้าไม่ได้หรือว่าจริงๆเดินหน้าได้แต่บรรยากาศนั้นเป็นบรรยากาศที่กองทัพรู้สึกว่าตัวเองจะได้รับผลกระทบกับตัวเอง

ซึ่งบ่อยครั้งในการรัฐประหารที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพมีท่าทีแปลกๆหลายต่อหลายเรื่องด้วยกันวันนี้ได้มีท่าทีแปลกๆของกองทัพอย่างน้อยสองเรื่องเกิดขึ้นเรื่องที่หนึ่งคือเรื่องของกองทัพเรือที่พยายามที่จะซื้อเรือดำน้ำแต่ว่าความต้องการซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือนั้นจริงๆแล้วการซื้อเรือดำน้ำยังคงเดินหน้าอยู่ต่อไปรัฐบาลยังไม่ล้มเลิกการซื้อเรือดำน้ำ

นอกจากนี้กระแสของสังคมที่คัดค้านไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปนักวิชาการหรือว่าแม้แต่พรรคการเมืองเองพรรคประชาธิปัตคุณองอาจ ค้าไพบูลย์รองหัวหน้าพรรคกรรมาธิการพรรคงบประมาณของประชาธิปัตเองที่ได้ออกมาคัดคานการซื้อเรือดำน้ำทำให้แม้กระทั่งเรือดำน้ำเอง สส. บางคนก็ได้ออกมาคิดว่าการซื้อเรือดำน้ำนั้นมันอาจจะไม่เหมาะเลยก็ได้

กองทัพเรือถอยไปแต่เหมือนว่าอารมณ์ค้างของกองทัพเรือมันยังไม่จบไปด้วยและได้มีการเข้าไปแจ้งความจับ สส. พรรคเพื่อไทย

ซึ่งเรืองนี้ถือว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ทางการเมืองเพราะว่า สส. ฝ่ายนิติบัญญัติคือตัวแทนประชาชนกองทัพเป็นข้าราชการเป็นหน่วยงานที่มันสมควรที่จะอยู่ภายใต้ฝ่ายบริหารและฝ่ายหารคือนายประยุทธ์นั้นก็ควรจะตองอยู่ภายใต้การกำกับของฝ่ายนิติบัญญัติ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ole777

ประยุทธ์อาจติดคุกค่าโง่เหมืองอัครา

ประยุทธ์อาจติดคุกค่าโง่เหมืองอัครา

ซึ่งประเด็นเรื่องของเหมืองทองอัครานายประยุทธ์ได้เล่าแบบย่อๆเลยก็คือว่าเรื่องของเรื่องมันได้มีการทุจริตคอร์รับชั่นจากเมืองนอกเข้ามาเงินมันได้แวะที่ฮ่องกงสิงค์โปรก่อนที่ใครสักคนได้เงินจากตรงนี้เข้ามา

เหมืองทองอัครานี้มันได้กินเนื้อที่ประมาณ3จังหวัดที่นี่ใน3จังหวัดนี้มันก็จะมีที่พิษณุโลก น่าน พิจิต กินพื้นที่3จังหวัดที่ได้ทำเหมืองทองและในการทำเหมืองทองรอบๆพื้นที่นั้นมันนได้รับผลกระทบเราได้เรียกมันว่าผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องราวมันเป็นมานานหลายปีและก็มีคนร้องเรียนไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ฝุ่น กลิ่น สี ควัน แรงกระทบหรือแม้แต่สิ่งที่มันได้ตกลงไปในธรรมชาติทั้งหลายเลยน้ำดินอากาศหมด

ทั้งนี้ก็ได้มีการร้องเรียนกันไปมาเป็นเวลานานและพอมาถึงในช่วงยุคของ คสช. นายประยุทธ์เขาก็ได้ใช้ มาตรา44ได้บอกว่าที่นี้เรื่องร้องเรียนมันเยอะมาขึ้นเราก็ต้องทำการตรวจสอบเพื่อให้ได้ความเป็นทำกับทั้งสองฝ่ายทั้งประชาชนด้วยและผู้ที่ลงทุนที่ได้มาจากออสเตรียด้วยก็ควรให้ระงับเอาไว้ก่อน

เสร็จแล้วพอเรื่องมันบานปลายจนเรื่องไปถึง ปชป. เขาได้ไปเจอเส้นทางการเงินของบริษัทที่เขาได้ดำเนินธุรกรรมของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเมืองนอกเขาก็จะมีกฎหมาย

ซึ่งถ้าเราจะเห็นได้โดนเด่นเลยและเคยมีตัวอย่างมากแล้วในเมืองไทยว่าอเมริกาและออสเตรียทั้งสองประเทศนี้เคยมีเรื่องออสเตรียเมื่อหลายปีก่อนเขาก็เคยมีเรื่องในส่วนของที่ดินแต่รอบนี้เป็นเรื่องของเหมืองทองออสเตรียเขาจริงในเรื่องของเหมืองทองและได้มามีเรื่องอีกและเรื่องของเรื่องนี้มันจะต้องมีการจ่ายใต้โต๊ะ

นอกจากนี้กฎหมายทางออสเตรียและอเมริกาตะวันตกในหลายๆประเทศของเขาจะแรงมากถ้าหากว่าคุณไปลงทุนประเทศใดก็ตามทีแล้วไปจ่ายเงินใต้โต๊ะถือว่าคุณนั้นมีความผิดไปด้วยและยิ่งถ้าเป็นตลาดที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็หนักเข้าไปอีก

เมื่อหลายปีก่อนที่จะเกิดขึ้นเหมืองทองอัครามันเคยเกิดเร่องของเหมืองเกลือมาแล้วและนั่นก็มีคนติดคุกกันไปแล้วหลายคนที่ออสเตรียทีนี่ในเหมืองอัครานายประยุทธ์บอกว่าเมื่อได้มีการร้องเรียนเพราะฉะนั้นถ้าต้องการความเป็นธรรมก็จะต้องหยุดกันไปก่อน

หลังจากนั้นที่เหมืองอัครามันก็ได้ถูกลากเข้ามาในการเมืองพร้อมกับคำเก่าๆที่เรียกกันว่า (ค่าโง่)นายประยยุทธ์ทำให้เราเสียค่าโง่

นอกจากนี้มันยังมีเส้นทางที่ได้รับเงินเข้ากระเป๋าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่พวกเขานั้นได้มองเห็นแล้วเมื่อกับเรื่องการซื้อเครื่องบินไทยเขาได้เห็นว่ามันมีเงินเข้ากระเป่า

 

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

หลักปฏิบัติของชาวพุทธ ศีล 5

หลักปฏิบัติของชาวพุทธ ศีล 5

ชาวพุทธมีหลักปฏิบัติที่สำคัญคือ ศีล5 ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐานสำหรับคนที่นับถือศาสนาพุทธใช้ยึดถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลามานาน ศีล5ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชาวพุทธที่ควรปฏิบัติกัน แต่คนส่วนใหญ่มักปฏิบัติตรงกันข้ามกับศีล5 หรือไม่สามารถปฏิบัติตนตามหลักการถือศีล5ได้เลย จนทำให้การดำเนินชีวิตมีแต่ความวุ่นวาย

ซึ่งศีล5มีหลักปฏิบัติกันไม่ยากเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งนั้น เรามารู้จักหลักปฏิบัติกันดีกว่ามีอะไรบ้าง

ข้อที่ 1 เว้นจาการฆ่าสัตว์  คือการมีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ ไม่เบียดเบียนหรือทำร้ายร่างกายต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ มีจิตใจปรารถนาดีไม่ฆ่าสิ่งมีชีวิต เห็นอกเห็นใจต่อสัตว์และเพื่อนมนุษย์

ข้อที่ 2 เว้นจากการลักขโมย คือการไม่เอาของคนอื่นมาเป็นของเราโดยที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต ไม่ว่าจะเอามาด้วยวิธีใดก็ตาม เช่น ฉ้อโกง หลอกลวง ยักยอก วิ่งราว ขู่เข็ญ ปล้น เป็นต้น ควรขยันทำมาหากินหาซื้อเองโดยไปแย่งของใครมา รู้จักการให้ทานแก่เพื่อนมนุษย์และสัตว์

ข้อที่ 3 เว้นจากการประพฤติผิดในกาม คือการซื่อสัตย์ต่อภรรยาและสามีของตนเอง ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสามีภรรยาคนเมื่อมีเจ้าของแล้ว ไม่ว่าจะแสดงอาการสบตา พูดจาหยอกหวานใส่ หรือถ้ายังไม่ได้แต่งงานกันต้องเคารพตามประเพณี การให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ข้อที่ 4 เว้นจากการพูดเท็จ การพูดกับใครต้องมีความจริงใจพูดแล้วไม่คืนคำ ไม่เสียสัตย์ ไม่ผิดสัญญา ไม่พูดคำหยาบ คำส่อเสียดต่อกัน ไม่ใช้คำพูดหลอกลวงหรือพูดเสียดแทงต่อเพื่อนมนุษย์ ควรพูดด้วยความจริงใจมีความปรารถนาดีต่อกัน พูดแต่สิ่งที่ดีให้ผู้ฟังรู้สึกดีตามไปด้วย

ข้อที่ 5 เว้นจากการดื่มสุรา  ข้อนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้าดื่มสุราแล้วมึนเมาย่อมทำให้ตนเองขาดสติ ส่งผลให้มีการประพฤติการะทำความชั่ว ส่งผลให้ผิดศีลในข้ออื่นๆตามไปด้วย ดังนั้นควรงดเว้นจากการดื่มของมึนเมาและไม่เสพยาเสพติด แม้แต่บุหรี่ก็ห้ามถือว่าเป็นสิ่งเสพติดเหมือนกัน

การที่จะเป็นคนมีศีลธรรมนั้นต้องมีการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันให้ครบตามศีลทั้ง 5 ข้อ จึงถือว่าเป็นคนมีศีลธรรมเต็มตัว โดยไม่ขาดข้อใดข้อหนึ่ง ถ้าทุกคนสามารถปฏิบัติกันได้สังคมบ้านเมืองย่อมมีความสงบสุข ไม่มีเพศภัยต่อสังคม แต่คนส่วนใหญ่นั้นล้วนแต่ปฏิบัติกันไม่ได้ส่งผลให้มีปัญหาหาตามมากมายดังเห็นกันในทุกวันนี้ ดังนั้นศีล 5 ถือว่าสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์เช่นกัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  alpha88

การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

หลายๆคนคงจะเห็นว่า ในปัจจุบันนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าตกใจ ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผู้คนที่อาศัยก็พากันวิตกกังวลอย่างมาก ในหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์การปล้นร้านทองลพบุรี เหตุการณ์ที่จังหวัดโคราช เหตุการณ์เหล่านี้ได้สร้างความสะเทือนใจ ให้แก่ประชาชนอย่างมาก ทำให้ประชาชนบางคนนั้น ตื่นตัว วิตกกังวลอย่างมาก

เพราะกลัวว่าเหตุการณ์เหล่านี้ จะเกิดขึ้นตัวเองรึเปล่า นอกจากเรื่องเหล่านี้แล้ว ความเปลี่ยนแปลงอีกหนึ่งอย่างทีสร้างความวุ่นวาย ให้แก่โลกของเราอย่างมาก นั่นก็คือเชื่อไวรัสโควิด 19 เป็นเชื้อไวรัสที่สร้างความวุ่นวายให้แก่คนหลายๆประเทศอย่างมาก แล้วสิ่งของที่เรานั้น ต้องการในการปกป้องก็คือ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ มีความขาดแคลนอย่างมาก แต่ถ้าหากเราเจอร้านขายก็จะพบได้ว่ามีราคาที่แพลงมาก ที่เรากล่าวมานั้น ถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันนี้อย่างมาก

ความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันนี้

บางสิ่งบางอย่างนั้น เราก็แทบไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย เพราะว่าการที่เรานั้น ไม่สามารถทำอะไรต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ได้ เราไม่สามารถแก้ไขปัญญาหาไวรัสได้ แต่เราทำได้แค่การเซฟตัวเอง อยู่บ้าน ไม่ต้องออกไป น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่เราต้องตักตุนอาหารไว้ด้วย จะดีอย่างมากถ้ามีผักและผลไม้ด้วย เพราะในช่วงนี้การดูแลตัวเองนั้น ต้องมาเป็นอันดับแรกเลย

เพราะว่าการที่เรานั้น ทานอาหารที่มีประโยชน์ สารอาหารครบถ้วน อาจจะทำให้ร่างกายของเรานั้น มีภูมิคุ้มกันมากยิ่งขึ้น ในเมื่อเราสามารถดูแลตัวได้แค่นี้ เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นเรา เราต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด สร้างภูมิต้านทานให้แก่ตัวเราเอง เพื่อให้เกิดผลดีกับตัวเราเอง

ผลกระทบของความเปลี่ยนแปลง

เราจะเห็นได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น รุนแรงขนาดไหน ไวรัสจะเข้าไปทำลายปอดของเรา ฉะนั้นคนที่สูบบุหรี่ธรรมดา หรือคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ควรต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะว่าการที่เราสูบบุหรี่นั้น ก็เป็นตัวทำลายปอดของเราเช่นกัน แต่เชื่อไวรัสนี้ จะทำได้รุนแรงกว่า ฉะนั้นทางที่ดีเราควรหันมาใส่ใจสุขภาพร่างกายของเราดีกว่า เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเรานั้น จะต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน

แต่การที่เราหันมาสนใจในสิ่งรอบตัวเรา ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราจะได้รู้ว่าควรจัดการกับตัวเองยังไงดีเพื่อให้มีชีวิตที่ดี เพื่อการดำรงชีวิตในแต่ละวันของให้มีความสุข ไม่ต้องมาคอยวิตกกังวล ทางที่ดีของเราที่ดีที่สุด คือการดูแลตัวเองให้มากๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง มือถือ

ม็อบปลดแอกจะไม่กลัวประยุทธ์อีกต่อไป

ม็อบปลดแอกจะไม่กลัวประยุทธ์อีกต่อไป

สำหรับการวชุมนุมในครั้งนี้ได้เป็นสัญญาณของอะไรการชุมนุมได้เป็นสัญญาณในการปฏิเสธอำนาจของนายประยุทธ์ไปแล้วอย่างสิ้นเชิงแน่นอนว่าเรื่องของการเรียกร้องนั้นเป็นเรื่องของการต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นเรื่องของการอยากให้มีการยุบสภาเป็นเรื่องของการไม่ให้มีการคุกคามประชาชนเป็นเรื่องของการไม่เอารัฐบาลแห่งชาติไม่เอาการรัฐประหารแต่แกนทั้งหมดของการเคลื่อนไหวของนักศึกษาในรอบนี้

นั้นมันได้เกิดขึ้นท่ามกลางการข่มขู่การคุกคามที่รัฐบาลของ นายประยุทธ์ ได้กระทำกับประชาชนอย่างต่อเนื่องก่อนหน้าที่จะมีการชุมนุมในวันที่16สิงหาคม นั้นในการไล่ล่าการจับกุมแกนนำไม่ว่าจะเป็นการจับกุม ทนายอานนท์ นั้นที่ได้ลากไปที่ยังศาลอาญา

ซึ่งได้อุ้มจากศาลอาญาไปยังโรงพักประชาชนต้องไปชุมนุมเพื่อช่วย ทนายอานนท์ในมุมของประชาชนจากท สน.บางเขน และ สน.ห้วยขวาง การจับ นายไมค์ ต้องอุ้มไมค์จากศาลอาญาเพื่อที่จะนำไปโรงพักประชาชนได้แห่กันไปปกป้องนายไมค์อย่างคับคั่งหรือแม้กระทั่งการอุ้มเพนกวินจากเมืองทองธานีต่อหน้าสื่ออย่างอุกอาจ

หลังจากนั้นก็พยายามที่จะเอาเพนกวินเอาห้องขังจากนั้นเพนกวินก็ได้รับการประกันตัวแต่ในที่สุดแล้วนั้นในการคุกคามที่ได้รุกรามไปจนถึงเด็กมัธยมไล่ล่ากันจนถึงเด็กมัธยมแม้กระทั่งเมื่อวานนี้เด็กพัทลุงมัธยมจะมารวมกิจกรรมปลดแอกที่จังหวัดตรังก็มีตำรวจได้บุกเข้าไปตามล่าถึงบ้านส่งเจ้าหน้าที่สอดแนมวิ่งไล่ล่าราวกับว่านักเรียนนั้นเป็นอาชญากรกับกลายเป็นสิ่งที่หนึ่งส่งผลให้มีการเรียกแขกประชาชนลงถนนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้สาระที่สำคัญมันไม่ใช่ที่ประชาชนลงถนนมากขึ้นสาระที่สำคัญก็คือการข่มขู่ที่รัฐบาลของ นายประยุทธ์ ทำไม่ว่าจะเป็นการใช้เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอย่างตำรวจกระบวนการยุติธรรมต่างๆหรือการข่มขู่ด้วยวิธีนอกกฎหมายใช้เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบบุกไปตามบ้านประชาชนบุกไปตามบ้านของนักศึกษาบุกไปตามบ้านเยาวชนบุกไปตามบ้านเด็กนักเรียนนั้นมาถึงจุดที่ประชาชนไม่สนใจการข่มขู่การคุกคามใมนลักษณะแบบนี้อีกแล้ว

ประชาชนนักศึกษาในเลยเส้นของงความหวาดกลัวของผู้มีอำนาจไปเรียบร้อยแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคำปราศรัยของนักศึกษาในเวลานี้หลายเรื่องได้มีสัญญาณที่หากผู้ที่มีอำนาจในประเทศไทยช่วงปี52ช่วงปี53และช่วงหลังปี57ก็ได้ยินก็คือ กลุ่มของ นายประยุทธ์ นายประวิตร นายอนุพงษ์ กลุ่ม นายสนธิ กลุ่ม นายสุเทพ ก็จะรู้สึกขนลุกว่าปาบกรรมที่แต่ละคนได้ทำกับประเทศไทย

มันกำลังไล่ล่าเพราะวันนี้ในที่ชุมนุมของนักศึกษาของกลุ่มประชนชาปลดแอกนั้นเราได้เห็นการเคลื่อนตัวทางอุดมการนักศึกษาก่อนที่จะมีการจัดกิจกรรมของประชาชนปลดแอกคุณแหนที่ได้เป็นประชาชนเสื้อแดงเป็นผู้ที่ได้เป็นพยายานปากที่สำคัญที่สุดของการฆ่าประชาชน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  betbbthai

นายประยุทธ์ต้องลาออกอย่างเดียวเรื่องจบ

นายประยุทธ์ต้องลาออกอย่างเดียวเรื่องจบ

สำหรับเรื่องของการเมืองนั้นที่ประชาชนได้เกิดขึ้นมาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเบี้องหน้าเบี้องหลังเพราะฉะนั้นโจทย์ใหญ่ของประเทศคือความขัดแย้งระหว่างฝั่งซึ่งต้องการให้มีการเลือกตั้งความต้องการให้มีรัฐธรรมนูญใหม่กับอีกฝั่งหนึ่งที่ต้องการปกป้องอำนาจของ นายประยุทธ์ เอาไว้ตอลดไปโชคดีที่ในเวลานี้เความพยายามที่จะคุกคามหรือว่าปิดกั้นหรือว่าเล่นงานนักศึกษาประชาชน

ไม่ว่าจะเป็นกรณีจับเพนกวินกรณีที่จะเตรียมจับคุณรุ้งที่หอพักนักศึกษานั้นมันได้จุดประกายให้คนจำนวนมากในประเทศนั้นได้มีความรู้สึกว่าในเวลานี้ไม่สามารถปล่อยปะไม่สามารถยอมจำนนไม่สามารถที่จะละเลยไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งเฉยให้ประเทศไทยอยู่ภายใต้เงาทมิฬของการคุกคามกลั่นแกล้งเหยียดหยามจำจักหรือแม้กระทั่งขู่ฆ่าคนที่ได้เห็นต่างได้อีกต่อไป

นอกจากนี้ได้มีการเปรียบเทียบกันแบบนี้ว่าสถานการณ์ในประเทศไทยในวันนี้นั้นได้เป็นสถานการณ์ที่ผู้มีอำนาจในการยึดอำนาจจากประชาชนและพอนักศึกษาและประชาชนมาขอทวงอำนาจคืนผู้มีอำนาจพยายามที่จะตั้งคำถามแบบนี้ว่านักศึกษาประชาชนที่ได้ออกมาขอทวงอำนาจคืนนั้นมารยาทไม่เหมาะพูดจาไม่ดี

เพราะฉะนั้นเมื่อมารยาทไม่เหมาะพูดจาไม่ดีผู้มีอำนาจไม่ขอคืนอำนาจและ” ขอยิงผู้ที่ทวงอำนาจทิ้ง “ คำตอบคืนประเทศไทยควรจะเป็นแบบนี้หรือเปล่าแน่นอนว่าไม่ใช่ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องได้รับการคุ้มครองจากประชาธิปไตยแบบนานาอารยประเทศเดินหน้าไปสู่คันรองของการปกครองแบบปกติ

ซึ่งการหาทางออกให้กับประเทศด้วยการตั้งหลักว่าทหารนั้นการแทรกแซงทางการเมืองคือความสับสนวุ่นวายไปทั้งหมดนั้นมันเป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องทำและโชคดีที่ในเวลานี้คนรุ่นใหม่ทิศทางของสังคมใหม่คนที่คิดแบบใหม่นั้นน่าจะกลายเป็นเสียงของคนรุ่นใหม่แทบจะทั้งหมดในประเทศไทยไปแล้ว

เนื่องจากนี้วันนี้ได้มีปรากฏการที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลมีเดียที่เรานั้นไม่เคยได้พบเห็นมาก่อนก็คือความเคลื่อนไหวในทวีตเตอร์ที่บอกว่าวันนี้ดาราเคารพเอาท์แล้วหรือยังแล้วก็เกิดปรากฏการณ์ที่ดารานักแสดงนักร้องวัยรุ่นจำนวนมากได้ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านการเล่นงานนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์คัดค้านการเล่นงานกับคนที่ได้เห็นต่างไม่ว่าจะเป็น แบงค์ธิติมหาโยธารักษ์ได้โพสว่า “ คนที่คิดต่างไม่ควรถูกคุกคาม

แต่ควรถูกรับฟัง เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ได้โพสว่า “ ถ้าเราร่วมมือกัน เราสามารถเปลี่ยนที่นี่ให้ดีขึ้นไปกว่านี้ได้เพื่อทุกคนเพื่อตัวเราเองเพื่อนาคตของรุ่นต่อไป “  เจมส์ ธีรดนย์ โพสว่า “ การแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วยซ้ำหากต้องถูกคุกคามจากที่มีความเห็นที่แตกต่างถือเป็นเรื่องที่ไม่แฟร์และเป็นเรื่องที่น่าอายมากที่สุด “

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  dewabet

นายประยุทธ์ใช้250สว.ตั้งตัวเองเป็นนายกและสั่งคุกคามไล่ล่า นร.และ นศ. 

นายประยุทธ์ใช้250สว.ตั้งตัวเองเป็นนายกและสั่งคุกคามไล่ล่า นร.และ นศ. 

วันนี้ได้มีการชุมนุมสำคัญเกิดขึ้นที่ธรรมศาสตร์มันเป็นการชุมนุมของธรรมศาสตร์3วิทยาเขตหลักคือท่าพระจันทร์รังสิตลำปางรวมตัวกันเช่นเดียวกันกับที่ได้มีการชุมนุมกันที่มหาวิทยาลัยที่จังหวัดเชียงใหม่เกิดขึ้นเพราะฉะนั้นมันได้เป็นสัญญาณของการชุมนุมที่ต้องถือว่ารัฐบาลได้เข้าสู่สภาวะสกัดไม่อยู่แล้วอย่างยิ่งภายในสัปดาห์นี้จะมีการรวมตัวกันครั้งใหญ่ที่ถนนราชดำเนินอีกครั้งหนึ่งในวันที่16สิงหาตามที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกได้นับหมายไป

วันนี้บรรยากาศทางการเมืองเป็นไปเรื่องของการเผชิญหน้าระหว่างพลังสองฝ่ายพลังฝ่ายหนึ่งก็คือนักศึกษานักเรียนประชาชนซึ่งต้องการเรียกร้องให้มีประชาธิปไตยเรียกร้องให้มีการจัดร่างรัฐธรรมนูญใหม่เรียกร้องให้มีการยุบสภาเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนขณะที่ประฎิกิริยาอีกฝั่งหนึ่งของทางฝั่งกลไกลรัฐของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นฝั่งตำรวจหรือไม่ทหารนั้นต้องถือว่าในรอบหนึ่งสัปดาห์นี้จนมาถึงวันนี้และมันคงจะหนักหน่วงอยู่ตลอดสัปดาห์นี้ไปนั้นมันเป็นการเข้าสู่ภาวะของการไล่ล่าของการคุกคามของการบีบคั้นของการกดดันสกัดไม่ให้นักเรียนและนักศึกษามารวมตัวอย่างเข้มข้นแล้ว

ซึ่งได้มีเดิมพันของเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของนักเรียนจะจัดชุมนุมในวันที่16สิงหาคมได้หรือไม่แต่เดิมพันของเรื่องนี้ทั้งหมดคือการสูญเสียอำนาจของ นายประยุุทธ์ ในการแต่งตั้งวุฒิสมาชิกมาเลือกตัวเองมาเป็นนายกตลอดกาลถึง250คนนั่นมันหมายถึงการสูญเสียความได้เปรียบของพรรคพลังประชารัฐภายใต้การบังคับบัญชาของ นายประวิตรที่จะเอาจำนวนวุฒิสมาชิก250คนที่ นายประยุทธ์ได้ตั้งขึ้นมาเองให้ไปบีบคั้นพรรคการเมืองอื่นๆคนมาหนุน นายประยุทธ์ ด้วย

เพราะฉะนั้นเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ประชาชนมองว่านี้มันคือการเรียกร้องในระบบประชาธิปไตยแบบปกติเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญเรียกร้องให้มีการยุบสภาเรียกร้องให้อำนาจรัฐไม่คุกคามประชาชนแต่ในมุมของผู้ที่ได้มีอำนาจสิ่งที่ได้มีประชาชนเรียกร้องนั้นมันไม่ใช่การเรียกร้องให้แค่การทำรัฐธรรมนูญใหม่แต่คือการเรียกร้องให้มีการสละอำนาจของ นายประยุทธ์ อย่างไม่เป็นทางการเพราะว่าคนอย่าง นายประยุทธ์ นั้น

หากไม่มีวุฒิสมาชิก250คนเขาคงจะไม่มีวันที่จะได้เปรียบของพลังประชารัฐและได้เอาเรื่องนี้ได้กดดันพรรคอื่นให้หนุน นายประยุทธ์เป็นนายกได้แล้ว 

นอกจากนี้ได้มุมมองของรัฐบาลเรื่องนี้เหมือนกับว่าเป็นสงครามและมันเป็นสงครามซึ่งหากว่าประชาชนชนะ นายประยุทธ์ แพ้การสูญเสียวุฒิสมาชิกเป็นสิ่งที่ นายประยุทธ์ ยอมรับไม่ได้และพลังประชารัฐยอมรับไม่ได้เพราะฉะนั้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าวันนี้ภาพของการเคลื่อนไว้ของนักศึกษาและนักเรียนได้เผชิญการกดดันเผชิญการคุกคามด้วยอำนาจรัฐต่างๆอย่างดุดเดือดแทบจะไม่น่าเชื่อว่าคนเหล่านี้มองคนในชาตินักศึกษาเป็นคนร่วมชาติด้วยกันหรือเปล่า

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 สล็อต

ประยุทธ์บริหารเงินประชาชนโดยที่ไม่สามารถตรวจสอบได้

ประยุทธ์บริหารเงินประชาชนโดยที่ไม่สามารถตรวจสอบได้

วันนี้ที่ด้านสภาเดือดเพราะว่าเป็นวันอภิปราย พรบ. งบประมาณแล้วก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่จะต้องชื่นชมว่าสมาชิกผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะเป็นจากทาฝั่งชงรัฐบาลหรือจากฝ่ายค้าน สส. ที่ต้องถือว่าเป็น สส. คุณภาพจากฝั่งรัฐบาลและจากฝ่ายค้านเราได้ฟังคำอภิปรายทั้งวันแล้วต้องบอกและขอชื่นชอบเลยว่าพยายามที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนพยายามจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติพยายามที่จะไรส่องการจัดทำงบประมาณของนายประยุทธ์

ซึ่งเป็นคนที่มีอำนาจในการเอาเงินของประชาชนไปใช้โดยที่ประชาชนนั้นไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้เลยหลังจากที่นายประยุทธ์ได้ใช้กระบอกปืนตั้งตัวเองเป็นนายกในปี57กฏหมายงบประมาณไม่เคยผ่านผู้แทนเลยมี สนช. ที่นายประยุทธ์ตั้งมาทั้งหมดแล้วก็ไม่มีการตรวจสอบนายประยุทธ์เลย15ล้านล้านบาท5ปีที่นายประยุทธ์บริหารเงินภาษีของประชาชนตามความพอใจ

นอกจากนี้ที่สภาได้มีการตรวจสอบงบประมาณมีการรายงานงบประมาณแล้วเป็นสิ่งที่  สส.  แทบจะทุกคนจากฝ่ายค้านและรัฐบาลนั้นพยายามที่จะตรวจสอบและมีการตั้งคำถามถึงการไม่ชอบด้วยกฏหมาย พรบ. งบประมาณด้วยแต่ที่มันสำคัญไปกว่านั้นก็คือทั้งฝ่ายค้านและทางรัฐบาลพยายามที่จะชีประเด็นและได้ตั้งคำถามกันมามากเลยก็คือ “เรื่องงบกลางในยุคของนายประยุทธ์ที่มันเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติเป็นงบที่ สส. นั้นไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้สภาตรวจสอบไม่ได้และเรื่องของงบฉุกเฉิน”

ซึ่งมันได้เพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกตินั้นมันจะตัดลดได้หรือไม่อย่างไรเพราะว่างบฉุกเฉินในรอบที่ผ่านมานั้นบางครั้งเอาไปซื้อรถถังบางครั้งเอาไปซื้อยานเกาะมันกลายเป็นงบประมาณที่เซ็นเช็คเปล่าให้กับนายประยุทธ์

เพราะฉะนั้นแล้วที่สภานักการเมืองน้ำดี สส ศิริพงษ์ ภูมิใจไทย สสวิโรจน์ จากอนาคตใหม่หลายคนนั้นได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนโฟกัสไปที่สองเรื่องก็คืออยากตัดงบกลางและอยากลดงบฉุกเฉินที่เป็นกระเป๋าตังของนายประยุทธ์5ปีที่ผ่านมา

ซึ่งได้มีการอภิปรายเรื่องงบและทิศทางในการอภิปรายไม่ว่าจะเป็นผ่านค้านหรือว่าฝ่ายรัฐบาลนั้นทุกคนพยายามที่จะโฟกัสไปที่การใช้งบประมาณที่ได้มาจากภาษีของประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยเฉพาะที่มีการพูดกันมาอย่างยาวนานในเรื่องของงบกลางและงบฉุกเฉินที่บอกได้เลยว่ามันสูงขึ้นมาอย่างผิดปกติ

นอกจากนี้กรรมาธิการงบประมาณพูดด้วยซ้ำไปว่าการจัดทำงบประมาณรอบนี้มีความผิดปกติอยู่หลายเรื่องขัดกับกฏหมายในงบประมาณและมีร่องรอยพิรุธมีร่องรอยของความไม่โป่งใส่จนกระทั่งหากใครเสนอกฏหมายงบประมาณฉบับนี้เข้าสู่สภาก็อาจจะมีความผิดด้วยซ้ำไปแต่ว่าประเด่นหลักในส่วนเรื่องของความผิดกฏหมายด้วยความที่ไม่ชอบรัฐธรรมนูญก็คือเรื่องของการเสนอเรื่องของการตัดงบกลางและงบฉุกเฉินซึ่งถือว่าเป็นหม้อข้าวของนายประยุทธ์ในช่วงที่ผ่านมา

 

สนับสนุนโดย  rb88 สมัคร

การซื้อประกันอย่างถูกวิธี

การซื้อประกันอย่างถูกวิธี

ยุคนี้ใครๆหลายคนก็ต้องทำประกัน ยิ่งเกิดภาวะวิกฤติของไข้ระบาดที่มาเยือนที่ประเทศไทยแล้วนั้น ยิ่งทำให้รู้สึกว่าการมีประกันนั้นอุ่นใจกว่า เพราะไหนจะเรื่องของค่ารักษาพยาบาลที่ได้มีการทำประกันสุขภาพ เพื่อโอนความเสี่ยงไปให้กับบริษัทประกันแล้วก็ตาม หรือจะเป็นหลักประกันเพื่อคนข้างหลังก็เถอะ

ดังนั้นการมีประกันจึงจำเป็นมากในชีวิตยุคปัจจุบัน แต่การจะซื้อประกันนั้นควรจะต้องมีการวางแผนให้เหมาะกับช่วงอายุวัยที่เราจะซื้อ ซึ่งเวลาการซื้อประกันนั้นจะมีหลักพื้นฐานในการนำมาเลือกซื้อคือ ช่วงวัย และความจำเป็นของช่วงวัย โดยเราจะแบ่งออกเป็นสามช่วง คือวัยสามสิบ วัยสี่สิบ และวัยห้าสิบ

ซึ่งประกันชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัยสามสิบปี นั้น โดยปรกติวัยนี้คือวัยเริ่มต้นของหน้าทีการงานและมักเป็นวันที่เริ่มสร้างครอบครัว การเลือกประกันควรดูจากลักษณะการทำงาน สถานภาพของครอบครัว และผู้ทีอยู่ในการดูแลของเรา แต่อย่างไรก็ตามการซื้อประกันชีวิต ควรจะต้องมีประกันสุขภาพคุ้มครองไว้ด้วย

ส่วนประกันชีวิตที่เหมาะกับคนช่วงวัยสี่สิบปี โดยส่วนใหญ่จะมีครอบครัว บุตร หรือบิดามารดา ที่ต้องดูแล และภาระหนี้สินที่ยังมีเหลือสูงอยู่ ดังนั้นการทำประกันควรจะต้องมีความคุ้มครองสูงอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าหลักประกันนี้จะช่วยให้คนข้างหลังคุณต้องเหนื่อยในยามที่ไม่มีคุณ และสำคัญที่จะเห็นได้ชัดเจนสิ่งหนึ่งของการทำประกันในคนวัยนี้คือ การเน้นการเก็บออมเงิน และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้เพิ่มมากขึ้นได้ เพราะด้วยหน้าที่การทำงานที่มีรายได้สูงขึ้น การเสียภาษีก็เยอะขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการลดหย่อนภาษีไว้ด้วย

และประกันที่เหมาะกับคนวัยห้าสิบปี ควรจะทำประกันที่เป็นลักษณะประกันหลังวัยเกษียณ ที่มีการจ่ายเงินบำนาญให้กับคนทำประกันทุกๆ ปีหลังจากมีการส่งเบี้ยประกันจนครบกำหนดสัญญา และควรจะมีประกันในเรื่องของสุขภาพ ดูแลค่ารักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วย รวมไปถึงประกันเงินออมต่างๆ ที่หลังเกษียณ จะได้มีเงินออมที่เก็บไว้ใช้ทุกเดือนและเงินบำนาญที่เอาไว้ใช้ฉุกเฉินทุกๆ ปี  อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีต่างๆ อีกด้วย

ดังนั้นเราจะเห็นว่าประกันชีวิตมีประโยชน์และจุดเด่นที่แตกต่างกันไป สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ควรทำความเข้าใจในเงื่อนไขของสัญญา ข้อยกเว้นต่างๆ รวมถึงความคุ้มครองต่างๆ และสิทธิของผู้เอาประกันภัยให้ชัดเจน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกตีพิมพ์ลงอยู่ในเล่มกรรมธรรม์เก็บไว้ให้เราเป็นหลักฐานอยู่แล้ว หลังจากที่เราทำประกันจะได้เล่มนี้กลับมาไว้ในครอบครอง

 

 

สนับสนุนโดย  rb88 thai

ศพเด็กทารกถูกทิ้งเอาไว้ในกล่องโฟม มีจดหมายฝากทำพิธีศพให้ด้วย

ศพเด็กทารกถูกทิ้งเอาไว้ในกล่องโฟม มีจดหมายฝากทำพิธีศพให้ด้วย

       ช่วงเวลาประมาณ 21:00 นของคืนวันที่ 11 เดือนเมษายนปีพศ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสน. ประเวศได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่ามีคนพบศพเด็กทารกเพศชายนอนอยู่ในกล่องโฟมซึ่งถูกวางทิ้งไว้ตรงศาลาบริเวณโรงเรียนสุเหร่าบ้านม้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน. ประเวศจึงได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเมื่อไปถึงก็พบกล่องโฟมสีขาววางอยู่และมีศพเด็กทารกอยู่ในนั้นซึ่งเป็นเพศชายลักษณะของศพยังมีสายสะดือติดอยู่และมีผ้าพันตัวเอาไว้ที่สำคัญด้านในกล่องโฟมนั้นยังมีกระดาษเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ว่าให้ช่วยทำพิธีทางศาสนาให้กับศพเด็กทารกดังกล่าวด้วย

โดยระบุว่าต้องการให้เป็นพิธีฝังของทางศาสนาอิสลามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเก็บหลักฐานเอาไว้ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบหาผู้กระทำผิดโดยมีการส่งศพของเด็กเพื่อไปชันสูตรพลิกศพซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าศพเด็กทารกดังกล่าวน่าจะเพิ่งเสียชีวิตไม่นานไม่เกิน 3 ชั่วโมง ตำรวจได้มีการสอบถามรปภของโรงเรียนสุเหร่าบ้านม้า

ซึ่งเป็นคนเห็นกล่องโฟมเป็นคนแรกแต่ไม่ได้เข้าไปดูเลยทางรปภได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นกล่องโฟมนี้ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 15:00 นแล้วแต่ไม่ได้เข้าไปเปิดดูเพราะคิดว่าน่าจะมีเจ้าของเอามาวางไว้ซึ่งในตอนนั้นก่อนที่จะมีกล่องโฟมมาวางทางรปภเห็นว่ามีรถกระบะไม่แน่ใจสีขับมาจอดตรงบริเวณศาลาดังกล่าวซึ่งจอดได้ไม่นานก็ถอยหลังออกไปโดยในตอนนั้นทางรปภเองก็แปลกใจเหมือนกันว่ารถกระบะคันดังกล่าวเข้ามาทำไมเพราะว่าในซอยนี้ด้านในจะเป็นแคมป์คนงานแต่ก็ไม่เห็นว่ารถกระบะคันดังกล่าวจะขับรถเข้าไปในแคมป์เพราะจอดแค่ตรงศาลาหลังจากนั้น

ก็ถอยรถออกไปเลยตัวเองก็ไม่ได้สนใจอะไรจนเมื่อหลังจากกลับไปกินข้าวที่บ้านแล้วจะมาปฏิบัติหน้าที่ต่อที่โรงเรียนบอกว่ามีกล่องกลมวางอยู่แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงเด็กร้องหรือไม่ได้มีกลิ่นเหม็นอะไรจึงไม่ได้สนใจจนเมื่อมีพลเมืองดีพบของปลอมอีกครั้งหนึ่งช่วงเวลาประมาณ 20:30 นซึ่งพลเมืองดีคนที่โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาดูศพนั้นกล่าวว่าเพื่อนของเธอไม่มีการให้เพื่อนอีกกลุ่มนึงมารับโดยออกมารอที่บริเวณศาลาแต่ระหว่างที่ยืนรออยู่นั้นก็เห็นว่ามีกล่องโฟมวางอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นดึงเข้าไปข้างนอกน่ามองดูในกล่องโฟมพบศพเด็กทารกนอนอยู่ข้างใน

เพื่อนของเธอจึงได้วิ่งมาบอกเธอและเธอจึงได้โทรแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูซึ่งหลายคนเชื่อว่าทารกน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ก่อน 15:00 นแล้วเพราะว่ามีกระดาษระบุให้ช่วยทำพิธีฝังศพเด็กทารกให้ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาหลักฐานว่าใครเป็นผู้นำศพเด็กทารกมาทิ้งไว้เพื่อที่จะได้ดำเนินคดีต่อไป

 

 

สนับสนุนโดย  next88 ฝากเงิน

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa