ผู้เขียน: admin

หญิงอึ้งกับอาหารที่น้อยเกินขนาดแมวกินยังไม่อิ่ม

หญิงอึ้งกับอาหารที่น้อยเกินขนาดแมวกินยังไม่อิ่ม

เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เองซึ่งเกิดขึ้นเกี่ยวกับลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเขานั้นได้สั่งอาหารจัดร้านข้างทางร้านซึ่งเธอสั่งเมนูไก่ทอดน้ำปลาซึ่งพบว่าราคาของมันราคา 70 บาทในรูปนั้นจะเห็นว่ามันหน้าตาน่ากินมาก

เธอจึงได้ทำการสั่งโดยที่ไม่แม้แต่จะสนใจราคารวมถึงอ่านคอมเม้นของร้านก่อนซึ่งหลังจากนั้นเมื่อของมาส่งเธอก็รีบแกะถุงทันทีแต่เมื่อเห็นก็ถึงกับช็อกจนแทบหมดสติเพราะว่าอาหารที่เธอนั้นได้มามันน้อยมากซึ่งเป็นเกย์สายจานและลองกินกินได้แค่ 3 คำก็หมดถึงจะหมดแล้วนอกจากนั้นก็แข็งมากๆไม่นิ่มเลยสักนิดถ้าบางเมล็ดก็ถือว่าไม่สุกเลย

ซึ่งนี้ทำให้เธอโกรธมากเนื่องจากราคาที่เธอซื้อมานั้นมันแพงมากแต่เธอกลับได้ขอแค่นี้เองเท่านั้นเธอบอกว่าเธอเข้าใจผิดเองเพราะว่าเธอควรที่จะดูการรีวิวสินค้าก่อนว่าเป็นเช่นไรบ้างแต่เธอนั้นมัวแต่ว่ามันน่ากินเกินไปก็เลยรีบกลับไปจะถือว่ามันไม่ดีเป็นอย่างมากเพราะถ้าจะขายราคาแพงขนาดนี้ก็คนที่จะให้เยอะกว่านี้หน่อยทั้งๆที่กับข้าวก็ไม่ได้รสชาติดีเยี่ยมอะไรมาก

ของก็ได้น้อยแต่กับขายราคาแพงมากดังนั้นเธอจึงได้บอกว่าใครก็ตามที่เห็นร้านนี้ก็พยายามอย่าไปซื้อกันเลยเพราะว่ามันไม่คุ้มค่าเป็นอย่างมากซึ่งเธอนั้นได้ทำการหาไลน์ของเจ้าของร้านเจอและลองไปถามใน LINE เกี่ยวกับเรื่องที่เธอเจอ

ซึ่งทางเจ้าของร้านนั้นก็บอกว่าเธอทำเช่นนี้มานานมากแล้วนะจะยังทำเช่นนี้ต่อไปไม่ยอมเปลี่ยนนอกจากนั้นแม่ค้าคนนี้ยังไม่ยอมคืนเงินให้กับเธอซึ่งเธอก็เข้าใจเนื่องจากว่าเธอกินไปแล้วนอกจากนั้นสิ่งที่แม่ค้าทำให้เธอรู้สึกปวดมากกว่าเดิมคือแม่ค้าไม่แน่ใจจะขอโทษแต่กลับยืนยันว่าจะยังขายแบบนี้ต่อไปเส้นทางนั้นมันบอกว่าแมวที่บ้านนั้นยังกินไม่อิ่มเลย

แต่แม่ค้าก็บอกว่าเธอขายแบบนี้มาหลายปีแล้วซึ่งก็เธอก็ไม่สนใจอะไรใครจะซื้อก็ซื้อไปแล้วเป็นความผิดของลูกค้าเองที่ไม่หัดดูคอมเม้นซึ่งนั่นทำให้เธอเก่งมากแต่ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเธอเองเช่นเดียวกัน

ผู้หญิงคนนี้จึงได้โพสต์เรื่องราวก็อยากสร้างเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นที่ถ้าเกิดว่าจะซื้อของก็ควรที่จะดูคอมเม้นก่อนว่ามันมีอะไรหรือเปล่าเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียของไปเปล่า ดังนั้นเวลาจะทำอะไรก็ต้องมีสติด้วยนะคะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame77

คู่รักอารมณ์เปลี่ยว

คู่รักอารมณ์เปลี่ยว

คู่รักอารมณ์เปลี่ยว ท้าความตายมีเซ็กส์กันบนรางรถไฟ สุดท้ายหนีกระเจิงเมื่อรถไฟมา

            มีรายงานของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษ  ได้มีการรายงานข่าวออกมาเมื่อวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2563  ว่ามีเจ้าหน้าที่รถไฟได้แจ้งว่ามีเหตุการณ์ที่ชวนน่าตกใจและไม่เคยเห็นมาก่อนเกิดขึ้นที่บนรางรถไฟ ระหว่างทางที่จะไปเมืองครูวส์  ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอังกฤษ  โดยเรื่องราวดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 13  เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2563

เมื่อเจ้าหน้าที่ขับรถไฟ ได้รับรถไฟมาจนถึงเมืองแบรนตัน  ของมณฑลสแตฟฟอร์ดเชอร์   เขาก็ต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเมื่อเขาได้เห็นผู้หญิงกับผู้ชายกำลังมีเซ็กส์กันอยู่บนรางรถไฟโดที่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่ารถไฟกำลังจะมาทางที่พวกเขากำลังเล่นจ้ำจี้กันอยู่ เมื่อพนักงานรถไฟเห็นดังนั้นก็เกรงว่ารถไฟจะวิ่งทับร่างของทั้งคู่

จึงได้พยายามลดความเร็วของรถไฟลง พร้อมทั้งมีการบีบแตรให้มีเสียงดัง เพื่อที่จะได้ทำให้หนุ่มสาวทั้งคู่ที่กำลังเริงร่าท้าธรรมชาติอยู่นั้นได้รู้ตัวว่ากำลังมีรถไฟมา  และเมื่อทั้งคู่ได้ยินเสียงของรถไฟ ทั้งคู่ก็รีบผละออกจากกันพร้อมทั้งรีบเก็บเสื้อผ้า วิ่งเข้าป่าไป ซึ่งรายงานบอกว่าทั้งคู่ไม่ได้มีใครได้รับบาดเจ็บอะไร และมีคนเห็นทั้งคู่วิ่งไปทางสะพานที่เป็นทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

หลังจากที่พวกเขาวิ่งหนีรถไฟไปแล้วประมาณ 30 นาที  ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องจริง มีการไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้แล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ออกหมายจับใครมาลงโทษแต่อย่างใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่การรถไฟคนที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นบอกว่า ตั้งแต่เขาทำงานทางการรถไฟมานานกว่า 40 ปี เขาก็เพิ่งจะเคยเจอเรื่องราวแบบนี้เป็นครั้งแรก  

             สำหรับเรื่องคู่รักที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ หรือบางคู่รักที่ชอบมีเซ็กส์แบบเสี่ยง ต้องการความตื่นเต้นเร้าใจนั้นมีมากมาย เต็มไปหมด แต่การที่เสี่ยงมากกับการมีเซ็กส์บนรางรถไฟนั้นไม่สมควรทำอย่างยิ่งเพราะหากพลาดไปอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ หากมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นคนที่รับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็คือ

คนขับรถไฟที่เขาจะได้รับการตั้งข้อกล่าวหาว่าขับรถประมาทได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเขาก็วิ่งอยู่บนรางรถไฟเท่านั้นเอง แต่มีคนต้องการเล่นเซ็กส์ท้าความตาย สำหรับคนกลุ่มนี้ในเมืองไทยเองก็มี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวทำนองแบบนี้ออกมาหลายครั้งที่คู่รักมีเซ็กส์กันแบบเอ้าดอร์ เพื่อถ่ายเป็นคลิปไปลงเฟสบุ๊กลับเฉพาะขอคนที่ชอบการทำแบบนี้เพื่อเอาไปขายเอาเงิน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8

การพูดแซวเพื่อนโดยไม่คิดแต่คำพูดของเราอาจจะรุนแรงสำหรับเพื่อนก็ได้

การพูดแซวเพื่อนโดยไม่คิดแต่คำพูดของเราอาจจะรุนแรงสำหรับเพื่อนก็ได้

           เจอว่าหลายคนคงเคยเจอกรณีที่มีความสนิทสนมกันแล้วก็มีการแซวเล่นกันซึ่งบางครั้งคำพูดที่เรามีการแซวเล่นกับเพื่อนนั้นเราอาจจะไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาพูดอย่างนั้นจริงๆแต่เป็นการแซวเล่นกันเพราะคิดว่าเราและเพื่อนนั้นสนิทสนมกันมากพอและจะไม่โกรธกันเป็นการคุยกันเพื่อให้เกิดความสนุกสนานเท่านั้นแต่บางครั้งเราอาจจะลืมนึกถึงจิตใจของเพื่อนว่าคำพูดที่เราแซวเพื่อนโดยที่เราไม่ได้คิดอะไรนั้นเพื่อนของเราอาจจะคิดก็ได้ซึ่งเรื่องแบบนี้มีกรณีศึกษาและมีตัวอย่างมาหลายครั้งแล้วเราสามารถเห็นได้จากข่าวสารทั่วๆไปที่บางครั้งเพื่อนที่นั่งกินเหล้าด้วยกันแล้ว

เกิดมีการพูดคุยแซวกันเล่นภายในวงเหล้าแต่อยู่ๆเพื่อนอีกคนหนึ่งกลับรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดนั้นแล้วเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นซึ่งถ้าหากไม่รุนแรงมากนักก็อาจจะแค่เพียงก็ปล่อยกันแล้วก็เลิกลากันไปแต่ถ้าเกิดว่าหัวข้อที่มีการแซวกันนั้นอาจจะมีความรุนแรงมากดังนั้นแทนที่จะเป็นแค่เรื่องของการชกต่อยกันเราอาจจะได้เห็นการฆ่ากันตายคาวงเหล้าก็เป็นได้ได้ดังเช่นที่กำลังเห็นเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตอยู่ในขณะนี้

ก็กรณีที่ดารามีการแซวกันในอินสตาแกรมซึ่งจะเป็นหมอก้องที่เป็นเพื่อนกับเบลล่าและมีการแซวเบลล่าเกี่ยวกับรูปที่เบลล่ายืนถ่ายคู่กับควายหลายคนรู้ว่าหมอก้องเป็นเพื่อนกับเบลล่าและเร็วกว่านั้นอาจจะไม่ได้คิดอะไรแต่ในขณะเดียวกันในมุมมองของตัวเบลล่าเองการที่เปรียบผู้หญิงว่าเป็นควายก็ไม่ใช่สิ่งที่สมควรที่จะนำมาแซวกันนะถึงแม้จะมีความสนิทสนมกันมากเท่าไหร่แต่ก็ควรจะมีความเกรงใจหรือมีเส้นขีดแบ่งกันของความเกรงใจกันด้วยซึ่งเรื่องแซวกันระหว่างหมอก้องกับเบลล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการแซวกันเล่นต่อไปอีก

เมื่อแฟนคลับของน้องเบลล่าเกิดความไม่พอใจกับข้อความที่หมอก้องใช้พูดกับน้องเบลล่าด้วยคำแซวที่รุนแรงเกินไปที่เปรียบน้องเบลล่าเป็นควายทางแฟนคลับของเบลล่าจึงได้มีการขุดคุ้ยการพูดของหมอก้องกับเพื่อนดาราคนอื่นๆซึ่งจะเห็นได้ว่าหมอก้องมักจะใช้คำพูดที่สนิทสนมมากเกินไปอย่างเช่นที่ไปแซวกับใหม่ที่ถ่ายรูปคู่กันในวัดว่าจะไปทำการจองโลงหรือยังมีแซวคนอื่นๆอีกมากมายที่คำพูดแต่ละคำนั้นเหมือนจะเป็นการแซวของเพื่อนที่หยอกล้อกันและหมอก้องเองก็ออกมายืนยันว่าคำ

พูดเรานั้นเป็นแค่คำพูดที่เพื่อนหยอกกับเพื่อนแต่หลายๆคนมองว่าบางครั้งคำพูดที่แม้เพื่อนจะคุยกับเพื่อนก็ควรจะรู้จักกาละเทศะและรู้ว่าคำแต่ละคำนั้นมีความรุนแรงมากแค่ไหนซึ่งเรื่องนี้สามารถนำมาเป็นอุทาหรณ์ของประชาชนทั่วไปได้เช่นเดียวกันไม่ใช่เฉพาะดาราเท่านั้นเราไม่ควรใช้คำพูดที่รุนแรงในการแซวเพื่อนเพราะบางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าเพื่อนเรารู้สึกยังไงกับคำพูดของเราซึ่งคำพูดของเราอาจจะไปทำลายมิตรภาพดีๆระหว่างเรากับเพื่อนก็เป็นได้

 

 

สนับสนุนโดย  bk8 pantip

ภรรยาแจ้งจับสามีข้อหาข่มขืนลูกสาวและลูกชาย

ภรรยาแจ้งจับสามีข้อหาข่มขืนลูกสาวและลูกชาย

                อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกภรรยาสาวแจ้งความจับในข้อหาข่มขืนกระทำอนาจารลูกชายกับลูกสาวโดยมีการระบุว่าลูกทั้งสองคนถูกสามีอนาจารมาแล้วนานเกือบปีแถมยังข่มขู่ไม่ให้บอกใครด้านอาจารย์มหาวิทยาลัยชี้แจงงงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่รู้ว่าภรรยาไปแจ้งจับกุมได้อย่างไร 

           เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อมีอาจารย์สาวของสถาบันแห่งหนึ่งในจังหวัดโคราชได้มีการเดินทางติดต่อกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับเรื่องที่ ลูกสาวของเธออายุ 9 ขวบกับลูกชายของเธอที่อายุ 7 ขวบได้ถูกสามีของเธอล่วงละเมิดทางเพศซึ่งเด็กทั้งสองคนนั้นเป็นลูกแท้ของสามีของเธอ โดยนางสาวเอยังบอกอีกว่าสามีของเธอได้ข่มขู่เธอ

เอาไว้ว่าไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกกับใครถ้าเกิดว่ามีคนอื่นที่รู้เรื่องนี้สามีของเธอจะส่งลูกไปขายต่อที่ต่างประเทศซึ่งนางสาวเอได้มีการแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้เรียบร้อยแล้วแต่ว่าเธอกลัวว่าตำรวจจะไม่ดำเนินคดีให้หรืออาจจะดำเนินคดีล่าช้าทำให้เธอจำเป็นต้องเดินทางมาร้องเรียนกับทางผู้สื่อข่าว

อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ติดตามข่าวนี้ ซึ่งเมื่อทางนักข่าวได้มีการเดินทางไปสอบถามอาจารย์หนุ่มที่เป็นผู้เสียหายซึ่งเป็นพ่อของเด็กทั้งสองคนนั้นด้วยนะจ๊ะหนุ่มคนดังกล่าวชื่อว่านายรังสรรค์ปัจจุบันเขาได้มีการติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองนครราชสีมาเรียบร้อยแล้วโดยเขายืนยันว่าสิ่งที่เมียของเขาได้แจ้งความไปนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างไร

และเขามีความบริสุทธิ์เขาไม่เคยที่จะมีการข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศกับลูกๆของเขาเลยและที่สำคัญเขาไม่รู้ด้วยว่าภรรยาของเขาเป็นอะไรเพราะปกติแล้วครอบครัวก็รักใคร่กันดีแล้วไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อนซึ่งนายรังสรรค์ยังได้เล่าให้ฟังอีกว่าเขาสังเกตมาได้สักระยะหนึ่งแล้วว่าประมาณ 2 อาทิตย์มาแล้ว

ที่ลูกสาวของเขาไม่ยอมเข้าใกล้เขาเลยเวลาที่เขาไปเล่นด้วยลูกสาวก็จะพยายามถอยห่างออกมาตลอดโดยความรู้สึกแปลกใจกับพฤติกรรมของลูกสาวมากและไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาเป็นอะไรเดินมารู้ข่าวว่าภรรยาของเขามาแจ้งความจับเขาในคดีข่มขืนลูกสาวนั่นเองเพราะถึงได้รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น

โดยทางนายรังสรรค์ยังบอกอีกด้วยว่า เขาจะมีการต่อสู้คดีในครั้งนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองและเขามั่นใจว่าภรรยาของเขานั้นปกติดีเธอไม่เคยไปรักษาอาการทางจิตมาก่อนแน่นอน   อย่างไรก็ดีเรื่องราวในครั้งนี้คงต้องมีการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวนกันต่อไปว่าเรื่องราวที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

 

สนับสนุนโดย  bk8 thai

ตำรวจเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซต์แล้วหนี

ตำรวจเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซต์แล้วหนี

   ตำรวจเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซต์แล้วหนี ลากคนเจ็บไปไกลกว่า100 เมตรบาดเจ็บหนักจนต้องตัดขา

            เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อมีชายคนหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพการรักษาอาการบาดเจ็บของน้องชายตนเองในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งภาพดังกล่าวได้มีการโพสต์ไปเมื่อวันที่ 13 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 โดยข้อความใต้ภาพนั้นมีการระบุว่าน้องชายของตนเองนั้นเป็นพนักงานส่งอาหารของบริษัท Grab Food

ได้ประสบอุบัติเหตุขับรถเฉี่ยวชนกับรถเก๋งคันหนึ่งแต่รถเก๋งคันดังกล่าวไม่ได้ลงมาดูคนเจ็บแถมยังขับรถหนีไปพร้อมทั้งยังร่างของน้องชายของเขาไปไกลถึง 100 เมตรและได้มีการทำป้ายทะเบียนตกเอาไว้จึงอยากจะให้ชาว Social ช่วยกันแชร์ภาพนี้ไปให้ถึงเจ้าของรถเก๋งที่ชนกับน้องชายของตนให้มารับผิดชอบ เนื่องจากว่าจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้น้องชายของตน ต้องถูกตัดขาทางด้านซ้ายออก 

       ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้  เกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มวัย 20 ปีปกติแล้วเขาทำงานอยู่ที่พัทยาแต่ได้เดินทางกลับมาที่บ้านเกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าทำให้ชายหนุ่มวัย 20 ปีเดินทางกลับมาบ้านเกิดและมาหางานเสริมทำด้วยการไปเป็นพนักงานส่งอาหารของบริษัท Grab Food ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นผู้บาดเจ็บได้มีการโทรไปแจ้งกับพี่ชายว่ากำลังจะกลับบ้านเหลือเพียงแค่

ส่งของอีกอย่างเดียวเท่านั้นเพราะต้องการรีบกลับบ้านเนื่องจากใกล้เวลาเคอร์ฟิวแล้วแต่หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อกับน้องชายซึ่งช่วงเวลาดึกต่อมาน้องชายได้โทรกลับมาหาว่าได้ประสบอุบัติเหตุตรงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันโดยมีการเฉี่ยวชนกับรถเก๋งคันหนึ่งพี่ชายจึงได้เดินทางไปหาน้องชายที่บริเวณจุดเกิดเหตุเมื่อไปถึงก็พบว่าน้องชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วเขาจึงได้มีการสอบถามกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วงที่น้องชายของเขาประสบอุบัติเหตุ

พบว่ารถเก๋งคันที่ชนกับน้องชายของเขานั้นออกมาจากปั๊มน้ำมันซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่น้องชายของเขามาตรงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันพอดีจึงทำให้มีการเฉี่ยวชนกันขึ้นโดยรถเก๋งได้มีการลากร่างของน้องชายของเขาไปไกลประมาณ 100 เมตรหลังจากนั้นก็ขับรถหนีไปโดยไม่ได้สนใจมาดูแลคนเจ็บเลยอีกทั้งรถเก๋งคันดังกล่าวยังได้มีการทำป้ายทะเบียนหล่น

เอาไว้ดังนั้นเขาจึงต้องการให้เจ้าของรถเก๋งออกมารับผิดชอบกับค่ารักษาพยาบาลของน้องชายซึ่งจะมีการเรียกเก็บเนื่องจากว่าน้องชายของเขาต้องเข้ารับการตัดขาด้านซ้ายพอได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถรักษาได้และเมื่อมีการแชร์ภาพและข้อความนี้ออกไปปัจจุบันได้มีนายตำรวจยศใหญ่คนหนึ่งและมีการติดต่อกลับเข้ามาหาเจ้าของ Facebook

ที่มีการโพสต์เรื่องราวเอาไว้แล้วโดยบอกว่าตนเองเป็นผู้ที่ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวและต้องการที่จะรับผิดชอบเยียวยารักษาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ซึ่งจะมีการตกลงเกี่ยวกับเงินค่ารักษาการอีกครั้งหนึ่ง โดยทางตำรวจแจ้งว่าจะมีการเข้าไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลอย่างแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb888

เมาได้ที่ใบมีดกรีดแขนเมียจนแขนเหวะ

เมาได้ที่ใบมีดกรีดแขนเมียจนแขนเหวะ

รปภ. หนุ่มคิดว่าเมียนอกใจกินเหล้าเมาได้ที่ใบมีดกรีดแขนเมียจนแขนเหวะ 

   เรื่องราวของความรักที่มีความหวาดระแวงซึ่งกันและกันกลัวว่าอีกฝ่ายจะนอกใจมักจะจบลงด้วยการทำร้ายกันไม่ว่าเจ็บสาหัสก็ถึงแก่ความตายอย่างเช่นเรื่องราวของผู้รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดระยองพอได้ทำร้ายภรรยาของตนเองในการใช้มีดกรีดแขนของภรรยาจนเป็นแผลเวอะหวะเพียงเพราะเขากลัวว่าภรรยาจะนอกใจเขานั่นเอง 

      เรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมพศ 2563 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีชาวบ้านทะเลาะและทำร้ายกันหรือผู้ก่อเหตุน้องเมย์ทำร้ายภรรยาของตนเองอยู่แถวห้องเช่าเลขที่ 063 โดยอยู่บริเวณหลังวัดป่าประดู่และขนาดเดียวกันชาวบ้านต่างก็พากันช่วยเหลือจับกุมผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายภรรยาของตนเองได้แล้ว

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงจึงทำการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อว่านายธนากรมีอาชีพเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งตอนที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงนั้นนายทินกรยังอยู่ในอาการเมาสุราพูดจาให้การไม่รู้เรื่องตรงบริเวณที่เป็นสาเหตุนั้นพบกองเลือดเต็มพื้นและมีมีดทำครัวตกอยู่ 1 เล่มรวมถึงมีผ้าสีขาวเปื้อนเลือดวางอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

จึงได้เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานโดยมีพยานเป็นเพื่อนข้างห้องชื่อว่านางสาวเจนจิราโดยบอกว่านายทินกรนั่งกินเหล้าตั้งแต่เช้าหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงทะเลาะกับภรรยาก็คือนางน้อยเกี่ยวกับเรื่องของการหึงหวงกันซึ่งตีนเสียงทะเลาะกันได้ไม่นานก็ดีเสียงนางน้อยร้องตะโกนโหยหวนให้ช่วยเมื่อวิ่งไปดูก็พบว่านายธนากรใช้มีดทำครัวกรีดแขนของนางน้อย

จนเลือดออกเต็มไปหมดเป็นแผลเวอะหวะ เธอจึงตะโกนให้คนอื่นที่อยู่บริเวณนั้นก็มาช่วยกันจับกุมตัวนายธนากรเอาไว้หลังจากนั้นก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเลือกหน่วยกู้ภัยให้มารับตัวนางน้อยไปโรงพยาบาลซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการควบคุมตัวนายทินกรเอาไว้แล้วและมีการแจ้งข้อหานายธนากรในการทำร้ายภรรยาในครั้งนี้เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน

     สำหรับเรื่องราวความรักนั้นอยู่กันอย่างระแวงก็จะไม่มีความสุขกันทั้งสองฝ่ายการใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันจำเป็นจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อกันและเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะไม่นอกใจเราไปมีคนอื่นชีวิตครอบครัวถึงจะสามารถอยู่อย่างราบรื่นและมีความสุขได้แต่ถ้าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่มีความซื่อสัตย์แล้วเราก็ควรปล่อยเขาไปไม่ควรจะทำร้ายเขาว่าท้ายที่สุดแล้วเมื่อเราทำร้ายเขาไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเขาตายเราก็ต้องติดคุกอยู่ดีซึ่งมันไม่คุ้มเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 โบนัส 100

นำตู้ปันสุข ติดตั้งไว้หน้าบ้าน

นำตู้ปันสุข ติดตั้งไว้หน้าบ้าน

หญิงสาววัยรุ่นปวดหัว นำตู้ปันสุข ติดตั้งไว้หน้าบ้านสุดท้ายคนมาหยิบของจะหมดภายในเวลา 2 นาที

วันนี้ได้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ปีนี้และเดือนนี้ซึ่งนิทานคนหนึ่งเขาได้ดูข่าวและเห็นว่ามีคนเดือดร้อนเพราะพิษเศรษฐกิจและพิษไวรัส Corona ปี 2019 กันเยอะมาก ซึ่งทำให้เขารู้สึกสงสารเขาจะรวบรวมเงินส่วนหนึ่งที่เป็นเงินเก็บของเขาสร้างขึ้นมาที่จะใช้เป็นตู้ปันสุข หลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการประกาศว่าตรงนี้มีตู้ปันสุขอยู่สามารถให้ทุกคนหยุดของไปได้จะต้องต่อแถวห่างกันระยะ 1 เมตร

และเขายังบอกอีกว่าเนื่องจากคนในประเทศไทยหลายคนในโลกก็คือในประเทศที่กำลังเดือดร้อนอยู่และหลายคนมากที่มีอาหารพอจะกินแล้วดังนั้นเขาจึงได้สร้างตู้ปันสุขของเขาขึ้นมา เพื่อที่จะให้ทุกคนได้หยิบของจากในตู้ไปซึ่งหลังจากนั้นเมื่อเขาประกาศเสร็จก็เริ่มมีคนเดินมาและเขาก็เข้าบ้านไปซึ่งเขาก็แอบนั่งเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลาว่าคนใกล้ทำการเว้นระยะห่าง

จะได้แอบเอาของไปเยอะหรือเปล่าซึ่งเขาได้เห็นว่าคนทั้งหมดไม่ได้ทำการเว้นระยะห่างประชาชนถักคนอื่นเพื่อที่ตัวเองจะได้หยิบของจากตู้ปันสุขซึ่งสิ่งที่ทำให้เขาโกรธและอารมณ์ไม่ดีมากกว่าเดิมก็เพราะว่าเขาเห็นว่าทุกคนนั้นได้ทำการนำอาหารไปรอบนึงแล้วแล้วก็วิ่งกลับมาเพื่อหยิบของอีกจนสุดท้ายผ่านไปแค่ 2 นาที

ก็ทำให้ของที่อยู่ในตู้ปันสุขหายหมดภายในพริบตาซึ่งทำให้เขามีความรู้สึกว่าทำไมจึงไม่มีการเคารพกฎที่เขาได้ตั้งขึ้นมาเลยแล้วทำไมจึงต้องหยิบของไปเยอะขนาดนั้นทั้งๆที่รู้กันว่าคุณทุกคนในช่วงนี้ก็กำลังลำบากจนแทบจะไม่มีอะไรกินอยู่แล้วดังนั้นก็ควรที่จะหยิบไปพอดีพอดีเพื่อที่จะได้เอาไปกินและเหลือแบ่งไว้ให้คนอื่นบ้างแต่ทุกคนกลับพากันแย่งกัน

ทักกันไปกันมาเพื่อที่จะได้ของในตู้ที่เขาได้วางไว้หน้าบ้านทำให้เขาได้โพสต์อินสตาแกรม Facebook ว่าขอให้ทุกคนมีความเคารพกฎที่เขาตั้งขึ้นมาด้วยนะเขายังได้บอกอีกว่าเขานั้นได้สร้างตู้ขึ้นมาเยอะขึ้น

และได้ย้ายตู้ไปไว้ที่สถานีตำรวจของนครสวรรค์ทุกที่ทุกจุดเพราะเขามั่นใจว่าจะไม่มีการทำร้ายร่างกายกันละอย่างกันไม่มีความสงบแห่งนั้นอีกเพราะว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลาที่จะมีคนมาหยิบของจากตู้ไปเขาจึงคิดว่าคงไม่มีใครที่จะทำอย่างนั้นอีกแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk888

พ่อป่วยเข้าโรงพยาบาลแม่ก็ติดคุกไม่มีคนดูแล

พ่อป่วยเข้าโรงพยาบาลแม่ก็ติดคุกไม่มีคนดูแล

สามพี่น้องชีวิตน่าสงสารพ่อป่วยเข้าโรงพยาบาลแม่ก็ติดคุกไม่มีคนดูแล 

       เรื่องราวที่น่าจะเกินไปนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี  เมื่อมีชาวบ้านในบริเวณ ชุมชนประเสริฐอิสลามได้ออกมาประสานงานขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูแลช่วยเหลือเด็กน้อยทั้ง 3 คนที่มีการเช่าบ้านอยู่ในชุมชนแห่งนี้โดยชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวต่างพากันบอกกับทางผู้สื่อข่าวว่าที่ห้องเช่าห้องหนึ่งมีเด็กน้อยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 คน

ซึ่งคนโตอายุอยู่ที่เพียงแค่ 9 ขวบเท่านั้นส่วนคนรองอายุ 2 ขวบและน้องคนสุดท้องอายุ 1 ขวบกับ 5 เดือนโดยทั้ง 3 คนอยู่ในห้องพักกันเพียงลำพังไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้แม่ของเด็กน้อยทั้ง 3 คนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับข้อหาคดีค้ายาเสพติดซึ่งตอนนี้ติดคุกมาประมาณ 8 เดือนแล้วโดยปกติแล้วเด็กทั้ง3 คน

จะมีพ่อคอยดูแลแต่เมื่อไม่นานมานี้พ่อของเด็กทั้ง 3 คนนั้นไม่สบายจำเป็นต้องเข้าไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจึงทำให้ไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลเด็กทั้ง 3 คนชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็รู้สึกเวทนาเด็กทั้ง 3 คนเป็นอย่างมากเพราะยังมีอายุที่เล็กมากนัก 2 คนแทบจะไม่รู้เรื่องไม่ประสีประสาอะไรเลยทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นต้องช่วยกันผลัดเปลี่ยนมาดูแลเด็กน้อยทั้ง 3 คน

เลยบางวันก็มีคนมาช่วยอาบน้ำให้บางวันก็มีคนมาป้อนข้าวให้ร้านค้าแถวนั้นก็เอาขนมเอาน้ำมาให้กินเพื่อประทังชีวิตไปวันๆซึ่งชาวบ้านเองก็บอกว่าตนเองก็ไม่ค่อยมีเงินที่จะใช้จ่ายจึงไม่สามารถที่จะนำเด็กทั้ง 3 คนไปดูแลได้ทำได้เพียงแค่ดูแลเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้นจึงอยากให้ทางการเข้ามาช่วยเหลือดูแลเด็กน้อยทั้ง 3 คนจนกว่าพ่อของเด็กจะหายดีแล้วออกจากโรงพยาบาลทั้งนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าวยืนยันกับทางผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่อาสาปอเต็กตึ้งที่ลงมาพร้อมกับผู้สื่อข่าว

ว่าพ่อของเด็กนั้นเป็นคนดีเป็นคนขยันตั้งใจทำมาหากินแต่เนื่องจากว่าเป็นคนหาเช้ากินค่ำก็มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าก็ไม่มีงานทำอีกทั้งตอนนี้ก็ยังมาป่วยจึงไม่สามารถที่จะจ้างใครมาดูแลลูกของตนเองได้แล้วเท่าที่รู้มาบ้านของเด็กทั้ง 3 คนนี้ได้ติดค้างค่าเช่าค่าห้องพักมาหลายเดือนแล้วซึ่งเกรงว่าหากยังไม่มีเงินไปจ่ายค่าเช่าห้องก็จะทำให้เจ้าของห้อง

อาจจะไล่เด็กทั้ง 3 คนออกจากห้องเช่าได้ นักข่าวเองก็ได้มีการประสานงานให้กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิลงมาดูแลปัญหาเด็กน้อยทั้ง 3 คนเรียบร้อยแล้วซึ่งอาจจะมีการนำตัวเด็กทั้ง 3 คนเข้าไปดูแลเป็นการชั่วคราวก่อนระหว่างรอให้พ่อของเด็กรักษาตัวให้หายแล้วค่อยมารับเด็กกลับไป

 

สนับสนุนโดย  เว็บ rb88

พี่ยิงน้องดับเพียงแค่เปิดเพลงเสียงดัง

พี่ยิงน้องดับเพียงแค่เปิดเพลงเสียงดัง

       ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นเมื่อพี่น้องที่คลานตามกันมาก่อเหตุยิงกันจนเสียชีวิตและมีคนเจ็บอีกหนึ่งคน โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เล่ามาจากลูกชายของนายพิทยา ที่เป็นมือปืนที่ยิง และลูกชายของนายพิทยายังเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ยิงกันในครั้งนี้ด้วย

โดยลูกชายนายพิทยา สมมุติชื่อว่า นายแบงค์ ได้เล่าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า บ้านของมือปืนและบ้านของคนตายอยู่ติดกันมีเพียงแค่รั้วกั้นเท่านั้นและสองบ้านนี้เป็นญาติกันซึ่งมือปืนเป็นพี่ชาย และผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นน้องชายและน้องสาวแท้ๆของมือปืนเอง ซึงใน เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่  6 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2563 นั้น

นายแบงค์เล่าว่าในตอนเช้า นายแบงค์ได้มีการเปิดเพลงจากบ้านของตนเองฟังและอาสาวได้เดินมาต่อว่าเกี่ยวกับเรื่องการเปิดเพลงเสียงดัง ซึ่งหลังจากโดนต่อว่าไปนายแบงค์ก็ปิดเพลง และคิดว่าเรื่องคงจบแล้ว แต่พอช่วงบ่ายประมาณ 13.00 น. ทางด้านบ้านของอาสาวได้เปิดเพลงบ้างและเปิดเสียงดังมากที่สำคัญได้หันลำโพงมาทางบ้านของนายแบงค์ ทำให้นายแบงค์ได้ออกไปต่อว่าอาสาวที่หน้าบ้านซึ่งในขณะนั้นทางอาผู้ชายที่เป็นคนเสียชีวิตก็ได้ยืนอยู่ด้วย

ซึ่งทั้งสามคนกำลังทะเลาะกันเรื่องการเปิดเพลงเสียงดังอยู่ แต่ระหว่างนั้นพ่อของนายแบงค์ ซึ่งก็คือนายพิทยา ไม่รู้ว่ามาอย่างไร ได้ถือปืนมาทางด้านหลังของนายแบงค์ หลังจากนั้นเอาปืนยิงอาทั้งสองคนทันที ทำให้นายแบงค์ที่อยู่ในเหตุการณ์ตกใจและห้ามพ่อไม่ทัน ซึ่ง่หลังจากที่นายพิทยายิงน้องทั้งสองคนเสร็จก็ได้ขับรถหนีไป และนายแบงค์จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูและมารับคนบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้นายสัญชัย ที่เป็นน้องชาย เสียชีวิตคาที

และน้องสาวชื่อ นางสาว มงคลพร บาดเจ็บสาหัส ส่วนนายพิทยาคนยิงนั้นตอนนี้อยู่ระหว่างการหลบหนี แต่นายแบงค์ได้บอกว่าเมื่อช่วงเช้าของวันที่  7 เดือนพฤษภาคม นายพิทยาได้ติดมาคุยกับภรรยาแล้วว่าจะเข้ามอบตัวกับตำรวจในวันที่ 8 เดือนพฤษภาคม แต่ไม่รู้ว่าตอนกี่โมง ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องญาติๆก็ยังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องนี้เลย ส่วนตัวแล้วนายแบงค์รู้สึกเสียใจ

เพราะไม่คิดว่าแค่การเปิดเพลงเสียงดังจะทำให้มีเรื่องถึงกับต้องยิงกันตาย ซึ่งตัวนายแบงค์เองคิดว่าน่าจะมีเรื่องอื่นที่มากกว่านี้แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เพราะปกติแล้วนายพิทยากับน้องทั้งสองคนไม่ค่อยจะพูดกันดีดีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เจอหน้ากันก็จะทะเลาะกันตลอด เรื่องนี้ต้องรอให้นายพิทยาเป็นคนบอกเหตุผลในการก่อเหตุในครั้งนี้เองอีกที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  rb88 ล็อกอิน

ของปลอมจากจีนที่คนทำไม่คิดคนกินก็ไม่รู้

ของปลอมจากจีนที่คนทำไม่คิดคนกินก็ไม่รู้

วันนี้ทางเว็บ  next88 pc  ของเราจะพาคุณไปดูกับของปลอมกับอาหารปลอมจากประเทศจีน หากได้พูดถึงเรื่องราวของของปลอมแล้ว ซึ่งในพื้นที่บ้านเรานั้นก็ยังได้มีให้เห็นกันอยู่มากมายอย่างเช่นการก๊อบปี้เรียนแบบต้นสังกัดไม่ว่าจะเป็นเสื้อรองเท้านาฬิกาละอื่นๆอีกเยอะแยะมากมายสิ่งมันจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

ไข่ไก่ปลอม

สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าได้เป็นเรื่องที่มันได้มีการปลอมแปลงกันระดับโลกกันเลยทีเดี่ยว ซึ่งมันจะมีใครคิดว่าไข่ไก่นั้นมันก็ยังได้นำเอามาทำเป็นไข่ปลอมได้อีกเวนกรรมจริงๆ และถ้าหากว่าเราได้มองผ่านๆไปแล้วก็แทบจะแบ่งไม่ออกเลยว่าอันไหนของจริงอันไหนของเทียม โดยไข่นั้นมันได้ทำมาจากแคลเซียมคาร์บอเนตที่ได้นำเอามาใช้ในอุสาหกรรมกระดาษและพลาสติก

สำหรับไข่แดงแล้วก็ไข่ขาวนั้นได้ทำมาจากโซเดียมอัลจิเนตสารส้มและน้ำจากนั้นก็ได้นำเอาไปแต่งสีขึ้นมานิดหน่อยเพียงแค่นั้นก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญเลยคือเราจะรู้มันได้อย่างไรกันว่าไข่แบบไหนของจริงแบบไหนของปลอม

ซึ่งก็จะมีวิธีพิสูจน์ให้คุณนั้นทำการตีไข่แดงปและไข่ขาวจากนั้นก็ให้คุณสังเกตดูว่ามันจะรวมตัวกันได้ดีและมันเข้ากันเป็นเนื้อด้วยกันอย่างสนิด สิ่งนี้แหละมันเป็นไข่ปลอมและสำหรับไข่ปลอมแบบนี้ หากใครที่ได้กินมันเข้าไปแล้วมันอาจจะทำให้ตัวคุณนั้นถึงตายได้เลยทีเดี่ยว

เนื้อปลอม

สำหรับเนื้อปลอมนี้ก็ได้มีรายงานมาจากสาธารณะสุขรัฐบาลที่อยู่ในปักกิ่งว่าได้มีการตรวจสอบและได้ทำการกวาดล้างในร้นอาหารที่ทำการจำหน่ายอาหารแบบผิดกฎหมายครั้งยิ่งใหญ่และนำไปสู่ในการจับกุมของผู้ต้องสงสัยจำนวน900คนจับได้พร้อมกับของกลางที่เป็นเนื้อสัตว์ที่ชำแหละสด ซึ่งก็ได้มีน้ำหนักประมาณ20,000ตันกันเลยทีเดียวและยังสามารถที่จำแนกเนื้อสัตว์ได้เป็น382รายการ

ซึ่งก็จะมีเนื้อสัตว์ที่ได้มีความสะอาดที่มีความต่ำไปกว่ามาตรฐานหรือที่มันเต็มไปด้วยเชื้อโรคอีกทั้งก็ยังได้รวมไปถึงเนื้อวัวปลอมและเนื้อแกะปลอมและสำหรับเนื้อปลอมเหล่านี้พวกเขาก็ได้มีวิธีที่จะผสมก็คือ นำเอาเนื้อสุนัขและก็เนื้อหนูนำเอามารวมกับสารเคมีต่างๆจากนั้นทำเสร็จแล้วก็ได้นำเอาไปจำหน่ายให้กับผู้ที่บริโภคที่ไม่รู้เรื่องอะไร

ซึ่งในคนขายนั้นก็ไม่คิดส่วนคนที่กินเข้าไปก็ไม่รู้ซึ่งการทำแบบนี้ถือว่ามันเป็นการเอาเทียบผู้บริโภคเป็นอย่างมากและภายหลังใครเขาจะกล้าซื้อจริงได้อีก

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa