ผู้เขียน: admin

จากกรณีที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเสียชีวิต

จากกรณีที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเสียชีวิต

สัปเหร่อโหลดตั้งแต่เผาศพเหยื่อติดเชื้อไวรัสโคโรน่าครอบครัวมีแต่คนรังเกียจ

       จากกรณีที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเสียชีวิตและทางวัดได้มีการรับศพไปบำเพ็ญกุศลและดำเนินการเผาศพให้โดยมีสัปเหร่อประจำวัดเป็นผู้ดำเนินการเผาให้นั้น   ทางด้านสัปเหร่อที่เป็นผู้เผาศพให้กับครอบครัวของผู้ติดเชื้อได้ออกมาขอความเห็นใจผ่านทางผู้สื่อข่าวเนื่องจากหลังจากที่มีการเผาศพผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าไปครอบครัวของสัปเหร่อได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

เพราะเมื่อมีคนรู้เรื่องว่าสัปเหร่อเป็นคนเผาศพผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าต่างก็พากันรังเกียจตัวสัปเหร่อเองเพราะว่าเกรงว่าจะมีเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ติดมากับตัวสัปเหร่อรวมถึงเมียของสัปเหร่อก็ถูกรังเกียจเช่นเดียวกันซึ่งล่าสุดเมียของสัปเหร่อถูกสั่งให้พักงานเป็นเวลานานถึง 14 วันด้วยกันเพียงเพราะว่าสามีไปเผาศพคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่นายเอกสิทธิ์ชายวัย 70 ปีเจ็บป่วยเสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วญาติไม่สามารถที่จะหาที่เผาศพให้ได้จนล่าสุดมีวัดแห่งหนึ่ง  อยู่เขตมีนบุรีทำการจัดงานศพให้นายเอกสิทธิ์ไปเมื่อวันที่ 25 เดือนมีนาคมแต่หลังจากที่มีการจัดงานศพให้เรียบร้อยแล้วนั้นผลปรากฏว่าทางสัปเหร่อเองกับพบปัญหา

เนื่องจากชาวบ้านรังเกียจที่สัปเหร่อไปทำการเผาศพให้กับคนติดเชื้อไวรัสโคโรน่าช่วยผลกระทบนี้ไม่ได้โดนที่สัปเหร่อคนเดียวแต่คนในครอบครัวของสัปเหร่อคนนี้โดนหมดไม่ว่าจะเป็นลูกหรือแม้แต่ภรรยาโดยมีภรรยาของสัปเหร่อเป็นลูกจ้างรายวันเท่านั้นหลังจากที่ ทำงานของภรรยาสัปเหร่อรู้เรื่องเข้าว่าสามีของเธอไปทำการเผาศพให้กับผู้ที่มีอาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาทางบริษัทก็สั่งพักงานภรรยาของสัปเหร่อคนนั้นทันทีโดยให้กับตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน

ซึ่งทางสัปเหร่อเองก็เป็นกังวลใจว่าช่วงที่มีการกักตัวนั้นภรรยาจะไม่ได้รับเงินเดือน แผนที่บริษัทก็ยังบอกให้ไปตรวจการติดเชื้อไวรัสโคโรนาโดยต้องมีเอกสารจากทางโรงพยาบาลไปเป็นหลักฐานยืนยันด้วยซึ่งปัญหาตรงนี้สร้างความเสียหายให้กับสัปเหร่อเป็นอย่างมากเพราะมันต้องมีค่าใช้จ่ายหลายพันบาทโดยตัวสัปเหร่อเองกับภรรยาก็ไม่ได้เป็นคนที่มีเงินมากนัก

    ผลกระทบนี้ตั้งสัปเหร่อยืนยันอ่านหนังสือว่าคุณหมอที่โรงพยาบาลออกมายืนยันให้แล้วว่าผู้ที่ตายไปแล้วเชื้อไวรัสโคโรน่าก็จะตายตามผู้ที่ติดเชื้อดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะมีการแพร่เชื้อเพราะทุกอย่างหลังจากที่มีการทำเสร็จไม่ว่าจะเป็นการเผาศพตัวสัปเหร่อเองก็มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อรวมถึงสถานที่ต่างๆภายในวัดที่มีการนำศพไปตั้งไว้ก็มีการฉีดยาฆ่าเชื้อทั้งหมด

ดังนั้นไม่มีใครติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอาการเผาศพแน่นอนโดยทางสัปเหร่อยังฝากมาบอกอีกด้วยว่าให้นึกถึงคนที่ตายไปแล้วบ้างว่าเขาก็ตายไปแล้วถ้าไม่มีใครทำการเผาศพให้กับเขาแล้วศพของเขาจะไปเผาที่ไหนให้นึกถึงใจเขาใจเรา 

ปิดหมู่บ้านโป่งเจริญเพื่อควบคุมเชื้อไวรัส

ปิดหมู่บ้านโป่งเจริญเพื่อควบคุมเชื้อไวรัส

ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทางด้านของท่านผู้ว่ามีการสั่งให้ควบคุมพื้นที่ของหมู่บ้านโป่งเจริญ 12 โดยทางผู้ว่าการมีการสั่งให้ปิดหมู่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน ฝนตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 เดือนมีนาคมและจะไปจบวันที่ 12 เมษายน เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นรวดเร็วอย่างมากและประชาชนในหมู่บ้านพากันตกใจเป็นอย่างมากเพราะว่าคำสั่งนี้เป็นคำสั่งแบบเร่งด่วนที่ไม่ได้มีการเตรียมการล่วงหน้าไว้เลยสำหรับหมู่บ้านดังกล่าวนี้จะแตกต่างจากกรุงเทพฯที่คนกรุงเทพฯยังสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้

แต่สำหรับหมู่บ้านตกลงเจริญนี้จะไม่สามารถเดินทางออกนอกหมู่บ้านหรือเข้าไปในเขตหมู่บ้านได้อีกเลย สำหรับหมู่บ้านโป่งเจริญนี้มีประชากรในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 1900 คน ซึ่งทางผู้ว่าได้มีการแบ่งโซนในการปิดพื้นที่ มีแบ่งออกเป็นโซน A B C ที่ถูกปิดไม่ให้ออกมาก็คือโซนชั้นในสุดซึ่งเป็นโซน A บ้านในครั้งนี้ชาวบ้านไม่ได้รับความเดือดร้อนแต่อย่างใด

เนื่องจากทางผู้ว่าได้มีการสั่งการเอาไว้แล้วว่าให้ดูแลชาวบ้านเป็นอย่างดีด้วยการเตรียมอาหารไว้ให้พร้อมให้ประชาชนได้มีกินทั้งหมด 3 มื้อด้วยกันโดยจะมีเจ้าหน้าที่นำมาแจกจ่ายให้ในช่วงเช้ากลางวันและเย็นซึ่งหากใครต้องการมากก็สามารถขอเพิ่มได้ ซึ่งจากการสอบถามทางผู้ว่าเหตุใดจึงเร่งไม่มีการประกาศออกมาก่อนว่าจะมีการปิดหมู่บ้านทางผู้ให้เหตุผลว่าหากมีการประกาศออกมาก่อนชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะพากันอพยพออกจากหมู่บ้านกันหมด

ซึ่งทำให้ไม่สามารถกับตัวผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและนำมารักษาตัวได้ดังนั้นการปิดหมู่บ้านแบบทันทีโดยไม่ให้ชาวบ้านรู้ตัวมาก่อนนั้นจะทำให้ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ายังคงอยู่ในหมู่บ้านและทางผู้ว่าก็ได้พาทีมแพทย์ลงพื้นที่เข้าไปทำการตรวจชาวบ้านในหมู่บ้านและกันผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสกรุณาออกมาเพื่อทำการรักษา

ซึ่งถ้าทำแบบนี้จะทำให้รู้ว่าชาวบ้านคนไหนบ้างที่ป่วยและคนไหนบ้างที่ปลอดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาซึ่งจะทำให้โซน a ซึ่งมีผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าจำนวน 3 คนกลายเป็นโซนที่ไม่มีการแพร่เชื้อในทันทีได้เลยเนื่องจากว่าทางผู้ว่าการก็จะนำตัวผู้ป่วยและบุคคลที่มีความเสี่ยงออกมาทำการรักษาซึ่งชาวบ้านเมื่อทราบเหตุผลต่างก็ไม่มีใครที่จะคัดค้านการกระทำของทางผู้ว่าดังกล่าว

และเมื่อมีการเคลียร์จำนวนผู้ติดเชื้อได้เรียบร้อยแล้วทางผู้เองก็ได้มีการประกาศยกเลิกการปิดหมู่บ้านของหมู่บ้านโปร่งเจริญเรียบร้อยแล้วโดยชาวบ้านต่างก็พากันดีใจเป็นอย่างมากที่จะสามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านกันได้ตามปกติ

จับชายป่วยจิต ที่มาป้ายน้ำลายได้เรียบร้อยแล้ว

จับชายป่วยจิต ที่มาป้ายน้ำลายได้เรียบร้อยแล้ว

จับชายป่วยจิต ที่มาป้ายน้ำลายภายในสถานีรถไฟฟ้า BTS ได้เรียบร้อยแล้ว

         เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 เดือนมีนาคมปี 2020 วิธีรักษาความปลอดภัยของสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีหนึ่งได้มีการนำคลิปวีดีโอไปแจ้งความที่สถานีตำรวจให้ติดตามตัวชายผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นตัวกลางในการเผยแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าเนื่องจากว่ามีการจับภาพได้จากกล้องวงจรปิดผู้ชายคนดังกล่าวได้เดินเข้าไปในลิฟท์ของสถานีรถไฟฟ้า BTS สาขาสนามกีฬาแห่งชาติ

หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวได้มีการบ้วนน้ำลายและนำไปป้ายตามผนังลิฟต์ หรือตามมุมต่างๆภายในลิฟท์และเมื่อทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในยามที่จะเข้าไปพูดคุยด้วยใช้คนเก่าก็ได้วิ่งหนีหายไป ภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความและตรวจสอบคลิปวีดีโอก็พบว่ากล้องวงจรปิดได้จับภาพหน้าตาใช้คนร้ายได้อย่างชัดเจน

จึงได้ประสานงานติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีซึ่งในวันนี้เองทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานแจ้งกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานีรถไฟฟ้า BTS และว่าเจอตัวชายเสื้อดำที่ก่อเหตุที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สาขาสนามกีฬาแห่งชาติได้แล้วด้วยจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าชายคนดังกล่าวให้การปฏิเสธเกี่ยวกับการเข้าไปแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าตามที่ทางเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟฟ้า BTS กล่าวหาโดยต้องให้เหตุผลการกระทำที่ได้ทำภายในลิฟต์นั้น

ว่าเนื่องจากว่ามือของเขาเพื่อนเขาจึงต้องการหาที่เช็ดมือซึ่งไม่รู้จะเช็ดที่ไหนจึงได้เอามือเช็ดไปตามกำแพงของผนังภายในลิฟท์ของรถไฟฟ้าแต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะมีการสร้างความเสื่อมเสียให้กับสถานีรถไฟฟ้าหรือว่าตนเองก็ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่อย่างใดซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการส่งชายคนดังกล่าวไปทำการตรวจสอบที่โรงพยาบาล

เพื่อเช็คว่าใช้ดังกล่าวมีอาการทางจิตหรือไม่เนื่องจากตรวจสอบหลักฐานที่ตัวเบื้องต้นแล้วไม่พบหลักฐานของบัตรผู้ป่วยโรคจิตแต่หากพบว่าชายที่เกิดเหตุมีอาการป่วยทางจิตจริงก็จะส่งตัวไปรักษาต่อไปแต่ถ้าหากว่าทางคุณหมอยืนยันออกมาแล้วว่าใส่เสื้อดำที่ก่อปัญหาที่สถานีรถไฟฟ้า BTS ไม่ได้มีอาการทางจิตก็จะมีการดำเนินคดีในข้อหาสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นแล้วก็สร้างความสกปรกและความเสียหายให้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS

       จากกรณีนี้จะเห็นได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่เริ่มเจอสติแตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าและแสดงพฤติกรรมออกมาได้น่ารังเกียจซึ่งหากตรวจสอบออกมาแล้วจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจริงแสดงว่าสิ่งที่เขาทำเป็นการตั้งใจที่จะแพร่เชื้อโรคให้กับคนอื่นไปติดตามเขาด้วยซึ่งถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวเป็นอย่างมากและชายคนนั้นก็ควรจะได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างรุนแรงเพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป

อย่างฮาเมื่อรัฐมนตรีให้พระสวดมนต์ไล่ไวรัสโควิด -19 

อย่างฮาเมื่อรัฐมนตรีให้พระสวดมนต์ไล่ไวรัสโควิด -19 

 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเรามาถึงยุคที่บทสวดมนต์สามารถช่วยขับได้เชื้อไวรัสออกจากประเทศได้แล้วโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อมีรัฐมนตรีท่านหนึ่งคือนายเทวัญได้ออกมาแถลงการณ์ประกาศว่าในช่วงตอนเย็นจะมีการนิมนต์พระหลายร้อยรูปเพื่อทำการสวดมนต์สำหรับขับไล่เชื้อไวรัสโควิด -19 โดยจะมีการตรวจทุกเย็นซึ่งทางรัฐมนตรีเทวัญแจ้งว่าบทสวดที่พระสงฆ์จะนำมาสวดนี้จะเป็นบทสวดรัตนสูตรโดยรัฐมนตรีแจ้งว่าได้มีการปรึกษาหารือกับนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้ด้วยโดยยังบอกอีกว่าการที่ให้พระสงฆ์สวดบทรัตนสูตรนั้นมีกันมาตั้งแต่โบราณแล้วเป็นการสวดขับไล่สิ่งที่ไม่ดีซึ่งถือว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ก็คือสิ่งไม่ดีเช่นเดียวกันดังนั้นการใช้พระสงฆ์มาทำการสวดบทสวดรัตนสูตรสามารถช่วยให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสครั้งนี้ไปได้แต่อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีเทวัญได้ออกมาประกาศผ่านทางสื่อมวลชนว่าจะให้ประชาชนเปิดฟังบทสวดรัตนสูตรนี้จากที่บ้านเท่านั้นไม่จำเป็นต้องมาร่วมสวดมนต์ด้วยกันที่วัดเพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสสามารถแพร่กันได้

เนื่องจากว่าถ้ามีการรวมกันหลายคนอาจจะมีการติดเชื้อโรคจากกันได้แล้วเมื่อไหร่คนได้เห็นข่าวนี้ออกมาต่างก็มาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากถึงความคิดของรัฐมนตรีท่านนี้โดยต่างก็มองว่าถ้าหากพระสงฆ์สามารถเกิดเชื้อไวรัสโควิด -19 ได้แล้วรัฐบาลไทยจะมีกระทรวงสาธารณสุขไว้เพื่อสิ่งใดซึ่งโดยปกติแล้วอ่านข่าวมาในช่วง 1 เดือนนี้จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลีหรือประเทศอื่นๆบางประเทศที่มีความเชื่อความศรัทธาในแบบแปลกๆแบบนี้ในการแก้ไขปัญหาไวรัสแต่ไม่คิดว่าประเทศไทย

ก็จะมาพบจุดจบเช่นเดียวกันแบบนี้เกี่ยวกับเรื่องของความงมงายซึ่งคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีรวมถึงคนที่เป็นรัฐมนตรีร่วมในรัฐบาลนี้ไม่น่าจะมีแนวความคิดแบบนี้ขึ้นมาทำให้เราสามารถมองเห็นได้ว่าระดับมันสมองของรัฐบาลชุดนี้เป็นแบบไหนและเราสามารถที่จะพึ่งพารัฐบาลชุดนี้ได้มากน้อยแค่ไหน หากว่าบทสวดรัตนสูตรสามารถที่จะขับไล่เชื้อไวรัสออกไปได้ในอนาคตเราควรจะยุบกระทรวงสาธารณสุขไปเพราะเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างสูญเปล่า

เนื่องจากว่าแค่เพียงขับไล่เชื้อไวรัสด้วยการสวดมนต์รักษาโรคด้วยการสวดมนต์เราก็หายจากการติดเชื้อไวรัสพวกนี้แล้วจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีกระทรวงสาธารณสุขเอาไว้เพื่อผลาญงบประมาณแผ่นดิน จากการที่หลายคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงความโง่เขลาเบาปัญญาของรัฐบาลชุดนี้คงต้องรอดูกันว่านายเทวัญยังจะมีการรวบรวมพระสงฆ์เพื่อมานำบทสวดมนต์ขับไล่เชื้อไวรัสนี้อยู่หรือไม่ 

เปิดใจสาเหตุประชาชนกักต้นของ

เปิดใจสาเหตุประชาชนกักต้นของ

    สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้มีอะไรกันข่าวเข้ามาว่าห้างสรรพสินค้าไม่ว่าจะเป็น Big C , ห้างเทสโก้โลตัส  , ห้างแม็กแวลูหรือว่าห้างท็อป ต่างก็ถูกประชาชนเข้าไปต่อแถวเพื่อซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร , ปลากระป๋อง  , กระดาษทิชชูหรือแม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต่างก็ถูกประชาชนเหมาซื้อไปจนเกลี้ยงชั้นวางขายสินค้า

โดยทางห้างไม่มีสินค้ามากไม่พอที่จะออกมาวางขายเนื่องจากประชาชนพากันแห่มาซื้อสินค้าเพื่อกักตุนเอาไว้ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็ได้ออกมาประกาศให้คำแนะนำกับประชาชนว่าไม่ควรกักตุนสินค้าเพราะสินค้าของเรายังไม่ได้ขาดแคลน แต่เมื่อไปสอบถามกับประชาชนที่มาทำการซื้อสินค้าเอาไว้เพื่อทำการกักตุนต่างก็บอกออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าตัวเองไม่มั่นใจในรัฐบาลชุดนี้ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด- 19 ได้จนถึงเมื่อไหร่

ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัวการติดเชื้อไวรัสนี้อีกนานแค่ไหนดังนั้นการป้องกันตนเองที่ดีที่สุดก็คือการไม่ออกมาในที่ที่มีคนเยอะซึ่งการกักตุนอาหารจึงเป็นวิธีการเดียวที่ประชาชนจะได้ไม่ต้องออกมาห้างสรรพสินค้าบ่อยๆ หลายคนออกมาบอกว่าที่ทำเช่นนี้ก็ต้องการดูแลตัวเองลดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสยังคงมีเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆทุกวันดังนั้นเราไม่รู้ว่าปัญหาของเชื้อไวรัสนี้จะหมดลงวันไหนจึงต้องทำการกักตุนของเอาไว้ใช้ยามจำเป็นเพื่อในอนาคตข้างหน้าสินค้าไม่พอใช้

   ไม่ได้สอบถามกับทางพนักงานร้านสะดวกซื้อต่างก็ให้ข้อมูลว่าของจะหมดทุกวันช่วงประมาณก่อนเที่ยงแต่ทางร้านก็จะมีของมาตุนให้ลูกค้าได้ทุกวันเช่นเดียวกันแต่ช่วงนี้ของที่ทางร้านมีอยู่เริ่มจะน้อยลงแล้วโดยส่วนใหญ่ลูกค้าก็จะมาเหมาซื้อข้าวสาร  , ผ้าอนามัย , ปลากระป๋อง , ไข่ ,อาหารที่เป็นพวกอาหารแห้งส่วนใหญ่ก็จะถูกกักตัวไปหมดจนตอนนี้ชั้นวางของค่อนข้างโล่งเพราะไม่มีสินค้ามาเติมแล้ว 

   รักเขาการกักตุนอาหารของประชาชนในตอนนี้เริ่มมีการกักตุนกันมากขึ้นเนื่องจากหลายคนไม่วางใจการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลซึ่งปัญหาการกักตุนสินค้านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้นแต่ในหลายประเทศทางแถบยุโรปและอเมริกาก็มีการกักตุนอาหารแล้วเช่นเดียวกันอีกครั้งญี่ปุ่นหรือเกาหลีก็มีการกักตุนอาหารเช่นเดียวกันเพราะว่าประชาชนของแต่ละประเทศกำลังหวาดกลัวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้กันเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากทางรัฐบาลของแต่ละประเทศยังไม่สามารถที่จะผลิตยาอ่านไวรัสชนิดนี้ออกมาจำหน่ายให้กับประชาชนได้และที่สำคัญการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่ได้ง่ายๆเพียงแค่เราไปสัมผัสกับคนที่เป็นก็ทำให้เราสามารถติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้แล้วซึ่งปัจจุบันก็ไม่สามารถบอกได้ว่าใครติดเชื้อนี้หรือไม่ติดเชื้อนี้บ้างดังนั้นวิธีการป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดก็คือกันตัวเองออกมาจากบริเวณที่มีกลุ่มคนมากๆซึ่งส่วนใหญ่ก็จะกลับคนของเขาไว้ใช้ยามจำเป็นอยู่ที่บ้านเพื่อจะได้ไม่ต้องออกมาตามห้างสรรพสินค้าบ่อยๆ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

ข่าวคนไทยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 11 คน

ข่าวคนไทยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 11 คน

ข่าวคนไทยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 11 คนจากเพื่อนชาวฮ่องกง แต่ฮ่องกงบอกไม่รู้เรื่อง

             หน่วยงานดูแลด้านสุขภาพของประเทศฮ่องกง เปิดเผยกับรัฐบาลไทยว่า ไม่ทราบเรื่องมาก่อนเลยว่ามีนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงเดินทางมาที่ประเทศไทยแล้วมาแพร่เชื้อไวรัสให้กับคนไทยเป็นจำนวนมากถึง 11 คน และหลังจากนั้นยังได้เดินทางกลับไปที่ประเทศอฮ่องกงเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งทางศูนย์คุ้มครองสุขภาพของฮ่องกงยืนยันว่ายังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนฮ่องกงที่มีการติดเชื้อไวรัสคนไหนเดินทางกลับมาจากประเทศไทยเลย

       จากกรณีที่มีการแถลงข่าวออกมาว่ามีคนไทยจำนวน 11 คนมีการปาร์ตี้กันกับเพื่อนชาวต่างชาติ และในงานปาร์ตี้ทั้งหมดมีการกินเหล้าแก้วเดียวกันและสูบบุหรี่มวนเดียวกันซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทั้งหมดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กัน และเมื่อข่าวนี้มีการแพร่ออกไป ทางศูนย์คุ้มครองสุขภาพของประเทศฮ่องกง ก็ได้ออกมาประกาศว่า จากกรณีการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทางการกระทรวงสาธารณะสุขของไทยได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลนั้น

ทางฮ่องกงเองยังตรวจไม่พบเลยว่า คนฮ่องกงคนไหนที่เดินทางกลับมาจากประเทศไทยแล้วมีเชื้อไวรัสโควิด -19 ที่สำคัญพวกเขายังไม่ได้รับรายงานเลยว่ามีคนฮ่องกงเดินทางกลับเข้าประเทศแล้วมาจากประเทศไทย  ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทางรัฐบาลไทยได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวน 4 ประเทศด้วยกัน

ว่าหากจะมีการเดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยจะต้องมีเอกสารยืนยันการตรวจสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จากประเทศของตนมายื่นให้กับเจ้าหน้าที่ไทยด้วย ว่ามีการเช็คแล้วว่าไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มา แต่ถ้าเป็นคนไทยที่ไปเที่ยวต่างประเทศกลับมา ก็จะให้มีการกักตัวก่อนเป็นเวลา 14 วัน

         สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ยังคงระบาดกันอย่างต่อเนื่องเพราะบางคนไม่รู้ตัวเองว่า ตัวเองมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย จึงทำให้พวกเขาเดินทางออกมานอกบ้าน ไปเที่ยว ไปกินข้าวกับเพื่อนเพื่อนโดยไม่ได้มีการป้องกันการแพร่เชื้อไปยังคนอื่น ทำให้ปัจจุบันคนไทยเริ่มมีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กันมากขึ้น

และที่สำคัญคนไทยบางคนยังคงเห็นแก่ตัวเอง เมื่อเดินทางไปต่างประเทศมาก็ไม่ยอมกักตัวเองอยู่ในบ้าน แต่กลับเดินทางไปทั่วทุกจังหวัดของไทยโดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นคิดแต่เพียงว่าตนเองไม่เป็น ซึ่งหลายครั้งที่มีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าเชื้อไวรัสอาจจะยังไม่แสดงอาการดังนั้นควรรอดูอาการที่บ้านก่อนไม่ควรออกไปไหน แต่หลายคนไม่ปฎิบัติตามจนมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

 

สนับสนุนโดย  next88

หมอจะไม่ทนนัดรวมตัวประท้วง

หมอจะไม่ทนนัดรวมตัวประท้วง

หมอจะไม่ทนนัดรวมตัวประท้วงต้องการให้รัฐบาลนำหน้ากากอนามัยแจกให้โรงพยาบาลก่อนแจกเงินประชาชน

         จากกรณีที่มีนายแพทย์ท่านหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการขาดแคลนหน้ากากอนามัยของทางโรงพยาบาลซึ่งปัจจุบันพบว่ามีโรงพยาบาลหลายแห่งมีหน้ากากอนามัยที่ไม่เพียงพอให้กับทางแพทย์และพยาบาลใช้งานซึ่งบางคนและบางที่ต้องนำของเก่ามาใช้อย่างที่นายแพทย์ท่านหนึ่งได้ออกมาบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์โดยตรงของตนเองว่ามีหน้ากากอนามัยใช้อยู่อันเดียวแต่ต้องเข้าห้องผ่าตัดแล้วเลือดของคนไข้ก็กระเด็นเปื้อนหน้ากากอนามัยหมด

แต่ถึงอย่างนั้นมาก็ยังไม่มีหน้ากากอนามัยอันใหม่ที่จะนำมาเปลี่ยนเพราะหน้ากากอนามัยของโรงพยาบาลได้หมดลงไปแล้วซึ่งคุณหมอท่านนั้นยังได้ถ่ายรูปโชว์ให้ชาวโซเชียลได้ดูด้วยจึงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการขาดแคลนหน้ากากอนามัยกันเป็นอย่างมากและทำให้หลายฝ่ายต่างช่วยกันระดมทุนหาซื้อหน้ากากอนามัยเพื่อไปบริจาคให้กับทางโรงพยาบาลอีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลรีบหาทางแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลนโดยเร็ว

แต่หลังจากโพสต์ของคุณหมอดังกล่าวเผยแพร่ได้ไม่นานคุณหมอก็ได้ออกมาบอกว่าทางกระทรวงสาธารณะสุขได้ออกมาบอกให้คุณหมอลบโพสต์ดังกล่าวออกเสียเพราะกระทรวงสาธารณสุขไม่พอใจที่คุณหมอออกมาโพสต์ข้อความดังกล่าวซึ่งเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับโรงพยาบาล อย่างไรก็ดีในเวลาต่อมาก็มีคุณหมอจากโรงพยาบาลมหาลัยขอนแก่นได้ออกมาโพสต์ข้อความขอรับบริจาคผ้าอ้อมที่เป็นผ้าสารูที่คนไม่ใช้แล้วให้นำมาบริจาคให้กับโรงพยาบาล

เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่จะได้นำพาดังกล่าวไปเย็บทำเป็นหน้ากากอนามัยใช้ชั่วคราวระหว่างที่รอหน้ากากอนามัยจากทางรัฐบาลส่งมาให้โดยได้กล่าวว่าตอนนี้แม้แต่ภาษาลูกก็ขาดแคลน และจากปัญหาดังกล่าวได้กลายเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โตเพราะตอนนี้คุณหมอจากโรงพยาบาลขอนแก่นได้ออกมานัดรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรหน้ากากอนามัยมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนโดยนำข้อมูลไปเปรียบเทียบที่ทางรัฐบาลกำลังจะทำเรื่องแจกเงินให้กับประชาชนใช้จ่ายฟรีในช่วงเดือนเมษายนนี โดยคุณหมอหลายท่านมองว่าก่อนที่รัฐบาลจะนำเงินของภาษีไปแจกจ่ายให้กับประชาชนใช้ฟรีนั้น

รัฐบาลควรเห็นความสำคัญของหมอและพยาบาลที่ต้องดูแลคนไข้แต่ไม่มีหน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคได้จึงเสี่ยงที่จะให้หมอและพยาบาลติดเชื้อโรคจากคนไข้ได้ง่ายซึ่งเป็นอันตรายต่อหมอและพยาบาลเป็นอย่างมากดังนั้นหมอและพยาบาลจึงได้นัดรวมตัวกันมาประท้วงในวันพรุ่งนี้เพื่อให้รัฐบาลรีบแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยอย่างเร่งด่วนและเพื่อเป็นการแสดงจุด ยืนกับการไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยแบบนี้          

 

สนับสนุนโดย  nowbet

ลูกทรพี ฆ่าหั่นศพแม่ตัวเอง

ลูกทรพี ฆ่าหั่นศพแม่ตัวเอง

ลูกทรพี ฆ่าหั่นศพแม่ตัวเอง อ้างว่าแม่รู้ความลับที่ตนแอบข่มขืนลูก

               ที่จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีการพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกแช่อยู่ในถังน้ำแข็งที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งบ้านหลังดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นบ้านเช่า โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเช่าอยู่อาศัยพร้อมกับแม่และลูกสาวอีก 2 คน โดยเมื่อเจ้าหนาที่ตำรวจไปเห็นก็พบกับชิ้นส่วนคน ทั้งท่อนแขน ท่อนขา แต่ไม่พบหัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าจับกุมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทันที

ซึ่งขณะนั้นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกำลังทำการช่วยชาวบ้านในหมู่บ้านทำที่กั้นไฟป่าอยู่  และเมื่อถูกจับกุมเขาก็ทำการรับสารภาพทันทีว่าเป็นคนลงมือฆ่าแม่ของตัวเองจริง ด้วยเหตุผลทีว่า แม่ของตัวเองรู้ความลับเรื่องที่ตัวเองข่มขื่นลูกสาวของตัวเองวัย 15 ปี แล้วแม่ขู่ว่าจะแจ้งความให้ตำรวจมาจับตนติดคุก ทำให้คนร้ายไม่พอใจจึงลงมือทุบศีรษะแม่จนเสียชีวิต

หลังจากนั้นก็จับร่างแม่แขวนไว้กับเขื่อบ้านแล้วลงมือแร่เนื้อออกเป็นชิ้นชิ้น โดยไปซื้อน้ำแข้งมาทำการแช่ชิ้นเนื้อเอาไว้ ส่วนด้านคอได้ตัดแล้วนำไปฝังไว้ที่สวนด้านหลังบ้าน ซึ่งคนร้ายได้ไปชี้จุดที่ฝั่งหัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจนำออกมาแล้ว ซึ่งเมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไป หลายคนไม่คาดคิดว่าคนร้ายจะสามารถฆ่าแม่ตัวเองได้ เพราะไม่มีวีแววมาก่อน ซ้ำคนร้ายยังใจคอโหดเหี้ยมมากเพราะฆ่าแม่เสร็จแล้ว ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ยังออกไปช่วยชาวบ้านทำงานได้อีก  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทางผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่าคนที่ให้เบาะแสกับคดีนี้คือ เด็กสาวอายุ 15 ปีที่เป็นลูกสาวของคนร้ายเอง โดยเธอเป็นคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่พ่อทะเลาะกับย่า และลงมือฆ่าย่าและหั่นศพย่า เด็กสาวจึงได้โทรไปบอกกับญาติและทางญาติได้โทรแจ้งผู้ใหญ่บ้านจนมาสู่การจับกุมคนร้ายในครั้งนี้ หลายคนไม่เชื่อว่าคนร้ายจะข่มขืนลูกสาวตัวเองจนเป็นสาเหตุที่ทำให้คนร้ายฆ่าแม่ บางคนสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการที่คนร้ายยืมเงินแม่ไปสองแสน

แล้วถูกแม่ทวงทำให้เกิดความไม่พอใจมากกว่า อย่างไรก็ดี คงต้องรอสอบสวนเด็กอายุ 15 ปีก่อนว่าได้ถูกพ่อกระทำการข่มชืนจริงหรือไม่และนี่คือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้พ่อลงมือฆ่าย่าหรือเปล่า ทางเพื่อนบ้านเองก็บอกว่าช่วงเวลาตีสี่ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันแต่ฟังไม่ออกว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร และได้ยินเสียงดังตุ๊บไปหนึ่งครั้ง ได้ยินเสียงคนร้องโอ้ยแค่ครั้งเดียวแล้วเสียงก็เงียบไปทำให้ตนไม่คิดว่าจะมีเรื่องร้ายแรงแบบนี้เกิดขึ้น 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sagame

หน้ากากอนามัยหาซื้อยาก

หน้ากากอนามัยหาซื้อยาก

หน้ากากอนามัยหาซื้อยากและยังสุดแสนจะแพงสุดท้ายยังเสี่ยงเป็นมะเร็งอีก

        จากกรณีที่มีข่าว. สส. สิระ เจนจาคะนำหน้ากากอนามัยไปจะให้กับประชาชนซึ่งมองว่าตอนนี้หน้ากากหายากจึงได้นำเงินส่วนตัวออกไปซื้อหน้ากากเพิ่มมาให้ประชาชนได้มีใช้โดยทาง สส. สิระเองก็ได้ไปซื้อหน้ากากอนามัยได้ในราคาถึงแผ่นละ 14 บาทซึ่งซื้อมาทั้งหมดจำนวน 10,000 ชิ้นเพื่อเอามาแจกประชาชน

ซึ่งเกินจากที่กฎหมายกำหนดเพราะกฎหมายกำหนดให้ขายได้ไม่เกินแผ่น ละ 2.5 ชิ้นแต่ที่เป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตเนื่องจากว่ามีการตรวจสอบพบว่าหน้ากากอนามัยที่ทาง สส. สิระ นำมาแจกให้กับประชาชนนั้นพบว่ามีสารอันตรายเจือปนซึ่งศาลดังกล่าวเป็นสารพิษเสียงทำให้คนที่ใช้เป็นมะเร็งได้ซึ่งหน้ากากอนามัยดังกล่าวตรวจสอบพบว่าจะมีเส้นใหญ่ยังเป็นสีฟ้ารบเนื้อผ้าจะเป็นใหญ่สังเคราะห์

ซึ่งมีกลิ่นเหม็นฉุนมากและหากใครสูดดมเข้าไปก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งและยังเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมด้วยและหากเอาหน้ากากอนามัยไปซักแล้วนำน้ำไปทิ้งลงแม่น้ำลำคลองหรือทะเลสัตว์ต่างๆที่อยู่ในของเราทะเลก็จะได้รับสารอันตรายนี้ด้วยซึ่งจะกลายเป็นระบบหมุนเวียนว่าถ้าสัตว์ได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายแล้ว

เรานำสัตว์กลับมากินสารพิษก็จะกลับเข้ามาสู่ร่างกายเราด้วยเหมือนกันหลังจากที่นักข่าวทราบเรื่องสารพิษจากหน้ากากก็ได้มีการเข้าไปสอบถามกับ สส.สิระ คนที่เอาหน้ากากอนามัยมาจากว่าไปรับซื้อมาจากไหนซึ่งเค้าก็บอกว่าซื้อผ่านมากอยากร้านขายของออนไลน์โดยทางร้านยืนยันว่ามีโรงงานผลิตอย่างดีมีการรับประกันสินค้าทำให้ตนเองต้องการสั่งซื้อมาเด็กตอนแรกเค้าบอกว่ากำลังจะมีการสั่งซื้อรอบที่สองแต่พอเมื่อทราบเหตุการณ์นี้แล้ว

คงจะไม่สั่งซื้ออีกแล้วเพราะถือว่านี่เป็นการหลอกลวง นำของที่ไม่ได้มาตรฐานและเป็นอันตรายมาจำหน่ายซึ่งได้มีการตามเรื่องไปถึงคนที่นำสินค้ามาจำหน่ายพบว่าไม่ได้เป็นคนผลิตเองแต่รับสินค้าจากที่อื่นต่อกันมาเป็นทอดๆดังนั้นจึงไม่สามารถหาแหล่งต้นกำเนิดของการผลิตได้ว่าผลิตสินค้าได้มาตรฐานหรือไม่

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คงจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับประชาชนหรือใครหลายหลายคนที่กำลังหาซื้อหน้ากากอนามัยว่าให้ตรวจสอบคุณภาพของหน้ากากให้ดีก่อนที่ตัดสินใจจะซื้อเพราะนอกจากราคาหน้ากากอนามัยจะสูงมากแล้วหาไม่ได้มาตรฐานก็อาจจะทำให้เราที่เป็นผู้ใช้เกิดอันตรายได้ด้วยเช่นกันการซื้อหน้ากากอนามัยผ่านทาง

เว็บไซต์ออนไลน์มีโอกาสสูงมากที่จะถูกหลอกหากเป็นไปได้ให้ลองหาซื้อตามร้านขายยาทั่วไปดูก่อนเพราะเราสามารถเห็นของก่อนที่จะจ่ายตังค์ได้

 

ขอบคุณที่มาของเรื่องราว สนับสนุนโดย  entaplay

รุ่นพี่ ป.4 ข่มขืนเด็ก ป.1พ่อเด็กยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

รุ่นพี่ ป.4 ข่มขืนเด็ก ป.1พ่อเด็กยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ความคืบหน้าจากกรณีเมื่อวานที่มีคุณพ่อชาวจังหวัดนครราชสีมาพาลูกสาววัยเพียง 7 ขวบเข้าไปร้องต่อมูลนิธิของคุณ ปวีณา โดยไปเล่าเรื่องให้คุณปวีนาฟังว่าลูกสาวอายุแค่เพียง 7 ขวบเรียนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่ชั้น ป. 1 ได้ถูกรุ่นพี่สองคนในโรงเรียนเดียวกันที่อยู่ชั้น ป. 4 หนึ่งคนและอีกสองคนอยู่ ป. 6 ทั้งสองคนได้ล่อลวงลูกสาววัย 7 ขวบไปเข้าห้องน้ำและได้เปิดคลิปโป้ให้ลูกสาวดูแล้วหลังจากนั้นเด็กทั้งสองคนก็ทำอนาจารลูกสาว ซึ่งตอนที่ทำอนาจาร เด็กทั้งสองคนได้ถ่ายคลิปวีดิโอเอาไว้ด้วย

เสร็จแล้วเด็กชายทั้งสามคนได้นำคลิปลับดังกล่าวไปโพสต์ในโซเชียลจนทำให้เด็กหญิงวัย  7 ขวบเกิดความอับอาย แต่หลังเกิดเรื่องไม่พบเพียงแค่นั้น เพราะว่าแม่เด็กที่เลิกกับพ่อไปแล้วได้ไปเจรจากับผู้ปกครองของผู้ที่ก่อเหตุเรียกรับเงินค่าเสียหายคนละสามหมื่นบาทจากผู้ปกครองของเด็กชายทั้งสามคนซึ่งรวมเป็นเงิน เก้าหมื่นบาท

และเมื่อได้เงินไปแล้วอดีตภรรยาก็นำเงินนั้นหนีหายไปอยู่กับสามีใหม่เลย ซึ่งทางพ่อของเด็กที่สายหายได้บอกว่าตัวเองไม่ได้ต้องการจะยอมความจึงอยากให้คุณปวีณา ช่วยประสานงานดำเนินตามกฎหมายกับคดีนี้ให้ถึงที่สุด วันนี้คุณพ่อได้เดินทางไปแจ้งความเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจพร้อมกันนั้นก็ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า

ตอนนี้ลูกสาวมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่อย่างมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ออกมาเล่าให้ฟังว่าพ่อมาแจ้งความเพื่อจะให้ดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังต้องรอเรียกเด็กที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำก่อนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นอย่างไร และต้องให้ทางสหวิชาชีพมาสอบปากคำเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคดีอาญาและถึงแม้ว่าแม่ของเด็กจะไปตกลงกันเองให้จ่ายเงินก็ไม่มีผลกระทบกับคดีอาญายังไงก็สามารถดำเนินการได้  ตอนนี้สภาพจิตใจเด็กค่อนข้างแย่

เพราะเวลาเด็กไปที่ไหนก็มีแต่คนสอบถามโดยส่วนมากมักจะถามเด็กทำให้เด็กคิดมาก จึงอยากจะย้ายโรงเรียนให้ลูกไปเรียนที่อื่น และตอนนี้ก็พยายามติดต่ออดีตภรรยาให้นำเงินที่ไปรับมาจากคู่กรณีไปคืนกับคู่เขาซะ เพราะกลัวว่าทางคู่กรณีจะคิดว่ารับเงินเพื่อที่จะยอมความแล้ว

แต่พ่อยืนยันไม่ยอมความแน่นอน แต่ตอนนี้ยังติดต่ออดีตภรรยาไม่ได้ โดยในตอนนี้ลูกสาวอยู่ในความดูแลของพ่อและตอนนี้น้องยังไม่ได้ให้ไปโรงเรียนทำเพียงให้ครูมาสอนทีบ้าน และเมื่อนักข่าวไปสอบถามยายของเด็กหญิง ยายก็บอกว่ายายเชื่อว่าเป็นการเล่นกันของเด็กๆ ยายไม่ติดใจเอาเรื่องเพราะที่จริงแล้ว เด็กทั้งหมดก็เป็นเครือญาติกันและเด็กๆก็เล่นกันและสนิทกันมาก ซึ่งพอถามเด็กๆก็บอกว่าทำเลียนแบบตามคลิปเท่านั้นยายจึงไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa