ผู้เขียน: admin

สาววัย 19 ปีถูกแฟนรุ่นพ่อ ยิงตายคารถแท็กซี่

สาววัย 19 ปีถูกแฟนรุ่นพ่อ ยิงตายคารถแท็กซี่

        เมื่อวันที่ 26 เดือนพฤษภาคมปีพ.ศ. 2564   เจ้าหน้าที่ตำรวจสน. ท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุว่าบริเวณริมถนนพระราม 2  ซึ่งเขตพื้นที่บางขุนเทียนมีเหตุการณ์คนยิงกันเกิดขึ้นโดยเกิดเหตุบนรถแท็กซี่คันสีชมพู  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปแล้วซึ่งมีพลเมืองดีพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กำลังวิ่งไล่ตามจับในขณะที่ผู้ถูกยิงนั้นเป็นหญิงสาวอายุ 19 ปีซึ่งมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มาถึงก่อนและนำส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างไรก็ตามหญิงสาวคนดังกล่าวทนพิษบาดแผลไม่ไหวและได้เสียชีวิตระหว่างรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

       ในรถ แท็กซี่คันสีชมพูที่เกิดเหตุนั้นยังมีร่องรอยของคราบเลือด และยังมีปลอกของกระสุนปืนตกอยู่ด้วย หลังจากนั้นไม่นานคนร้ายก็ถูกจับตัว ได้ เพราะวิ่งหนีเข้าไปในตลาดทำให้มีคนเห็นเหตุการณ์เยอะมากและช่วยกันสกัดจับคนร้ายได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัวคนร้ายมาจึงได้มีการสอบถามถึงสาเหตุของการยิงกันในครั้งนี้โดยคนร้ายนั้นเป็นชายอายุ 53 ปีระบุว่าตัวเขาเองและผู้เสียชีวิตนั้นเป็นแฟนกันซึ่งได้นั่งรถแท็กซี่คันสีชมพูมาพร้อมกันโดยเดินทางมาจากแถวบริเวณแสมดำ

         ซึ่งกำลังจะเดินทางมาที่ตลาดแห่งนี้เนื่องจากว่าฝ่ายชายต้องการที่จะมาช่วยครอบครัวของฝ่ายหญิงขายของที่ตลาดแต่ระหว่างที่นั่งรถแท็กซี่มากันนั้นปรากฏว่าทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกัน  โดยระหว่างที่ทะเลาะกันนั้น ป้าหญิงได้มีการประกาศขอบอกเลิกทำให้เขานั้นไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงขาดสติไปชั่ววูบและในตอนนั้นก็ได้มีการพกอาวุธปืนติดตัวมาด้วยพอได้ยินฝ่ายหญิงขอเลิกทั้งที่คบกันมานานถึง 7 ปีและดูแลฝ่ายหญิงอย่างดีมาโดยตลอดทำให้รู้สึกไม่พอใจจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงไปที่ผู้หญิงรวมแล้วทั้งหมด 7 นัดด้วยกันเมื่อยิงเสร็จก็ลบหนีวิ่งเข้าไปในตลาดและถูกชาวบ้านในตลาดช่วยกันจับตัวมาได้นั่นเอง

       สำหรับผู้ก่อเหตุนั้นชื่อว่านายอำนาจ   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อหาหลังจากที่มีการสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยจะดำเนินคดีด้วยความผิดฆ่าคนอื่นด้วยการไตร่ตรองเอาไว้ก่อนสาเหตุนั่นก็เพราะว่านายอำนาจได้มีการพกอาวุธปืนติดตัวมาด้วยแสดงว่าต้องมีการเตรียมความพร้อมที่อาจจะมีการยิงฝ่ายหญิงซึ่งนี้เป็นหลักฐานชั้นดีในการที่จะดำเนินคดีกับนายอำนาจ

        ส่วนทางด้านพลเมืองดีนั้นเป็นชาวบ้านที่อยู่บริเวณตลาดและมีสารวัตรตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งมาซื้อกับข้าวที่ตลาดและกำลังยืนใส่บาตรพอได้ยินเสียงคนตะโกนร้องให้ช่วยจับคนร้ายทางด้านสารวัตรตำรวจก็วิ่งเข้าจับกุมคนร้ายทันทีจนสามารถจับกุมคนร้ายภายในบริเวณที่เกิดเหตุได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    บาคาร่า sa

ความเครียดของผู้ปกครองรับเปิดเทอม

ความเครียดของผู้ปกครองรับเปิดเทอม

         ในช่วงที่บุตรหลานของเราปิดเทอมนั้นผู้ปกครองก็จะมีความเครียดในการที่จะต้องมานั่งคอยดูแลเด็กๆในช่วงเวลาปิดเทอมที่เวลาเด็กอยู่ที่บ้านนั้นก็มักจะเล่นเสียงดังเอะอะโวยวายรวมถึงนำของเล่นออกมาเล่นแล้วไม่ยอมเก็บทำบ้านสกปรกอีกทั้งยังต้องคอยดูแลเรื่องของอาหารการกินตั้งแต่เช้ากลางวันเย็นและต้องคอยควบคุมดูแลไม่ให้เด็กนั้นเล่นเกมมากเกินไปรวมถึงยังต้องสอนอ่านหนังสือสอนทำแบบฝึกหัดในช่วงที่มีการปิดเทอมแต่อย่างไรก็ตามปัญหาความเครียด

ในช่วงของการปิดเทอมก็ไม่มากเท่ากับการที่ลูกหลานของเรากำลังจะเปิดเทอมเพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่นั้นจะต้องเริ่มมีความเครียดตั้งแต่เรื่องของการหาเงินไปซื้ออุปกรณ์การเรียนไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียนสำหรับการเรียนเทอมใหม่หรือแม้แต่ชุดนักเรียนกระเป๋านักเรียนและรองเท้าถุงเท้านักเรียนอีกทั้งยังต้องมีการเกิดความเครียดที่จะต้องมีการเตรียมเงินเพื่อไปจ่ายค่าเทอม

สำหรับการเรียนเทอมใหม่นั่นเองซึ่งแต่ละโรงเรียนนั้นก็จะมีค่าเทอมที่แตกต่างกันออกไปสำหรับเด็กนักเรียนที่เป็นโรงเรียนรัฐบาลนั้นผู้ปกครองก็จะเครียดเฉพาะแค่เครื่องแบบนักเรียนและค่าหนังสือแต่สำหรับลูกหลานของใครที่เรียนโรงเรียนเอกชนแล้วก็ค่าเทอมของโรงเรียนเอกชนนั้นก็ราคาหลักหมื่นขึ้นไปเลยทีเดียวซึ่งบางที่ก็เป็นหลักแสนในสมัยที่เศรษฐกิจยังคงดีอยู่ปัญหาเรื่องของความเครียดเกี่ยวกับเรื่องของค่าเทอมเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นแต่ในปีนี้ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย

กำลังอยู่ในขั้นติดลบและวิกฤตอยู่ในขณะนี้ทำให้หลายครัวเรือนนั้นมีปัญหาเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะเอามาใช้จ่ายในแต่ละวันยิ่งเฉพาะใกล้จะเปิดเทอมแล้วผู้ปกครองที่มีปัญหาในเรื่องของการเงินก็มักจะเกิดความเครียดว่าจะไปหาเงินมาจากที่ไหนในการที่จะมาจ่ายค่าเทอมรวมถึงนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์การเรียน

และชุดนักเรียนให้กับรูปร่างของตนเองนั่นเองอย่างไรก็ตามสิ่งที่สามารถทำได้ก็คือการดูทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ในบ้านอยู่ในตอนนี้เพื่อนำไปวางไว้ที่โรงรับจำนำและนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายให้กับลูกหลานของตนเองในช่วงที่ใกล้จะเปิดเทอมนั่นเองซึ่งแน่นอนว่าหากใกล้เปิดเทอมเมื่อไหร่โรงรับจำนำนั้นจะเป็นที่พึ่งพิงของใครหลายๆคนได้ดีทีเดียว และในช่วงปีนี้เป็นช่วงที่มีการเปิดเทอมและมีเงื่อนไขของการเปิดห้องเรียนว่าจะต้องมีการนั่งเว้นช่วงกัน 1 ห้องนั้นจะต้องมีจำนวนเด็กนักเรียนไม่เกิน 25 คน

โดยบางโรงเรียนนั้นใช้เป็นการปรับการเรียนการโดย 1 อาทิตย์จะเรียนเพียงแค่ 3 วันเท่านั้นดังนั้นปัญหาที่ตามมาของผู้ปกครองก็คือเรื่องของค่าเทอมที่ทางโรงเรียนจะมีการลดค่าเทอมให้หรือไม่และลูกหลานของตนเองนั้นจะสามารถเอาความรู้กลับมาได้หรือไม่หากต้องมีการเรียนเพียงไม่กี่วันต่อ 1 สัปดาห์ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นความเครียดที่ผู้ปกครองหลายๆคนที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้นั่นเอง

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    กริลแอร์

อาจารย์โหดตีหัวเด็กน้อยจนตาย สาเหตุมาจากทำเลขผิด 2 ข้อ

อาจารย์โหดตีหัวเด็กน้อยจนตาย สาเหตุมาจากทำเลขผิด 2 ข้อ

         มีเรื่องเล่าที่น่าสลดใจเกิดขึ้นที่ประเทศจีนโดยมีรายงานข่าวออกมาเมื่อวันที่ 14 เดือนกันยายนปีพศ2563 ว่าที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวนได้มีเด็กหญิงคนนึงอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้นเสียชีวิตจากการถูกคุณครูทำโทษ

       โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เดือนกันยายนปีพศ2563 ที่ผ่านมาซึ่งในวันดังกล่าวนั้นทางโรงเรียนได้จัดงานวันครูเด็กๆมีการเตรียมดอกไม้ไปไหว้ครูกันทุกคนรวมถึงเด็กน้อยวัย 10 ขวบที่เสียชีวิตคนนี้ด้วย  อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าวนั้นช่วงเวลาประมาณ 09:00 น หนูน้อยวัย 10 ขวบได้มีการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และเธอไม่สามารถทำการแก้โจทย์ปัญหาได้จำนวน 2 ข้อซึ่งคุณครูประจำชั้นที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ของเธอนั้นไม่พอใจที่เธอไม่สามารถแก้โจทย์ได้จึงได้มีการเรียกเธอมาทำโทษโดยวิธีการทำโทษของคุณครูนั้นได้สั่งให้หนูน้อยวัย 10 ขวบนั่ง

คุกเข่าลงหลังจากนั้นคุณครูก็ทำการดึงใบหูของหนูน้อยวัย 10 ขวบอีกครั้งยังใช้มือกระหน่ำตีไปที่ศีรษะของเธออย่างรุนแรงเหตุการณ์ในครั้งนี้เด็กๆทุกคนในห้องเห็นเหตุการณ์กันหมดรวมถึงน้องสาวฝาแฝดของหนูน้อยวัย 10 ขวบด้วย  หลังจากที่พี่สาวฝาแฝดของเธอเสียชีวิตลงเธอได้เล่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ปกครองของเธอฟัง

โดยเล่าว่าหลังจากที่พี่สาวฝาแฝดของเธอถูกทำโทษเด็กน้อยก็ไม่สามารถที่จะเงยหน้าขึ้นมาได้เองและไม่สามารถลุกได้เองจนเพื่อนๆและตัวเธอนั้นต้องเข้าไปประคองแต่หลังจากที่ประคองพามานั่งที่เก้าอี้เธอก็ไม่สามารถที่จะนั่งที่เก้าอี้ได้เลยจนทำให้คุณครูที่โรงเรียนต้องโทรไปหาคุณย่าของหนูน้อยวัย 10 ขวบคนนี้เพื่อให้คุณย่าพาเด็กไปส่งโรงพยาบาลหลังจากที่คุณย่ามารับตัวหลานสาวของตนเองไปโรงพยาบาลปรากฏว่าคุณหมอไม่สามารถที่จะช่วยเหลือชีวิตเด็กไว้ได้เพราะในที่สุดแล้วเด็กน้อยวัย 10 ขวบก็เสียชีวิต

        สำหรับเรื่องราวในครั้งนี้คุณย่าของเด็กที่เสียชีวิตให้การว่าหนูน้อยที่เสียชีวิตในครั้งนี้เธอชื่อว่าน้องหนิงหนิงซึ่งเธอกลัวการมาเรียนวิชาคณิตศาสตร์กับคุณครูคนนี้มากเพราะน้องหนิงหนิงเคยเล่าให้กับคุณย่าฟังว่า เวลาเด็กทำผิดคุณครูมักจะทำโทษด้วยการตี  ซึ่งคุณยายเองก็ไม่คิดว่าคุณครูจะทำรุนแรงมากถึงขนาดนี้จนในที่สุดหลานของคุณย่าต้องเสียชีวิตลง

      อย่างไรก็ตามคุณย่าได้เล่าให้ฟังว่าหลังจากที่หลานสาวเสียชีวิตแล้วคุณย่าได้มีการติดต่อไปที่โรงเรียน ถึงแนวทางการลงโทษคุณครูจากอาจารย์ใหญ่ของแต่อาจารย์ใหญ่กับไม่ยอมเปิดเผยว่ามีการลงโทษคุณครูท่านนั้นอย่างไรบ้างและไม่ยอมพูดสายด้วยอีกครั้งเมื่อนักข่าวไปสอบถามทางโรงเรียนก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมสนทนาด้วยเช่นเดียวกัน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ำ100

หญิงไทยรู้ทัน scammer 

หญิงไทยรู้ทัน scammer 

เมื่อมีงานที่ผ่านมาข้าราชการไทยหลายๆคน ได้เข้าสู่ชีวิตวัยเกษียณพร้อมกับเงินก้อนใหญ่ พวกเขาได้ใช้เวลากับสมาร์ทโฟนมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่จะทำการตกเหยื่อไม่แก๊งscammer หรือพวกหลอกรักออนไลน์สำหรับแก๊ง Romance scammer ในชาวซีเรีย มีการสร้าง Facebook Profile ในการหลอกลวงเหยื่อ

ไม่ว่าจะเป็นการแอบอ้างเรื่องราวโดยอ้างตนว่าเป็นวิศวกรชาวอังกฤษ  เป็นทหารชาวอเมริกัน หรือแม้แต่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของชาวเยอรมัน โดยในการหลอกทักแชทพูดคุยโดยมีหญิงไทยเป็นกลุ่มเป้าหมายซึ่งหญิงไทยหลายคนก็ถูกหลอกให้โอนเงินหลายสิบล้านบาทในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น

นอกจากนั้นยังมีข้อมูลที่น่าตกใจอีกด้วย ว่าในแต่ละวันมีหญิงไทยที่ตกเป็นเหยื่อ แก๊งโรแมนซ์สแกนมื้อนี้วันละไม่ต่ำกว่า จำนวน 20 คน โดยเนื้อหาจะมีการหลอกลวงประมาณ เงินจำนวน 15 ร้อยเหรียญจะถูกเสนอให้เราผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากว่าจะมีหญิงสาวหลายๆคนถูกให้หลอกโอนเงินหลังจากที่ทำการพูดคุยกับชาวต่างชาติเหล่านี้ โดยเขาให้ฟังเห็นว่าพวกเขาจะมาใช้ชีวิตคู่กับหญิงสาวที่นี่ด้วยกัน 

แต่ก็มีเหตุการณ์หลายๆอย่างที่จะทำให้มีปัญหา จนทำให้ฝ่ายหญิงนั้นจะต้องสงสารหรือจะต้องโอนเงินเพื่อไปช่วยเขาเหล่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วเขาคือการหลอกลวงเกี่ยวกับการอยากเข้ามาใช้ชีวิตคู่ด้วยหรืออาจจะเป็นปัญหาที่อยากจะส่งสินค้ามาให้ส่งของขวัญมาให้ฝ่ายหญิงเพื่อเป็นการหลอกล่อให้ใส่หญิงเชื่อกับสิ่งเหล่านั้น 

พวกเขาเหล่านี้มักจะมีการหลอกล่อและมีวิธีการพูดต่างๆนั้นๆเพื่อทำให้ฝ่ายหญิงเชื่อใจและมั่นใจโดยวิธีการหลอกล่อเหล่านี้มักจะเป็นวิธีการพูดทำให้ผู้หญิงหลงด้วยการบอกรักบอกคิดถึงเป็นการห่วงใยทำให้ผู้หญิงนั้นมีความเชื่อใจเพิ่มมากขึ้นและทำให้พวกเขาหลงกับผู้ชายต่างๆเหล่านี้ได้เร็วมากขึ้น

ยิ่งถ้าหากเราได้โทรหรือพูดคุยเป็นระยะเวลาสักพักหนึ่งคุณก็อาจจะทำให้หลงเชื่อเขาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และนี่ก็เป็นเหตุผลต่างๆนานๆที่เขาใช้เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้หญิงชาวไทยอย่างไร จากนั้นก็จะทำการสอบถามความเป็นอยู่เพื่อเป็นทำนองในการเอาใจใส่ดูแลเราอย่างดี 

หลายคนมักจะถูกหลอกด้วยการส่งภาพถ่ายในการซื้อสินค้ามาให้ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกากระเป๋าสร้อยหรือแม้แต่อุปกรณ์ต่างๆที่ผู้หญิงต้องการด้วยกันทำขึ้นสิ่งเหล่านี้จะมีราคาค่อนข้างที่จะแพงดังนั้นทำให้ผู้หญิงหลายคนเชื่อและหลงกลได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก 

จากนั้นพวกเขาก็จะทำการหลอกล่อว่ามีการส่งเข้ามาแล้วแต่จะต้องมีการเสียค่าบริการค่าโอนค่าส่งสินค้าต่างๆนานาที่จะต้องจ่ายเป็นเงินไทยและจะต้องโอนไปในทันทีถึงจะได้รับสินค้าเหล่านั้นซึ่ง 4 ของพี่กอล์ฟส่งมานั้นค่อนข้างที่จะมีราคาสูงทำให้หลายคนจึงตัดสินใจจ่ายเงินจำนวนหลักหมื่นเพื่อที่จะแลกกับเงินหลักแสนที่เขาส่งมานั้นจึงทำให้เหตุการณ์นี้มีผู้ตกเป็นผู้ถูกหลอกจำนวนมาก

 

สนับสนุนโดย.    เว็บพนันบอล ฝากขั้น ต่ำ 100 โบนัส 100

ปัญหาด้านความปลอดภัยในรั้วโรงเรียน

ปัญหาด้านความปลอดภัยในรั้วโรงเรียน

       เป็นประเด็นกันมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัยของเด็กนักเรียน เมื่อต้องออกจากบ้านมาเรียนหนังสือ ซึ่งในอดีตเรามักจะเห็นข่าวครูตี เด็กนักเรียน โดยให้เหตุผลของการตีว่า ทำผิดระเบียบทั้งเรื่องการแต่งกาย การตัดผมที่ไม่ถูกกฎระเบียบของทางโรงเรียน และยังมีอีกมากมายหลายปัญหาที่เรามักจะเห็นในข่าว  รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่เด็กถูกทำร้ายเพราะครูเครียดมีปัญหาเรื่องส่วนตัว 

       อันที่จริงแล้วเหตุการณ์ครูใช้ความรุนแรงกับเด็กแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นแล้ว เพราะกฎของกระทรวงศึกษาธิการก็มีออกมาแล้ว่า ไม่ควรที่จะมีการทำรุนแรงกับเด็กด้วยการตี การทำโทษเด็กนั้นมีมากมายหลายวิธี  ดังนั้นวิธีทำโทษด้วยการตีจึงเป็นเรื่องที่ล้าหลัง และยิ่งตีเด็กอายุ  3 ขวบจึงเป็นสิ่งที่ใครๆก็รับไม่ได้

       ผู้ปกครองส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน นั้น มีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบุคลากร หรือครูที่สอนลูกของตัวเองนั้นจะมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเด็ก  สามารถชี้แนะให้เด็กปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากเด็กดื้อ มาเป็นเด็กดีได้ด้วยการพูดและการสอนสั่ง ไม่ใช่จากการทำโทษและการใช้ความรุนแรง

       สิ่งที่ทางโรงเรียนควรจะหยุดพฤติกรรมครูทำร้ายเด็กนั้น ควรเริ่มตั้งแต่การรับครูเข้ามาสอนในโรงเรียนเลยว่า ควรมีการทำแบบทดสอบเกี่ยวกับสุขภาพจิตของครูก่อนรับเข้ามาสอน และควรที่จะเลือกครูที่เรียนจิตวิทยาสำหรับเด็กมาดูแลเด็กระดับชั้นอนุบาลจะดีที่สุด เพราะเด็กในวัยนี้ยังเล็ก ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับการทำผิดหรือทำถูก ดังนั้นในฐานะที่เป็นครูจึงควรจะต้องค่อยค่อยสอนเด็ก แทนการทำโทษและไม่ควรใช้ความรุนแรงกับเด็กนั่นเอง 

      จะเห็นว่าในตอนนี้เราจะเห็นเหตุการณ์ การใช้ความรุนแรงกับเด็กในโรงเรียนเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโต  การที่ครูใช้คำพูดที่หยาบคายด่าเด็ก  ซึ่งปัญหาเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทางด้านกระทรวงศึกษาธิการควรมีแนวทางส่งมายังโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศให้คอยมีการสอดส่งดูแล พฤติกรรมของครู และควรมีการออกกฏเกณฑ์ใหม่ในการรับคนเข้ามาบรรจุเป็นครู  ควรจะมีมาตรฐานการคัดคนที่จะมาเป็นครูให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบในครั้งนี้ขึ้นอีก

        การเพิ่มเนื้อหาข้อบังคับให้คนที่มีแนวความคิดที่ว่าจบมาแล้วต้องการที่จะมาเป็นครูนั้น ควรจะมีการเพิ่มวิชา จิตวิทยาให้เรียนเพิ่มเข้าไปด้วย เพื่อที่ครูจะได้รู้ว่าควรจะดูแลเด็ก และพูดคุยกับเด็กอย่างไรให้เด็กเข้าใจและเลิกพฤติกรรมดื้อได้  หากสามารถคัดกรองคนที่จะมาเป็นครูได้ ก็จะทำให้ปัญหาการใช้ความรุนแรงในโรงเรียนลดน้อยลงไปเยอะมากอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย    v9bet

Mystic Pop-up Bar

Mystic Pop-up Bar

ซีรี่ส์เกาหลีอีกหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำ เป็นซีร่ส์ที่เพิ่องออนแอร์เมื่อไม่นานถือว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดีเลยทีเดียวเป็นซีรี่ส์แนวคอมมาดี้แฟนตาซี เนื่องจากเป็นซีรี่ส์แนวแฟนตาซีทำให้เรื่องราวนั้นน่าสนใจยิ่งขึ้นและทำให้ผู้ชมนั้นเฝ้าติดตามเพราะซีรี่ส์เรื่องนี้ถือว่าเป็นซีรี่ส์ที่สามารถดูเพื่อความผ่อนคลายได้โดยเรื้อเรื่องจะเน้นไปในทางตลกขบขันมากกว่าและมีความแฟนตาซีผสมอยู่ด้วย โดยเนื้อเรื่องหลักๆนั้นคือหมอดูที่ฆ่าตัวตายและเกิดการจองจำให้มาช่วยเหลือมนุษย์เพื่อถ่าบาปจากที่ตัวเองนั้นฆ่าตัวตายนั่นเอง

เนื้อเรื่องถือว่าเป็นเนื้อเรื่อที่มีความสนุก โดยซีรี่ส์นั้นนำแสดงโดย ฮวางจองอึมนักแสดงสาวมากความสามารถจากซีรี่ศืชื่อดังอย่าง รักวุ่นวายนายอลเวงและShe Was Pretty และยังมีอีกหลายเรื่องมากมายที่เธอได้ฝากฝีไม้ลายมือไว้ประกบคู่กับพระเอกหน้าเด็กอย่างยุกซองแจ นักแสดงจากซีรี่ส์เชื่อดังจากซีรี่ส์เรื่อง Goblin รับบทเป็นหลานชายของพระเอกนั่นเอง ซึ่งอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี และยังมีนักแสดงมากความสามารถอีกหลายคร่วมแสดงด้วย ก็ถือว่าเป็นซีรี่ส์ที่มีนักแสดงแถวหน้าของเกาหลีร่วมแสดงด้วยนั่นเอง

โดยซีรี่ส์นั้นจะกล่าวถึงชีวิตที่ต้องไถ่บาปของนางเอกหรือวอลจู โดยเธอนั้นได้ฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอตายใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทำให้เธอนั้นต้องมาช่วยคลายความทุกข์ของมนุษย์เพื่อเป็นการไถ่บาปที่ตนเองนั้นทำนั่นเอง โดยเนื้อเรื่องจะเน้นในกล่าวถึงการช่วยชีวิตและช่วยเหลือคนต่างๆบนโลกมนุษย์จนเมื่อถึงเวลาที่เธอนั้นจะต้องทำภารกิจให้สำเร็จจึงได้ไปเจอกับฮันกังแบ ซึ่งฮันกังแบได้เป็นพนังานอยู่ที่ซุปเปอร์เก็ตและมีความพิเศษคือเมื่อเขานั้นสัมผัสตัวใครคนๆนั้นจะต้องเล่าหรือสารภาพสิ่งที่อยู่ในออกมาให้เขาได้ฟังนั่นเอง เมื่อวอลจูเห็นว่าฮันกังแบนั้นมีความสามารถจึงดึงตัวมาเพื่อช่วยงานที่ร้านลับแลซึ่งเป็นร้านลับสำหรับช่วยเหลือมนุษย์นั่นเอง  ร้านนั้นมนุษย์จะสามารถเห็นได้ก็ต่อเมื่อมีเรื่องทุกข์หรือต้องการความช่วยเหลือนั่นเอง 

โดยการช่วยเหลือของวอลจูนั้นคือการแก้ไขสิ่งต่างๆที่ทำให้คนคนนั้นเกิดความทุกข์ใจด้วยการกลับไปแก้ไขสิ่งต่างๆในโลกแห่งความฝันโดยวอลจูนั้นจะมีเหล้าวิเศษเมื่อดื่มเข้าไปแล้วก็จะไปอยู่ยังโลกแห่งความฝันนั่นเอง ทำให้เธอนั้นสามารถแก้ไขและขจัดความทุกข์ของคนจำนวนมากได้และจำนวนที่เธอต้องช่วยเหลือมีเพียงอีก7คนเท่านั้น มาลุ้นและเอาใจช่วยวอลจูกันว่าเธอจะทำภารกิจและได้ไปเกิดอย่างที่ต้องการไหมและเธอจะสมหวังในความรักหรือไม่และบทสรุปของซีรี่ส์เรื่องนี้จะจบอย่างไรอยากให้ทุกคนมาติดตามและลุ้นไปพร้อมๆกัน

 

สนับสนุนโดย    แทงบอลออนไลน์

แม่สิตางค์ ตำนานส้มหยุด

แม่สิตางค์ ตำนานส้มหยุด

สิตางค์ บังทอง เป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิดปัจจุบันมีอายุ 58 ปีแต่ได้เข้าสู่วงการเน็ตไอดอลเนื่องจากภาพที่แม่ได้ถ่ายรูปในชุดสุดเซ็กซี่ในช่วงวันสวกรานต์ตั้งแต่ปี 60 ซึ่งในช่วนั้นก็ถือว่าเป็นเน็ตไอดอลหน้าใหม่ที่ได้รับความนิยมและมีผู้ติดตามทางโซเชียลจำนวนมากเพราะเธอนั้นได้ไปเล่นน้ำสงกรานต์และเต้นในเพลงสุดมันพร้อมกับพูดว่า สะบัดต่อไม่รอแล้วนะ

และคลิปนี้ได้มีการโพสต์ลงโซเชียลทำให้เป็นที่ฮือฮาของเหล่าผู้เล่นโซเชียลอย่างมากเนื่องจากท่าทางที่มีความสนุกสนานและวลีเด็ดอย่างสะบัดต่อไม่รอแล้วนะที่แม่ได้พูดออกมานั่นเอง และหลังจากนั้นนานกระแสของแม่ก็เงียบลงไปแต่ก็ยังคงมีการทำคลิปออกมาเรื่ยๆ

และก็ยังคงได้รับความนิยมในการติดตามจากแฟนคลับเป็นอย่างดีมาตลอดจนในปี 63 นช่วงนั้นมีการเกิดการระบาดของโควิด19  และแม่ได้ไปออกรายการของคุณหนุ่มกรรชัยและมีการเล่าเรื่องราวต่างๆของตัวเองมากมายจนมาสะดุดที่ตำนานส้มหยุดนั่นเอง

เรื่องราวตำนานส้มหยุดนั้นจึงเกิดเป็นกระแสและนำมาเลียนแบบในโซเชียลมากและโดยในแอปพริชั่น Tiktok นั้นถือว่าเป็นแอปที่ได้รับความนิยมในช่วงที่เกิดโควิด19อย่างมากเพราะคนเราโดยส่วนใหญ่ไม่ได้ออกไหนและมีการทำงานแบบ WFH ทำให้มีเวลาที่จะได้ชมสิ่งเพลินเพลินเหล่านี้แฃะมีการเลียนแบบทำให้ตำนานส้มหยุดยิ่งเกิดเป็นกระแสที่โด่งดังอย่างมากดังจนคนต่างชาติต้อง Tiktok cละเลียนแบบแม่เลยทีเดียว

และหลังจากนี้ไม่นานเมื่อตำนานสัมหยุดมีการแพร่กระจายและได่รับความนิยมในการแชร์ในโซเชียลเป็นอย่างมาก ก็ทำให้แม่สิตางค์นั้นมีงานมากขึ้น ทั้งงานไปออกรายการ ซึ่งการไปออกรายการแต่ละครั้งนั้นก็จะเกิดเรื่องราวที่เกี่ยวกับแม่มากมายและมีการนำมาเลียนแบบใน Tiktok นั่นเอง จนในที่สุดแม่สิงตางค์ก็ดังเป็นพลุแตกเลยทีเดียว 

สิตางค์ถือวาเป็นบุคคลที่ค่อนข้างจะเป็นปรัวัติศาสตร์มากเลยทีเดียวทั้งในเรื่องรูปร่างหน้าตา การกระทำ การเล่าเรื่อง ถือว่ามีความพิเศษมากและเมื่อเราดูจากสิ่งต่างๆที่แม่ให้สัมภาษณ์นั้นไม่น่าเชื่อว่าแม่นั้นจะจบจากคณะนิติศาสตร์นั่นเอง ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้นก่อนที่แม่จะได้เข้ามาในวงการแม่ก็ได้ช่วยทำธุรกิจของที่บ้านและทำงานต่างๆที่เกี่ยวกับกฏหมายด้วย

ถือว่าเป็นคนที่เก่งและมีความสามารถจนสุดท้ายแล้วแม้ก็สามารถที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้สำเร็จ และตำนานส้มหยุดนั้นก็คือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้แม่สิตางค?นั้นได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศและยังเป็นที่รู้จักของคนหลายๆประเทศในแอป Tiktok ด้วย ดังนั้นแล้วการติดตามและการให้กำลังใจเป็นสิ่งที่จะช่วยพลักดันแม่ให้แม่นั้นไปถึงยังสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้เพราะแม่ก็อายุมากแล้วทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

จะเข้ามหาวิทยาลัยเตรียมตัวอย่างไร?

จะเข้ามหาวิทยาลัยเตรียมตัวอย่างไร?

ช่วงนี้น้องๆหลายคนคงกำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวสำหรับการเปิดเทอมของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะน้องใหม่ อย่างน้องเฟรชชี่ปี 1 ที่ยังไม่เคยเจอกับสังคมมหาวิทยาลัยมาก่อน อาจจะเป็นกังวลและตื่นเต้นได้ว่าสังคมมหาวิทยาลัยจะแตกต่างกับสังคมมัธยมอย่างไร วันนี้เราจะมาแนะนำการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการก้าวเข้าไปสู่รั้วมหาวิทยาลัย

1.ศึกษาข้อมูลสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัย

การที่เราจะไปศึกษายังสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เราอาจจะต้องเตรียมตัวในการหาข้อมูลสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยว่าเป็นอย่างไร เช่น ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยแถวภาคเหนือ เราอาจจะต้องเตรียมตัวสำหรับอากาศหนาว เป็นต้น และดูสภาพแวดล้อมในเรื่องต่างๆ การขนส่งบริเวณนั้นมีบริการอะไรบ้าง หากเป็นมหาวิทยาลัยชนบทอาจจะไม่มีบริการขนส่งที่เท่าในเมืองจึงต้องทำให้นำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัวไปไว้ใช้ขับขี่เผื่อเวลาไปไหนมาไหนและเวลาเจ็บป่วยฉุกเฉิน

2.ศึกษาข้อมูลประเพณี วัฒนธรรมในมหาวิทยาลัย

บางมหาวิทยาลัยการมีวัฒนธรรมรับน้องในรูปแบบโซตัส เราอาจจะต้องเตรียมตัวและรับมือกับการรับน้องแบบนี้ เพราะ
มีทั้งคนที่ยอมรับและไม่ยอมรับกับวัฒนธรรมบางอย่างของมหาวิทยาลัย ซึ่งบางมหาวิทยาลัย บางคณะ บางสาขาก็มีคะแนนการรับน้องด้วย ดังนั้นเราจึงศึกษาก่อนเพื่อจะหาแนวทางไว้ให้แก่ตัวเองได้ว่าควรรับมือเช่นไร รวมถึงประเพณี และวัฒนธรรม กิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัย

3.ศึกษากฎ/ระเบียบของมหาวิทยาลัย

แม้มหาวิทยาลัยจะแตกต่างจากโรงเรียนมัธยม เพราะมหาวิทยาลัยจะให้อิสระแก่นิสิต นักศึกษามากกว่า จะเข้าเรียนหรือไม่เข้าเรียนก็ได้ จะย้อมสีผมก็ได้ จะใส่ชุดไปรเวทไปเรียนก็ได้ จะแต่งกายอย่างไรก็ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามบางมหาวิทยาลัยอาจมีข้อกำหนด กฎ ระเบียบของมหาวิทยาลัยในเรื่องการแต่งกายได้ ในเรื่องการเข้าเรียน หรือคณะ/สาขา หรืออาจารย์มหาวิทยาลัยบางท่านอาจจะกำหนดเรื่องการเข้าเรียน การเช็คชื่อเพื่อเก็บคะแนนได้ ซึ่งก็เป็นรายละเอียดที่คณะ/สาขา และอาจารย์จะแจ้งเราอีกที

4.ศึกษาเค้าโครงหลักสูตร

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้และไม่เคยให้ความสำคัญมาก่อนด้วยซ้ำ แต่การศึกษาเค้าโครงหลักสูตรนั้นเป็นประโยชน์แก่การเรียนมาก เพราะจะทำให้เราวางแผนการเรียนของตัวเองได้ แม้บางมหาวิทยาลัยจะมีคณะ สาขาเหมือนกัน แต่โครงสร้างหลักสูตรการเรียนก็อาจจะมีความแตกต่างกัน บางมหาวิทยาลัยอาจเอาวิชายากบางตัวมาเรียนตั้งแต่ปีหนึ่ง ในขณะที่บางมหาวิทยาลัยอาจให้เรียนแต่วิชาง่ายๆ วิชาพื้นฐาน ด้วยเหตุนี้เองเราจึงควรศึกษาโครงสร้างหลักสูตรจะได้วางแผนการเรียนได้ทัน หากต้องเจอวิชายากๆก็จะได้เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ 

5.เข้าร่วมกลุ่มเฟส กลุ่มไลน์เฟรชชี่มหาวิทยาลัยหรือคณะ

สมัยนี้เทคโนโลยีมีบทบาทในทุกสังคม รวมถึงสังคมมหาวิทยาลัยด้วย ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเทอมให้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยได้ แต่เราก็สามารถรู้จักเพื่อนและรุ่นพี่จากในกลุ่มต่างๆของมหาวิทยาลัย ของคณะหรือสาขาได้ หากเขามีการตั้งกลุ่มเราจึงควรเข้าร่วมกลุ่ม นอกจากจะได้เพื่อนเพิ่มก่อนไปมหาวิทยาลัยแล้ว ยังจะได้รู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยด้วย

 

สนับสนุนโดย  สูตร ยี่กีเข้าทุกรอบ

ทำอย่างไรให้ห่างไกลจากการตีตราตนเอง

ทำอย่างไรให้ห่างไกลจากการตีตราตนเอง

การตีตราตนเองหรือ self stigma คือการที่เรามีความคิดหรือทัศนคติในทางลบกับตนเอง ไม่ให้การยอมรับการตนเอง ตำหนิตัวเอง รวมถึงการไม่ให้อภัยในความผิดพลาดของตนเอง โดยอาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1. การตีตราตนเองเกี่ยวกับลักษณะหรือร่างกายของตัวเอง เช่น ความพิการ รอยแผล รูปร่าง เป็นต้น ในกรณีแบบนี้เรามักจะเกิดความไม่พอใจในลักษณะทางกายภาพของตัวเอง รู้สึกด้อยค่า 
  2. การตีตราตนเองโดยการกล่าวโทษ ตำหนิ ไม่ให้อภัยในความผิดพลาดของตัวเอง เช่น เคยเป็นผู้ใช้สารเสพติด เคยต้องโทษติดคุก เป็นต้น ในกรณีแบบนี้เรามักจะมีความคิดโทษตัวเองอยู่บ่อยๆ รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไปไม่น่าอภัย โกรธและเกลียดตัวเอง ตำหนิตัวเอง ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นทำให้มีความคิดอยากฆ่าตัวตายได้
  3. การตีตราตนเองเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา รสนิยมทางเพศของตัวเอง เช่น เป็นชนกลุ่มน้อย เป็นชาวเขา เป็นเกย์ เป็นเลสเบี้ยน เป็นต้น ในกรณีแบบนี้อาจจะทำให้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเองได้ รู้สึกต่อตนเองว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม

ที่กล่าวมาทั้ง 3 ประเภทนี้ถือได้ว่าเป็นกรณีใหญ่ที่พบเจอได้ในปัจจุบัน ซึ่งคนที่มีความคิดเกี่ยวกับตัวเองแบบนี้ไม่ว่ากรณีใดกรณีหนึ่งก็เกิดเป็นตีตราตนเองได้แล้ว ดังนั้นเมื่อเราเริ่มรู้ตัวว่าเรามีความคิดลบกับตัวเอง เราจะต้องหาทางขจัดความคิดเรานั้นออกไปเพื่อลดการตีตราตนเอง และวิธีที่เราจะมานำเสนอก็มีดังต่อไปนี้

  1. หาข้อดีของตนเอง การหาข้อดีของตนเองจะทำให้เรารู้สึกว่าเรายังมีจุดดี ในชีวิตเราไม่ได้มีเพียงแค่จุดด้อย เช่น เรามีข้อดีคือการที่เราขยัน ทำอาหารเก่ง อะไรแบบนี้ก็ถือได้ว่าเป็นข้อดีที่เราพอจะเอามาให้กำลังใจตัวเองและทำให้เรารู้สึกภูมิใจในตัวเองมากขึ้น เพราะถ้าเรามัวแต่ไปมองข้อเสีย จะยิ่งทำให้เราโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมาได้
  2. รู้จักให้อภัยตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกว่าเราทำอะไรผิดพลาด ต้องมองความผิดพลาดเหล่านั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่ใครก็สามารถทำผิดพลาดได้ ทุกๆคนมีโอกาสและสามารถทำผิดพลาดได้อยู่เสมอ ไม่ว่าใครก็ต้องเคยมีคำตอบที่ผิด ถ้าเราไม่เคยลองผิดเราก็จะไม่เคยลองถูก
  3. รู้จักให้โอกาสตัวเอง แม้เราจะเคยทำผิดพลาดไปแล้ว เราก็ต้องรู้จักให้โอกาสตัวเองได้อีก ในเมื่อเรารู้แล้วว่าทางที่ผ่านมามนผิด เราก็ต้องให้โอกาสตัวเองได้เลือกทางใหม่ ถ้าเรามัวแต่จมกับความผิดพลาดเราจะไม่มีโอกาสเห็นความสำเร็จของตัวเองได้เลย 

จริงๆแล้วในสังคมปัจจุบันของเรานั้นมีการตีตราผู้อื่นอยู่มาก แต่ว่ากันว่าการตีตราที่แก้ยากที่สุดไม่ใช่การตีตราจากสังคม แต่คือการตีตราจากตนเอง ดังนั้นเราต้องมาแก้ไขที่ตัวเราเอง เพราะถ้าเราหลีกเลี่ยงการตีตราตนเองได้ เราก็จะลดการตีตราผู้อื่นได้เช่นกัน มาทำให้สังคมปราศจากการตีตรากัน เริ่มง่ายๆที่ตัวเรา

 

สนับสนุนโดย  เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1

ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีเหตุการข่มขืนมากที่สุดในโลก

ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีเหตุการข่มขืนมากที่สุดในโลก

       หากใครที่มีการติดตามข่าวสารของต่างประเทศก็จะรู้ข่าวสารข้อมูลว่าประเทศอินเดียนั้นเป็นประเทศที่มีเหตุการก่ออาชญากรรมเกี่ยวกับเรื่องของการข่มขืนกระทำชำเรามากที่สุดในโลกประเทศหนึ่งเลยทีเดียวโดยประเทศอินเดียนั้นเวลาที่หญิงสาวจะถูกข่มขืนนั้นมักจะมีข่าวออกมาว่าในช่วงเวลากลางวันก็สามารถที่จะถูกข่มขืนได้โดยที่เหลือนั้นส่วนใหญ่จะถูกฆ่าตายหลังจากที่ข่มขืนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนที่เป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตไปทั่วโลกที่มีนักศึกษาคนหนึ่งเธอถูกข่มขืนบนรถเมล์และไม่มีใครที่จะช่วยเหลือเธอจนเธอนั้นเสียชีวิตและยังมีเหตุการณ์ข่มขืนต่อมาอีกหลายเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เด็กน้อยอายุเพียงแค่ 4 ขวบเท่านั้นที่เธอถูกข่มขืนหลังจากนั้นเธอก็ถูกฆ่าทิ้งและมีการอำพรางศพด้วยการนำไปทิ้งที่บ่อน้ำตามสถิติข้อมูลของประเทศอินเดียแล้ว

พบว่ามีข้อมูลการแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องของการถูกข่มขืนในปีพศ 2559 อยู่ที่ประมาณ 40,000 ดีแต่หลังจากนั้นในปีต่อๆมาคดีการถูกข่มขืนนั้นกับมีมากขึ้นกว่า 4 หมื่นคดีและเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกๆปีทั้งนี้ยังไม่รวมที่เจ้าทุกข์บางคนนั้นไม่กล้าที่จะไปแจ้งความดำเนินคดีอีกด้วยดังนั้นเรียกได้ว่าอาชญากรรมการถูกข่มขืนของหญิงสาวในประเทศอินเดียนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากอย่างไรก็ตามมีข่าวล่าสุดออกมาจากประเทศอินเดียเกี่ยวกับเรื่องของหญิงสาวถูกข่มขืนซึ่งสร้างความเศร้าสลดให้กับใครหลายๆคนที่ได้ฟังเรื่องราวกันมากเลยทีเดียว

เนื่องจากว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นอายุของเธอเพียงแค่ 14 ปีเท่านั้นด้วยในวันเกิดเหตุนั้นเธอช่วยพ่อกับแม่ของเธอทำงานด้วยการนำแพะไปหาอาหารซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักของเธอเพียงแค่ 200 เมตรเท่านั้นแต่คนร้ายกับบุกเข้ามาภายในบ้านของเธอและมาฉุดเธอหวังที่จะไปข่มขืนโดยคนร้ายมีอายุ 22 ปีและอายุ 14 ปีจำนวน 2 คน

ซึ่งเธอได้ขัดขืนอย่างเต็มที่ในที่สุดนั้นคนร้ายก็ไม่สามารถที่จะข่มขืนเธอได้แต่ด้วยความที่คนร้ายนั้นโกรธแค้นในตัวเธอและเกรงว่าเธอจะนำเรื่องราวนี้ไปบอกคนอื่นและนำไปแจ้งความคนร้ายจึงได้ช่วยกันจัดการมัดเธอและนำน้ำมันมาราบที่ตัวเธอพร้อมกับจุดไฟเผาเธอแล้วหนีไปส่วนตัวเธอนั้นก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกไฟเผาไหม้ซึ่งกว่าที่พ่อแม่ของเธอจะมาพบเธอนั้นก็ทำให้เธอถูกไฟเผาไปมากกว่า 80% แล้ว

อย่างไรก็ตามระหว่างที่มีการนำตัวเธอส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่นั้นเธอสามารถฟื้นขึ้นมาและบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ให้กับพ่อแม่และเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังได้ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการทำร้ายเธอจนเป็นสาเหตุให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แต่ก็น่าเศร้าเสียใจเช่นเดียวกันเพราะหลังจากที่เธอบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็เสียชีวิตทันที 

 

สนับสนุนโดย  สมัครใหม่ รับเครดิตฟรี 100

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa