หมวดหมู่: สังคมทั่วไป

การพัฒนาตนเองให้ดูดีขึ้น

การพัฒนาตนเองให้ดูดีขึ้น

การพัฒนาตนเองคืออะไรคือการปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพของเราให้มีความมั่นใจขึ้นมีความกล้าที่จะแสดงออกมากยิ่งขึ้นเพื่อใช้ในการทำงานหรือร่วมสังคมกับผู้อื่นเราจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์นั้นๆเพื่อให้เราดูดีมีออร่าจับให้ผู้คนสามารถมองเห็นตัวตนของเราและที่สำคัญเราก็ควรดูแลเอาใจใส่ตัวเราด้วยหมั่นดูแลตัวเองสม่ำเสมอโดยการออกกำลังกายทานอาหารให้ครบห้าหมู่หรือรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ควรรับประทานให้บ่อยที่สุดเพื่อเราที่จะดูดีตั้งแต่ภายในยันภายนอกแถมยังทำให้เราสุขภาพดีอีกด้วยแต่จะมีการออกกำลังร่วมด้วยเพื่อให้หุ่นและอวัยในร่างกายของเรากระชับมากยิ่งขึ้นการพัฒนาตัวเองไม่ใช่เลือกยากอีกต่อไปขอแค่เราพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงตนเองพร้อมที่จะดูแลใส่ใจตัวเองมากกว่านี้มีเวลาที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขมากกว่านี้และสาวๆส่วนใหญ่มักจะพบปัญหาการเข้าสังคมไปงานสังสรรค์และไม่มีความมั่นใจในตัวเองอาจจะเป็นที่เรื่องหุ่นชุดเสื้อผ้าที่ใส่หรือไม่ก็หน้าตาและการแต่งหน้าให้เข้ากับเรานี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ผู้หญิงหมดความมั่นใจไปในระดับนึงเลยทีเดีย

แต่สมัยนี้สาวๆทุกคนควรหันมาดูแลตัวเองให้ได้มากที่สุดรวบรวมความกล้าที่จะก้าวผ่านคำว่าไม่มั่นใจในตัวเองเลยต้องมีแรงบัลดาลใจกลับมาสร้างความมั่นใจให้ตนเองอีกครั้งการเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่ได้ยากอย่างที่คุณคิดแต่มันต้องใช้เวลาในการเรียนรู้กับมันแล้วสักวันเราจะก้าวผ่านสิ่งนั้นไปการพัฒนาตัวเองให้ดูดีขึ้นนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆสำหรับสาวๆ

เพราะการทำงานในสังคมเราต้องกล้าแสดงออกต่อสิ่งที่เราพบเจอกล้าที่จะทำและทำอย่างมีความมั่นใจเพื่อให้รู้ดูดีและดูมีความรู้เราอยากจะให้สาวๆมีแรงบัลดาลใจในการพัฒนาตนเองให้มากที่สุดแต่ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากอะไรเราขอแนะนำเริ่มจากการออกกำลังกายและการทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้มากที่สุดหรือจักเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวันดูบ้างเปลี่ยนการแต่งตัวให้ดูแปลกใหม่

แต่ยังมีความเป็นคุณอยู่นั่นคือสิ่งที่มีเสน่ห์สำหรับผู้หญิงมากๆจะกระทำสิ่งใดแต่ไม่ลืมความเป็นตัวเองนั่นถือว่าคุณเป็นคนที่พัฒนาตัวแล้วแต่ที่ทำนั้นส่วนมากเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กลับสาวๆที่อยู่ร่วมกับสังคมใหญ่ๆเราจึงจำเป็นที่จะต้องดูดีขึ้นให้ได้มากที่สุดเพื่อความสุขของตัวเราเองด้วยเพื่อความสบายใจของเราในการร่วมงานต่างๆโดยที่มีความกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจว่าคุณทำได้แล้ว

 

สนับสนุนโดย  entaplay ดาวน์โหลด

การตกหลุมรัก

การตกหลุมรัก

ในการที่เราจะรู้สึกดีและตกหลุมรักใครได้สักคนในบางครั้งนั้นเราอาจจะยังไม่ทราบสาเหตุหรือยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไม ต้องเป็นคนคนนี้ เมื่อเห็นคนคนนี้แล้วทำใจต้องเต้นแรง อยากรู้จัก อยากเข้าไปคุยและในบางครั้งมีผลต่อจิตใจและทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งการตกหลุมรักใครสักคนนั้นไม่ได้เกิดจากที่เราเห็นว่าคนคนนี้หน้าตาดีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เพราะเรื่ององค์ประกอบภานอกนั้นถึงแม้จะเป็นสิ่งแรกที่เรามองแต่อีกสิ่งก็คือภายในจิตใจของคนคนนั้นนั่นเอง จริงๆแล้วเหตุผลในการตกหลุมรักใครสักคนทางจิตวิทยาได้กล่าวว่า คนที่เราจะสามารถตกหลุมรักได้นั้นจะต้องเป็นคนที่มีความคล้ายคลึงกับตัวเรา ความคล้ายคลึงในด้านทัศนคติความคิดต่างๆ กิจกรรมที่ทำหรือสนใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างคนสองคนเพื่อเข้าหากันนั่นเองโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัวในบางครั้งด้วยและสิ่งเหล่านี้เปรียบเสทอนเสน่ห์ที่เป็นสิ่งดึงดูดเพื่อให้อีกฝ่ายเข้ามาหาเรานั่นเอง

การตกหลุมรักก็สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่ฝ่ายตรงข้ามที่เข้ามานั้นมีลักษณะนิสัยเหมือนพ่อหรือแม่ ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง คำพูดคำจา รวมถึงลักษระนิสัยต่างๆ หรือแม้กระทั่วรูปลักษณ์ภายนอกก็มีปลทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกชะตากับเรานั่นเอง เพราะการที่มีลักษณะเหมือนพ่อหรือแม่นั้นเป็นเหมือนแรงดึงดูดให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าหา เนื่องจากคนที่มีลักษณะแบบนี้นั้นทำให้เมื่ออยู่ด้วยแล้วจะรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่กับพ่อแม่นั่นเอง และสามรถให้คำปรึกษาอย่างพ่อแม่ได้ด้วยทำให้เมื่ออยู่ด้วยแล้วรู้จะรู้สึกปลอดภัยและมีคนที่ให้ความช่วยเหลือนั่นเอง ทำให้สามารถตกหลุมรักได้อย่างง่ายดายเลย

กลิ่นตัวมีผลต่อเสน่ห์และแรงดึงดูกับฝ่ายตรงข้ามอย่างมาก เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการตกหลุมรักได้ โดยผู้หญิงนั้นมักจะชอบกลิ่นตัวของผู้ชาย ไม่ว่าจะจากน้ำหอมหรือจากกลิ่นตัวที่แท้จริงหากเป็นคนมีกลิ่นตัวหอมแล้วนั้นก็จะสามารถดึงดูดและทำให้ผู้หญิงตกหลุมรักได้และผู้ชายก็เช่นกัน ก็ชอบผู้หญิงที่มีกลิ่นตัวหอมเช่นกัน เพราะกลิ่นเหล่านี้นั้นจะมีผลไปยังต่อมสมองและกระทบต่อพฤติกรรมทางเพศโดยตรง จึงทำให้กลิ่นตัวนั้นเป็นแรงดึงดูดที่สามารถทำให้เกิดการตกหลุมรักได้นั่นเอง

การวางตัวในการเข้าสังคมของแต่ละคนนั้นสามารถเป็นแรงดึงดุต่อฝ่ายตรงข้ามได้ ให้อีกฝ่ายอยากเข้าหาทำความรู้จักได้ และคนที่มีบุคลิกแบบเปิดเผยนั้นจะสามารถดึงดูดให้อีกฝ่ายเข้าหาได้อย่างดีแต่สำหรับคนที่มีบุคลิกเก็บตัวก็อาจจะเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามอยากที่จะค้นหาได้เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน csgo

ไม่รักไม่ว่าแต่อย่าสงสาร และไม่ต้องมายุ่งกับฉัน

ไม่รักไม่ว่าแต่อย่าสงสาร และไม่ต้องมายุ่งกับฉัน

เมื่อคนหมดรักแม้จะรักต่อไปก็คงไม่มีความสุข แต่มันจะเจ็บยิ่งไปกว่านั้นถ้าเค้าหมดรักเราแต่เห็นเราเป็นตัวอะไร ยังเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเราอยู่ได้ ซึ่งตามนิสัยและพฤติกรรมของคนประเภทนี้แล้วนั้น เมื่อไม่รักแต่ยังมายุ่งกับเรานั้น มีไม่กี่เหตุผลหรอกว่าทำไม

ก็แค่หวงก้าง ก็เพราะนิสัยความเจ้าชู้ของเค้า ที่มีคนอื่นได้ แต่เรามีไม่ได้ ทั้งๆที่ก็เลิกกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่เค้าเห็นว่ามีใครคนใหม่เข้ามาพร้อมที่จะดามใจของคุณ เค้าคนนั้นจะรีบวิ่งกลับเข้ามาแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของโดยทันที ซึ่งไม่ต่างจากพวกหมาหวงก้าง 

ไม่แน่ใจว่า ถ้าไม่มีคุณแล้วนั้นชีวิตเค้าจะไปได้ดีไหม เพราะคนประเภทนี้คือไม่รู้จักพอ เมื่อตอนที่เราคบเค้า เราพยายามทำให้เค้าทุกอย่างดูแลตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่เมื่อวันหนึ่งเค้าไม่รู้จักพอ และยังไปยุ่งกับคนอื่น และเมื่อรู้สึกว่าคนนั้นนี้กว่า ก็ถีบหัวเราส่ง แต่ด้วยความที่คนใหม่ก็ไม่ได้ทำกับเค้าหรือดูแลเค้าได้ดีกว่า เค้าก็ยังคงไม่กล้าปล่อยคุณไปเต็มตัวน่ะสิ เพราะยังรู้สึกเสียดายแล้วกลัวว่าคนใหม่ของเค้าทำกับเค้าไม่ดี และจะกลับมาหาคุณไม่ได้

คบแก้เหงาไปก่อน คนประเภทนี้เป็นประเภทเห็นเราเป็นตัวสำรอง เวลาเบื่อก็มาหาเรา แต่พอเวลาไม่เบื่อก็ไม่สนใจ และที่สำคัญคนพวกนี้จะหวังแค่เรื่องบนเตียงเท่านั้น ไม่คิดจะคบกับเราจริงๆ เห็นเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ทางเพศเท่านั้น ดังนั้นคนแบบนี้รีบถอยห่างซะ เพื่อตัวของคุณเอง

ความแสนดีของคุณที่เค้าต้องเสียเสียดาย เพราะความแสนดีของคุณที่เค้ายังไม่ยอมปล่อยคุณไป แต่ก็ไม่พร้อมที่จะคบกับคุณหรืออยู่ดูแลคุณอย่างจริงจัง อาจจะด้วยการที่เค้ารู้สึกว่ามีคนที่หน้าตาดีกว่าคุณ หรือมีอะไรที่เค้าควงแล้วไม่อาย แต่จำไว้เถอะว่า ไม่มีอะไรดีเท่ากับความดีที่มีให้กัน ถ้าเค้าเห็นภายนอกดีกว่าภายใน ก็เลิกซะ

แค่สงสารคุณ ก็เท่านั้น พวกประเภทชอบทำเป็นพระเอกและนางเอก ที่ว่าเวลาเลิกกับคุณแล้ว ยังอยากขอที่จะดูแลในฐานะเพื่อนเพราะความสงสาร จงจำไว้ว่าอย่าไปเชื่อ ก็แค่คนคนหนึ่งที่มักจะหวงก้างและไม่ยอมปล่อยเราไปก็เท่านั้น ซึ่งคนแบบนี้ที่บอกว่าคิดจะดูแล แล้วถ้าจะดูแลทำไมถึงเลิกหล่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  letou

นิสัยของคนในสังคมไทยปัจจุบัน ยากแท้ยั่งถึง

นิสัยของคนในสังคมไทยปัจจุบัน ยากแท้ยั่งถึง

   เป็นเรื่องจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยเกี่ยวกับนิสัยของคนเราที่เมื่อเวลาปกติจะเป็นคนนิสัยดีพูดจาไพเราะบางคนเป็นที่รักของคนทั่วไปเพราะชอบช่วยเหลือคนอื่นแต่ถ้าเราอยากรู้ว่าคนแต่ละคนนั้นนิสัยที่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไรโดยไม่ต้องรู้ว่านิสัยภายนอกที่เราเห็นนั้นเป็นอย่างไรแล้วเราก็เพียงแค่เราชวนเค้าไปกินเหล้า เพียงเท่านี้เราก็จะเห็นธาตุแท้ของคนคนนั้นทันที

ซึ่งอันที่จริงแล้วนิสัยดั้งเดิมของคนแต่ละคนจะเป็นอย่างไรก็ไม่ได้เกี่ยวกับเราแต่หากเราสามารถรู้ธาตุแท้ของคนอื่นว่านิสัยที่แท้จริงของเขานั้นเป็นแบบไหนเราก็จะสามารถระวังตัวเองจากบุคคลเหล่านั้นได้เมื่อเขาเข้ามาหาเราจะได้รู้ได้ว่าเขาอาจจะมีเจตนาร้ายแอบแฝงที่ในการเข้ามาหาเราก็ได้คนไทยในสมัยโบราณเป็นคนพูดตรงคิดยังไงก็พูดยังงั้น

แต่คนไทยในสมัยปัจจุบันไม่ได้เป็นดังคนโบราณเพราะมีการถูกหล่อหลอมจากประสบการณ์ที่คนแต่ละคนนั้นอาจจะ เคยประสบพบมาเพราะคนทุกคนไม่ได้เกิดมาแล้วประสบความสำเร็จด้วยกันทุกคนและต้นทุนการดำเนินชีวิตของคนแต่ละคนก็ไม่ได้เหมือนกันดังนั้นประสบการณ์ชีวิตเหล่านี้จึงจะหล่อลอมให้คนแต่ละคนกลายเป็นคนอีกคนหนึ่งซึ่งถูกเก็บกดเอาไว้ภายในและมักแสดงออกต่อหน้าคนอื่นเป็นอีกแบบนึงสิ่งที่เราพูดกันมานี้เป็นการ สอนให้มองคนในสังคมแบบความเป็นจริงจะได้ไม่ต้องถูกคนอื่นหลอกลวงอย่าง

ที่เรามักจะเห็นว่าคนส่วนใหญ่มักจะถูกหลอกได้ง่ายง่ายเพียงแค่เห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นดูเป็นคนซื่อ อย่างเช่นที่เรามักจะเห็นว่าคนในโลกออนไลน์มักจะถูกหลอกได้ง่ายเพียงแค่เห็นภาพที่คนอื่นเอามาโพสต์ให้ดูน่าสงสารหรือไลฟ์สดให้ดูน่าสงสารว่าคนเหล่านั้นกำลังเดือดร้อนซึ่งแท้ที่จริงแล้วพวกเขาเหล่านั้นอาจจะไม่ได้เดือดร้อนเลย

ก็ตามเพียงแต่สามารถจับ อย่างเช่นที่เรามักจะเห็นว่าคนในโลกออนไลน์มักจะถูกหลอกได้ง่ายเพียงแค่เห็นภาพที่คนอื่นเอามาโพสต์ให้ดูน่าสงสารหรือไลฟ์สดให้ดูน่าสงสารว่าคนเหล่านั้นกำลังเดือดร้อนซึ่งแท้ที่จริงแล้วพวกเขาเหล่านั้นอาจจะไม่ได้เดือดร้อนเลยก็ตามเพียงแต่สามารถจับจุดของคน ได้ว่าทำแบบไหนถึงจะดูน่าสงสารและสามารถดูดเงินจากบุคคลเหล่านั้นได้ดังนั้นหากจะมองใครปัจจุบันต้องมองให้ลึกอย่าไว้ใจใครง่ายง่ายเพราะไม่ยังงั้นคนที่เดือดร้อนและเสียใจก็จะเป็นตัวเราเอง

 

 

สนับสนุนโดย  sagame เครดิตฟรี

การอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น

การอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราจำเป็นที่จะต้องมีเพื่อนร่วมอยู่ในสิ่งๆนั้น เพราะเราไม่อาจที่จะอยู่คนเดียวบนโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือแม้แต่อยู่อาศัย ถ้าหากคุณจะพูดว่าคุณพักคนเดียวก็จริงนะ แต่อันที่จริงแล้วคุณยังจะต้องเจอะเจอกับคนอื่นหลากหลายอย่างในชีวิตของคุณด้วยกัน

ทั้งที่เป็นอยู่คนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นคนในบ้านหรือแม้แต่คนที่ร่วมงาน การเดินทาง การเรียน หรือการเข้าสังคมในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งแน่นอนแหละว่าคุณไม่อาจจะหลีกเลี่ยงคนต่างๆเหล่านั้นได้ ดังนั้นการหลีกหนีไม่ใช่การแก้ปัญหาต่างๆได้ทั้งหมด แต่การปฎิบัติตนเองมากกว่าที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ

เรามาดูวิธีการปฎิบัติตนอย่างไรในการอยู่หรือพบปะกับกลุ่มชนกันดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง

กลุ่มคนมีหลากหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสังคมในรูปแบบการเรียนหรือการร่วมงาน ดังนั้นวิธีการปฎิบัติตนจึงมีความแตกต่างกันไปตามกลุ่มชนเหล่านั้น แต่สิ่งที่คล้ายกันก็มักจะมีการที่เราจะต้องทำความเข้าใจกับบุคคลเหล่านั้นว่าพวกเขามีนิสัยอย่างไร และเราจะต้องใจเย็นและนิ่งให้พอ

หากเราอยู่กับบุคคลที่ชอบนิทา เราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปนิทาตามพวกเขาหรือจะต้องหาเรื่องเอาคนอื่นมานิทาเพื่อให้เข้ากับสังคมที่เป็นอยู่ให้ได้ แต่คุณควรที่จะปล่อยวาง เพราะคนพวกนี้ไม่สามารถหยุดเอาเรื่องคนอื่นมาพูดได้ เพราะเขาถือว่ามันคงดีหากมีเรื่องคุณไม่ทำให้พวกเขาเบื่อในแต่ละวัน

ดังนั้นเราควรที่จะไม่นั่งฟังและไม่ควรที่จะนำเรื่องของคนอื่นมาพูดอย่างเช่นคนเหล่านั้น หากเราไม่มีเพื่อนเราก็ควรหางานทำหรือไม่ก็หากิจกรรมทำแทน เราว่ามันคงดีกว่าการเอาเรื่องของคนอื่นมาพูเล่นไม่น้อย และไม่รู้ว่าเรื่องที่เอามาพูดเหล่านั้นจริงหรือไม่ ถึงเป้นเรื่องจริงได้เราก็ไม่ควรที่จะนำมาพูดเพราะว่ามันเรื่องส่วนตัวของเขา ซึ่งเราเองก็คงไม่อยากที่จะให้ใครเอาเรื่องส่วนตัวของเราไปพูดเช่นกัน ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่คุณคิดเช่นเดียวกับเรามั้ย

การเข้าสังคมมีหลากหลายอย่าง แต่สิ่งที่เราควรที่จะเรียนรู้นั่นก็คือการที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำสิ่งไม่ดีเพียงที่เรานั้นจะอยากได้เพื่อน เราควรเลือกหาเพื่อนที่จะพาเราไปในสิ่งที่ดีๆมากกว่า เพราะเพื่อนดีก็จะชักนำพาเราไปเจอแต่สิ่งที่ดีๆ คบคนพาลพาลพาไปหาผิดอย่างที่สุภาษิตได้กล่าวไว้ ซึ่งมันก็จริงอย่างนั้น

โดยเราจะเห็นได้ในยุคปัจจุบันเหล่านี้ที่มีคนพากันไปในทางที่ผิดๆ หรือชวนกันเล่นหรือแห่ทำตามกระแส การกล่าวว้ายผู้อื่นก็เช่นกัน ที่เห็นคนเอามาต่อว่าในโซเชียลก้พากันกระหน่ำด่ายังไม่เว้นช่วงกันเลย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

อุบัติเหตุที่จังหวัดบึงกาฬทำให้สาวใหญ่มีอาการสมองตาย

อุบัติเหตุที่จังหวัดบึงกาฬทำให้สาวใหญ่มีอาการสมองตาย

อุบัติเหตุที่จังหวัดบึงกาฬทำให้สาวใหญ่มีอาการสมองตายครอบครัวจึงได้ร่วมใจกันบริจาคอวัยวะให้สภากาชาดไทย

          ที่จังหวัดบึงกาฬทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้รับผู้ป่วยที่เกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้มจนเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่นั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสนำมาส่งโรงพยาบาลแล้วตรวจสอบพบว่าบริเวณในครั้งนี้ทำให้ผู้ที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์นั้นเกิดสภาวะสมองตายซึ่งทางแพทย์ได้ยินยันว่าไม่สามารถที่จะยื้อชีวิตเอาไว้ได้ส่งผลให้ทางญาติของผู้เสียชีวิตนั้นมีความคิดที่จะนำอวัยวะของผู้ที่เกิดอุบัติเหตุนั้นไปทำบุญทำกุศลให้กับคนอื่นด้วยการบริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทยซึ่งสิ่งที่ตามมาจากการบริจาคอวัยวะในครั้งนี้

ทำให้สิ่งมีชีวิตที่กำลังรอรับการบริจาคอยู่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 31 พฤษภาคมปี พ.ศ. 2563 ซึ่งเกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นในช่วงแล้วหลังจากที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตนั้นทราบว่าลูกสาวของตนเองนั้นมีภาวะสมองตายจึงได้มีการพูดคุยกับทางโรงพยาบาลโดยการแจ้งความประสงค์ที่จะมีการขอบริจาคอวัยวะของลูกสาวให้กับสภากาชาดไทย

ดังนั้นทางโรงพยาบาลบึงกาฬจึงได้ทำการผ่าตัดอวัยวะที่จะบริจาคซึ่งได้มีการนำตาทั้งสองข้างรวมถึงไตทั้ง 2 ข้างขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อนำไปส่งให้กับสภากาชาดไทยหลังจากนั้นทางด้านสภากาชาดไทยก็ได้นำอวัยวะต่างๆนั้นไปบริจาคให้กับทางโรงพยาบาลที่ทำเรื่องขอรับบริจาคอยู่เป็นผลให้มีผู้ป่วยถึง 4 คนที่ได้รับการบริจาคอวัยวะของผู้เสียชีวิตในครั้งนี้

  การบริจาคอวัยวะในครั้งนี้ถือว่าเป็นการสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่หลวงให้กับผู้เสียชีวิตและแน่นอนว่าก่อนที่จะมีการผ่าตัดอวัยวะส่งให้กับสภากาชาดไทยนั้นทางทีมแพทย์หมอและพยาบาลที่ร่วมกันผ่าตัดนั้นจะต้องมีการทำความเคารพผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นการขอบคุณที่ผู้เสียชีวิตเสียสละอวัยวะให้กับสภากาชาดไทยในครั้งนี้สำหรับที่โรงพยาบาลบึงกาฬนั้นทางผอ. ของโรงพยาบาลได้ออกมาเปิดเผยว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้บริจาคอวัยวะซึ่งสร้างความตื้นตันให้กับทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเป็นอย่างมากที่จะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกหลายราย

           อย่างไรก็ดีการบริจาคอวัยวะนั้นหลายคนต้องการที่จะบริจาคแต่ก็ยังมีความกลัวว่าหากบริจาคอวัยวะไปแล้วเกิดมาชาติหน้าอาจจะมีอวัยวะไม่ครบเพราะได้นำไปบริจาคในเมื่อชาติที่แล้วนั้นซึ่งความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดการบริจาคอวัยวะที่เราไม่สามารถใช้ได้แล้วนั้นถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับเรามากกว่า หากใครคิดที่จะทำบุญด้วย

การบริจาคอวัยวะของตนเองนั้นหรือบริจาคร่างกายของตนเองนั้นให้กับสภากาชาดไทยหรือโรงพยาบาลต่างๆและเราก็สามารถที่จะไปติดต่อตามโรงพยาบาลใกล้บ้านของเราแล้วแจ้งความประสงค์ว่าจะขอบริจาคอวัยวะซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการดำเนินการให้โดยที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลยและนี่นับว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตนเองอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แนะนํา

ทำอย่างไรเมื่อต้องอยู่บ้านติดกันกับคนที่ไม่ค่อยชอบเลี้ยงสัตว์

ทำอย่างไรเมื่อต้องอยู่บ้านติดกันกับคนที่ไม่ค่อยชอบเลี้ยงสัตว์

          เมื่อเราต้องอยู่ด้วยกันเป็นหมู่บ้านปัญหาที่เรามักจะพบหินปรอทและสร้างปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านด้วยกันนั่นก็คือเมื่อบ้านอีกหลังหนึ่งต้องมีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแต่บ้านอีกหลังหนึ่งกลับไม่ชอบสัตว์เลี้ยงนั่นเองหากว่าเราเป็นบ้านที่ไม่ชอบสัตว์ดังนั้นเรามักจะรู้สึกว่าการที่สัตว์เห่าส่งเสียงดังหรือร้องส่งเสียงดังนั้นเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ

สำหรับเราในขณะที่คนที่รักสัตว์เขาก็จะไม่รู้สึกอะไรเลยแต่การที่อยู่ร่วมกันระหว่างคนในหมู่บ้านโดยเฉพาะคนในซอยเดียวกันบ้านติดกันนั้นการมีมารยาทเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากดังนั้นหากคุณต้องเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะแมวหรือหมาก็ตามเพื่อการอยู่ร่วมกันกับข้างบ้านอย่างสันติสุขควรจะต้องมีการควบคุมดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณไม่ให้สัตว์เลี้ยงของคนนั้นไปรบกวนเพื่อนบ้านแน่นอนว่าคุณไม่สามารถห้ามปากหมาหรือปากแมวไม่เห่าไม่ได้ร้องได้แต่คุณสามารถแก้ไขในเรื่องของกลิ่นของสัตว์เลี้ยงของคุณได้เช่นเดียวกัน

สำหรับคนที่เลี้ยงหมาหรือเลี้ยงแมวไว้ภายในบริเวณบ้านนั้นมักจะมีกลิ่นสาบของสัตว์นี้ดังนั้นการที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติสุขได้ก็คือคุณจะต้องทำความสะอาดบ้านของคุณไม่ให้มีกลิ่นเหม็นสาบพวกนั้นแนะนำว่าคุณคิดว่ากลิ่นมันก็คงอยู่แค่เฉพาะในบ้านของคุณแต่เมื่อมีลมโชยมาจากฝั่งทางบ้านของคุณมาเมื่อไหร่ปิดมันก็จะมาถึงเพื่อนบ้านทันทีและนี่คืออีกหนึ่งปัญหาที่จะทำให้คุณและเพื่อนบ้านทะเลาะกันดังนั้นสิ่งไหนที่คุณคิดว่าคุณสามารถที่จะดูแลได้

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านเพื่อนๆที่จะรีบทำนั่นก็คือการกำจัดกลิ่นเหม็นสาบไม่ให้ไปรบกวนเพื่อนบ้านรวมถึงเวลาที่หมาและแมวของคุณนั้นอุจจาระหรือฉี่คุณจะต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อเพื่อนบ้านด้วยการเก็บมูลของสัตว์เลี้ยงของคุณอย่าปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของคุณนั้นมาอึหรือฉี่หน้าบ้านของเพื่อนบ้าน 

แล้วมันจะยิ่งสร้างความร้าวฉานให้กับคุณและเพื่อนบ้านนั้นเองจงเข้าใจคำว่าสัตว์ของคุณนั้นไม่ได้เป็นที่รักหรือที่โปรดปรานของใครทุกคนคุณอาจจะเห็นความน่ารักของสัตว์ของคุณเพื่อนบ้านที่ไม่ได้ชอบสัตว์เลยเขาจะไม่ได้เห็นความน่ารักของสัตว์ของคุณด้วยเช่นเดียวกันดังนั้นหลักการอยู่ร่วมกันกับเพื่อนบ้านภายใต้การเลี้ยงสัตว์นั้น

คุณควรดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณให้อยู่ภายในบริเวณบ้านของคุณเท่านั้นอย่าปล่อยให้มันไปทำลายข้าวของของเพื่อนบ้านและอย่าให้กลิ่นของสัตว์เลี้ยงของคุณส่งไปรบกวนเพื่อนบ้านเพียงเท่านี้คุณก็จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านในหมู่บ้านของคุณได้อย่างสันติ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน

ทำอย่างไรให้เพื่อนร่วมงานยอมรับ

ทำอย่างไรให้เพื่อนร่วมงานยอมรับ

ชีวิตคนเรานั้นมีสังคมมากมายตั้งแต่เล็กจนโต เมื่อยามเราเป็นเด็กเราก็จะมีสังคมที่โรงเรียน กลับบ้านมาก็มีสังคมที่บ้าน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสังคมที่ดีและไม่มีการแก่งแย่ง แต่เมื่อพอเราโตขึ้นเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน สังคมก็จะเปลี่ยนไปกลายเป็นสังคมที่ทำงาน

ซึ่งในโลกปัจจุบันนั้น สังคมที่ทำงานก็จะมีการแบ่งแยกทั้งในเรื่องของตำแหน่งหน้าที่การงาน วัยอายุ และรวมไปถึงการแบ่งความรู้และความสามารถ ซึ่งก็จะทำให้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันได้ แต่จริงๆแล้วนั้นปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ถ้าสังคมที่ทำงานนั้นมีดังนี้

เคารพซึ่งกันและกัน เพราะถ้าสังคมที่ทำงานตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกันแล้ว ต่อให้ผิดใจกันแค่ไหนก็คงจะให้อภัยกันได้ ซึ่งการเคารพนี้ไม่ได้หมายถึงเด็กเคารพผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มันหมายถึงการที่เคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกันโดยไม่มีวัยเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ต่างฝ่ายต่างยอมรับ ไม่จำเป็นต้องเด็กกว่าหรือผู้ใหญ่กว่า เพราะสมัยนี้เด็กๆ ก็เก่งกว่าได้ ต้องทำความเข้าใจว่าเราต้องทำงานด้วยกัน ทุกคนมีความสามารถมากพอ จงเปิดใจและให้ความสามารถเป็นตัวพิสูจน์

หากิจกรรมละลายพฤติกรรม เมื่อเลิกงานแล้วควรจะใช้เวลาร่วมกันบ้าง อาจจะนั่งกินข้าวหรือเล่นกีฬา จะได้ทำให้รู้จักนิสัยใจคอกันมากขึ้น เปิดโอกาสให้พี่น้องได้ทำความรู้จัก แบบนี้ยิ่งมีประโยชน์ในเวลาต้องทำงานช่วยเหลือกัน

อายุเป็นเพียงตัวเลข ดังนั้นอย่าไปยึดติดกับมันมาก หากมัวแต่คิดว่าต่างวัย ไม่สามารถเข้ากันได้ แบบนี้คงห่างเหินกันแน่ อย่าไปคิดว่า เด็กสมัยนี้ หรือ พี่ทำแบบนี้มาตลอด ลองเปิดใจ เพราะโลกมันเปลี่ยนไปถึงไหนแล้ว

ทำหน้าที่ตนเองอย่างเต็มความสามารถ เพราะแน่นอนว่าคนอายุมากกว่าย่อมมีประสบการณ์การทำงานมานานกว่า แต่อย่ามัวคิดว่าตัวเองจะเก่งไปทุกเรื่อง ลดศักดิ์ศรีแล้วโฟกัสไปที่งานไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด

เรียนรู้และเข้าใจ ซึ่งบางหน้าที่คนที่มีประสบการณ์กว่าอาจจะทำได้ดี แต่บางหน้าที่คนที่รู้เยอะกว่าก็จะทำได้ดีกว่า อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วหรือต่อต้านเด็ก ส่วนเด็กก็อย่าใจร้ายหรือไม่ฟังคำสอนของผู้ใหญ่ เพราะแบบนี้ก็จะมีแต่ความขัดแย้ง

ดังนั้นเชื่อเหลือเกินว่าหากที่ทำงานไหนมีคนต่างวัยกันเยอะและพยายามลองทำตามวิธีเหล่านี้เชื่อเหลือเกินว่าปัญหาเรื่องของความขัดแย้งและทัศนะคติต่างวัย คงไม่เกิดขึ้นง่ายๆอย่างแน่นอน เพียงแค่เปิดใจยอมรับซึ่งกันและกัน

 

สนับสนุนโดย  สมัครsagame

การพูดแซวเพื่อนโดยไม่คิดแต่คำพูดของเราอาจจะรุนแรงสำหรับเพื่อนก็ได้

การพูดแซวเพื่อนโดยไม่คิดแต่คำพูดของเราอาจจะรุนแรงสำหรับเพื่อนก็ได้

           เจอว่าหลายคนคงเคยเจอกรณีที่มีความสนิทสนมกันแล้วก็มีการแซวเล่นกันซึ่งบางครั้งคำพูดที่เรามีการแซวเล่นกับเพื่อนนั้นเราอาจจะไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาพูดอย่างนั้นจริงๆแต่เป็นการแซวเล่นกันเพราะคิดว่าเราและเพื่อนนั้นสนิทสนมกันมากพอและจะไม่โกรธกันเป็นการคุยกันเพื่อให้เกิดความสนุกสนานเท่านั้นแต่บางครั้งเราอาจจะลืมนึกถึงจิตใจของเพื่อนว่าคำพูดที่เราแซวเพื่อนโดยที่เราไม่ได้คิดอะไรนั้นเพื่อนของเราอาจจะคิดก็ได้ซึ่งเรื่องแบบนี้มีกรณีศึกษาและมีตัวอย่างมาหลายครั้งแล้วเราสามารถเห็นได้จากข่าวสารทั่วๆไปที่บางครั้งเพื่อนที่นั่งกินเหล้าด้วยกันแล้ว

เกิดมีการพูดคุยแซวกันเล่นภายในวงเหล้าแต่อยู่ๆเพื่อนอีกคนหนึ่งกลับรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดนั้นแล้วเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นซึ่งถ้าหากไม่รุนแรงมากนักก็อาจจะแค่เพียงก็ปล่อยกันแล้วก็เลิกลากันไปแต่ถ้าเกิดว่าหัวข้อที่มีการแซวกันนั้นอาจจะมีความรุนแรงมากดังนั้นแทนที่จะเป็นแค่เรื่องของการชกต่อยกันเราอาจจะได้เห็นการฆ่ากันตายคาวงเหล้าก็เป็นได้ได้ดังเช่นที่กำลังเห็นเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตอยู่ในขณะนี้

ก็กรณีที่ดารามีการแซวกันในอินสตาแกรมซึ่งจะเป็นหมอก้องที่เป็นเพื่อนกับเบลล่าและมีการแซวเบลล่าเกี่ยวกับรูปที่เบลล่ายืนถ่ายคู่กับควายหลายคนรู้ว่าหมอก้องเป็นเพื่อนกับเบลล่าและเร็วกว่านั้นอาจจะไม่ได้คิดอะไรแต่ในขณะเดียวกันในมุมมองของตัวเบลล่าเองการที่เปรียบผู้หญิงว่าเป็นควายก็ไม่ใช่สิ่งที่สมควรที่จะนำมาแซวกันนะถึงแม้จะมีความสนิทสนมกันมากเท่าไหร่แต่ก็ควรจะมีความเกรงใจหรือมีเส้นขีดแบ่งกันของความเกรงใจกันด้วยซึ่งเรื่องแซวกันระหว่างหมอก้องกับเบลล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการแซวกันเล่นต่อไปอีก

เมื่อแฟนคลับของน้องเบลล่าเกิดความไม่พอใจกับข้อความที่หมอก้องใช้พูดกับน้องเบลล่าด้วยคำแซวที่รุนแรงเกินไปที่เปรียบน้องเบลล่าเป็นควายทางแฟนคลับของเบลล่าจึงได้มีการขุดคุ้ยการพูดของหมอก้องกับเพื่อนดาราคนอื่นๆซึ่งจะเห็นได้ว่าหมอก้องมักจะใช้คำพูดที่สนิทสนมมากเกินไปอย่างเช่นที่ไปแซวกับใหม่ที่ถ่ายรูปคู่กันในวัดว่าจะไปทำการจองโลงหรือยังมีแซวคนอื่นๆอีกมากมายที่คำพูดแต่ละคำนั้นเหมือนจะเป็นการแซวของเพื่อนที่หยอกล้อกันและหมอก้องเองก็ออกมายืนยันว่าคำ

พูดเรานั้นเป็นแค่คำพูดที่เพื่อนหยอกกับเพื่อนแต่หลายๆคนมองว่าบางครั้งคำพูดที่แม้เพื่อนจะคุยกับเพื่อนก็ควรจะรู้จักกาละเทศะและรู้ว่าคำแต่ละคำนั้นมีความรุนแรงมากแค่ไหนซึ่งเรื่องนี้สามารถนำมาเป็นอุทาหรณ์ของประชาชนทั่วไปได้เช่นเดียวกันไม่ใช่เฉพาะดาราเท่านั้นเราไม่ควรใช้คำพูดที่รุนแรงในการแซวเพื่อนเพราะบางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าเพื่อนเรารู้สึกยังไงกับคำพูดของเราซึ่งคำพูดของเราอาจจะไปทำลายมิตรภาพดีๆระหว่างเรากับเพื่อนก็เป็นได้

 

 

สนับสนุนโดย  bk8 pantip

ภรรยาแจ้งจับสามีข้อหาข่มขืนลูกสาวและลูกชาย

ภรรยาแจ้งจับสามีข้อหาข่มขืนลูกสาวและลูกชาย

                อาจารย์มหาวิทยาลัยถูกภรรยาสาวแจ้งความจับในข้อหาข่มขืนกระทำอนาจารลูกชายกับลูกสาวโดยมีการระบุว่าลูกทั้งสองคนถูกสามีอนาจารมาแล้วนานเกือบปีแถมยังข่มขู่ไม่ให้บอกใครด้านอาจารย์มหาวิทยาลัยชี้แจงงงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่รู้ว่าภรรยาไปแจ้งจับกุมได้อย่างไร 

           เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อมีอาจารย์สาวของสถาบันแห่งหนึ่งในจังหวัดโคราชได้มีการเดินทางติดต่อกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับเรื่องที่ ลูกสาวของเธออายุ 9 ขวบกับลูกชายของเธอที่อายุ 7 ขวบได้ถูกสามีของเธอล่วงละเมิดทางเพศซึ่งเด็กทั้งสองคนนั้นเป็นลูกแท้ของสามีของเธอ โดยนางสาวเอยังบอกอีกว่าสามีของเธอได้ข่มขู่เธอ

เอาไว้ว่าไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกกับใครถ้าเกิดว่ามีคนอื่นที่รู้เรื่องนี้สามีของเธอจะส่งลูกไปขายต่อที่ต่างประเทศซึ่งนางสาวเอได้มีการแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้เรียบร้อยแล้วแต่ว่าเธอกลัวว่าตำรวจจะไม่ดำเนินคดีให้หรืออาจจะดำเนินคดีล่าช้าทำให้เธอจำเป็นต้องเดินทางมาร้องเรียนกับทางผู้สื่อข่าว

อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ติดตามข่าวนี้ ซึ่งเมื่อทางนักข่าวได้มีการเดินทางไปสอบถามอาจารย์หนุ่มที่เป็นผู้เสียหายซึ่งเป็นพ่อของเด็กทั้งสองคนนั้นด้วยนะจ๊ะหนุ่มคนดังกล่าวชื่อว่านายรังสรรค์ปัจจุบันเขาได้มีการติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองนครราชสีมาเรียบร้อยแล้วโดยเขายืนยันว่าสิ่งที่เมียของเขาได้แจ้งความไปนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างไร

และเขามีความบริสุทธิ์เขาไม่เคยที่จะมีการข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศกับลูกๆของเขาเลยและที่สำคัญเขาไม่รู้ด้วยว่าภรรยาของเขาเป็นอะไรเพราะปกติแล้วครอบครัวก็รักใคร่กันดีแล้วไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อนซึ่งนายรังสรรค์ยังได้เล่าให้ฟังอีกว่าเขาสังเกตมาได้สักระยะหนึ่งแล้วว่าประมาณ 2 อาทิตย์มาแล้ว

ที่ลูกสาวของเขาไม่ยอมเข้าใกล้เขาเลยเวลาที่เขาไปเล่นด้วยลูกสาวก็จะพยายามถอยห่างออกมาตลอดโดยความรู้สึกแปลกใจกับพฤติกรรมของลูกสาวมากและไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาเป็นอะไรเดินมารู้ข่าวว่าภรรยาของเขามาแจ้งความจับเขาในคดีข่มขืนลูกสาวนั่นเองเพราะถึงได้รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น

โดยทางนายรังสรรค์ยังบอกอีกด้วยว่า เขาจะมีการต่อสู้คดีในครั้งนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองและเขามั่นใจว่าภรรยาของเขานั้นปกติดีเธอไม่เคยไปรักษาอาการทางจิตมาก่อนแน่นอน   อย่างไรก็ดีเรื่องราวในครั้งนี้คงต้องมีการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวนกันต่อไปว่าเรื่องราวที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

 

สนับสนุนโดย  bk8 thai

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa