หมวดหมู่: ข่าวสังคมทั่วไป

เดินสายนอกสภา อนาคตใหม่

เดินสายนอกสภา อนาคตใหม่

จากกรณีที่เมื่อวานมีคำตัดสินของศาลออกมายืนยันให้มีการยุบพรรค อนาคตใหม่

จึงทำให้ตั้งแต่ช่วงเย็นจนกระทั่งดึก หลายคนไปรับฟังคำปราศัยที่หน้าสำนักงานใหญ่ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเมื่อวานนี้คุณ ช่อ ได้ออกมาพูดว่าถึงเวลาที่จะเอาขยะที่เน่าเหม็นมาคัดแยกแล้ว ดังนั้นเราจะทำงานนอกสภาด้วยการอภิปรายนอกสภา โดยเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปซึ่งจะมีการแจ้งให้กับคนที่สนใจจะมาฟังอีกครั้งว่าจะมีการจัดอภิปรายที่ไหน และกี่โมง ซึ่งทางด้านนายธนาธรเองก็ได้มีการขีดคำว่าพรรคออก เหลือเพียงแค่คำว่าอนาคตใหม่และยังมีการแจ้งว่าจะมีการจัดตั้งเป็นคณะอนาคตใหม่อีก เพื่อที่จะได้ให้ประชาชนมารวมกัน

เพื่อจะได้สืบสารอุดมการณ์ทางการเมืองของอนาคตใหม่ ซึ่งทางนายธนาธรได้ออกมาบอกว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะต้องมานั่งร้องไห้และเมื่อพวกเขาต้องการทำลายเรา นี่เป็นเวลาที่จะพิสูจน์และต้องยืนขึ้นให้มั่นคง  และนายปิยบุตรยังได้ออกมาบอกว่า หากเขาคิดว่านี่คือการตัดไฟแต่ต้นลม นั่นคือสิ่งที่พวกเขาคิดผิดมากๆ และนี่ไม่ได้เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมแต่นี่คือการเป็นไฟลามทุ่งซึ่งสำนักข่าวที่ไปทำข่าวหลายคนต่างก็ตกใจกับคำพูดนี้กันมาก โดยนายปิยบุตรได้ประกาศออกมาว่า

ตัวเขาและนายธนาธรจะรณรงค์ทางการเมืองทั่วประเทศและจะเติบโตอย่างแข็งแรงขึ้น ซึ่งนายธนาธรจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาเป็นครั้งแรก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกมาเตือนประชาชนว่า ควรจะฟังคำตัดสินของศาล อะไรที่ทำแล้วสุ่มเสี่ยงที่หากแสดงความคิดเห็นไม่ว่าจะที่ไหนก็ตามต้องไม่ไปกระทบสิทธิ์ของคนอื่นด้วย ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูลหลักฐานเอาไว้หากมีความผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ถูกศาลสั่งตัดสินให้ยุบพรรค นายศรีสุวรรณ ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ทาง กกต.

ออกมาตรวจสอบพรรคการเมืองอื่นอื่นที่เข้าข่ายกระทำการเช่นเดียวกับที่พรรคอนาคตใหม่ทำ ซึ่งจากที่มีข้อมูลจะมีอยู่ประมาณ 32 พรรค ซึ่งหลังจากมีการตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ก็ได้มีการออกแถลงการณ์จากอียูว่า การที่มีการตัดสิทธ์พรรคอนาคตใหม่ เปรียบเสมือนกันถอยหลังทางการเมือง เพราะพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีประชาชนลงคะแนนเลือกเข้ามาเยอะ โดยทางอียูได้กล่าวว่าการเมืองไทยควรมีการเปิดกว้างมากกว่านี้  ตอนนี้มีหลายฝ่ายออกมาประนามถึงเรื่องของการยุบพรรคอนาคตใหม่ ทั้งมหาลัยจุฬาและมหาลัยธรรมศาสตร์และที่ต่างจังหวัดก็มีหลายที่ 

หนุ่มปากหมาไปแซวสาวเจ้าถิ่นจนเจอตีนเจ้าถิ่นเกือบตาย

หนุ่มปากหมาไปแซวสาวเจ้าถิ่นจนเจอตีนเจ้าถิ่นเกือบตาย

 มีชายหนุ่มคนหนึ่งได้ออกมาเล่าเรื่องราวถึงสิ่งที่ตัวเองเจอมา เมื่อได้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดนครปฐม โดยชายหนุ่มคนนี้ได้มีการเล่าว่า เขาและเพื่อนเพื่อนได้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดนครปฐมซึ่งเมื่อเดินไปถึงที่เกิดเหตุ เขาได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่กับแฟน และเมื่อตนมองเข้าไปทำให้ตนหลุดปากพูดไปว่าทำไมขาใหญ่จัง

ทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวไม่พอใจที่ตนไปว่าขาของเขาใหญ่ โดยเธอถามตนว่าไม่ได้รู้จักกันแล้วมาพูดแบบนี้ทำไม และเธอกันหันไปฟ้องแฟนที่นั่งอยู่ข้างข้างด้วยความไม่พอใจทำให้กลุ่มตนเองและกลุ่มแฟนของหญิงสาวคนดังกล่าวมีเรื่องทะเลาะกัน และพวกตนได้เตรียมอาวุธปืนไปด้วย จึงได้นำปืนออกมาขู่อีกฝ่าย พร้อมกับยิงปืนออกไปเสียงดังสนั่นเพื่อหวังว่าอีกฝ่ายจะกลัว 

แต่อีกฝ่ายกลับไม่กลัวแถมกลุ่มวัยรุ่นอีกฝ่ายยังเข้ามารุมแย่งปืนไปทำให้ร้านค้าที่เกิดเหตุได้รับความเสียหาย เมื่อผู้สื่อข่าวลงไปดูพื้นที่เกิดเหตุก็เห็นสภาพร้านพังยับเยิน มีคราบเลือดติดอยู่ที่พื้น กระจกของร้านแตกเสียหาย ซึ่งทางเจ้าของร้านเล่าให้นักข่าวฟังว่าเมื่อเห็นว่ามีเรื่องมีราวทะเลาะกันของกลุ่มวัยรุ่นและมีการใช้อาวุธปืนยิงกันภายในร้านตนเองก็ตกใจจึงได้โทรเจ้าให้เจ้าหน้าทีตำรวจเข้ามาระงับเหตุการณ์ ซึ่งตอนนี้ทางร้านได้มีการให้ช่างมาซ่อมแซมร้านแล้ว

ชาวบ้านในพื้นที่ได้เล่าให้นักข่าวฟังว่าในคืนที่เกิดเหตุ

ขณะที่หลับอยู่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดซึ่งตอนที่เสียงปืนดังตนเองกลัวเลยไม่ได้ออกมาดูและเมื่อเสียงปืนเงียบลงก็ได้ยินเสียงวัยรุ่นโวยวายและก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุการณ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัววัยรุ่นทั้งสองกลุ่มมาให้ปากคำ ซึ่งพบว่าสภาพใบหน้าของกลุ่มวัยรุ่นต่างถิ่นแตก มีเลือดไหลออกมามาก

จึงได้ให้ไปทำแผลที่โรงพยาบาล และได้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มที่มีเรื่องทะเลาะวิวาททำให้ทรัพย์สินของคนอื่นพังเสียหาย และยังมีการพกอาวุธปืนมาในที่สาธารณะ ซึ่งทางเจ้าของร้านได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเก็บค่าเสียหายในการทำร้านพังในครั้งนี้กับวัยรุ่นทั้งกลุ่มด้วย ซึ่งตอนนี้ทางร้านได้มีการซ่อมแซมร้านเสร็จแล้ว และจะมีการเปิดให้บริการตามปกติ โดยเจ้าของร้านบอกกับนักข่าวว่าปกติที่ร้านมักจะมีวัยรุ่นมาตีกันอยู่บ่อยครั้งแต่มีครั้งนี้ที่หนักกว่าครั้งอื่นอื่นเพราะมีการนำปืนมายิงกันด้วย

มนุษย์ป้าไปขอพรที่โบสถ์ถี่ๆ ทำคนติดเชื้อไวรัสพุ่งเกินหลักร้อย

มนุษย์ป้าไปขอพรที่โบสถ์ถี่ๆ ทำคนติดเชื้อไวรัสพุ่งเกินหลักร้อย

แม้จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ความรักในศาสนาก็มีมาก มนุษย์ป้าไปขอพรที่โบสถ์ถี่ๆ ทำคนติดเชื้อไวรัสพุ่งเกินหลักร้อย

       มนุษย์ป้าของประเทศเกาหลีใต้ ผู้ที่มีใจรักในพระเจ้าแม้จะป่วยติดเชื้อไวรัส โควิด-19 แต่ก็ไม่สามารถหยุดให้เธอไม่ให้ไปเจอกับพระเจ้าไม่ได้ เธอจึงเดินทางไปที่โบสถ์บ่อยบ่อย จนส่งผลให้คนที่ไปที่โบสถ์วันเดียวกับเธอติดเชื้อไวรัสกันถ้วนหน้า ยอดคนติดเชื้อเกือบหมดเมือง เช็คผู้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนามีมากกว่าร้อยกว่าคนเข้าไปแล้ว

        เป็นที่น่าตกใจกับคนทั้งโลกเป็นอย่างมากที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของประเทศเกาหลีใต้นับวันยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ซึ่งภายหลังจากที่มีการตรวจสอบหาสาเหตุของการขยายเชื้อโรคได้รวดเร็วขนาดนี้พบว่ามากจากมนุษย์ป้าคนหนึ่งที่เธอมีอาการไม่สบาย ตัวร้อนเป็นไข้ แต่เธอก็ไม่ยอมที่จะไปหาหมอให้ทำการรักษา และเมื่อมีเจ้าหน้าที่มาพาเธอไปตรวจว่ามีเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่ เธอก็ไม่ยอมที่ไป โดยเธอให้เหตุผลว่าเธอมั่นใจว่าเธอไม่ติดเชื้อไวรัสแน่นอนเพราะเธอไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลยสักครั้ง

ซึ่งในระหว่างที่เธอมีอาการไข้สูง มนุษย์ป้าคนนี้ก็ยังคงเดินทางไปขอพรที่โบสถ์เป็นประจำทุกวัน ทำให้มีคนได้รับเชื้อไวรัสต่อจากเธอเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีรายงานข่าวเข้ามาว่า มนุษย์ป้าคนนี้มักจะชอบไปโบสถ์ที่ชินชอนจิ ของเมืองแดกู ทำให้ทุกครั้งที่เธอไปที่โบสถ์เธอก็ได้แพร่เชื้อไวรัสโคโรนาให้กับคนอื่นอื่นที่เดินทางไปที่โบสถ์เหมือนกันจนทำให้ขณะนี้ประเทศเกาหลีใต้มีจำนวนผู้ติดเชิ้อเพิ่มขึ้นสูงมากจนน่าตกใจ ซึ่งคุณป้าท่านนี้เดินทางไปที่โบสถ์อย่างน้อยก็สี่ครั้งไปแล้วโดยล่าสุดที่เธอไปที่โบสถ์มีคนเดินทางไปโบสถ์พร้อมกับเธอถึง 460 คน

ซึ่งแน่นอนว่า ทั้ง 460 คนนี้จะกลายเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนาทันที ซึ่งภายหลังเธอได้มีการไปตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาก็ทำให้ทราบว่าเธอเป็นผู้ที่ติดเชื้อไวรัสแล้ว และหลังจากที่มีการตรวจสอบเจอว่าเธอเป็นคนที่ติดเชื้อก็ได้มีการรายงานเข้ามาว่า มีสมาชิกของโบสถ์อีกประมาณ 90 คนที่เริ่มมีอาการไม่สบายซึ่งพวกเขาหล่านั้นอาจจะอยู่ในกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงที่จะมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย  โดยหลังจากที่เรื่องนี้มีการเผยแพร่ออกไปทางกระทรวงสาธารณะสุขได้ออกมาขอร้งอให้สมาชิกของโบสถ์ทุกคนเข้าทำการตรวจหาเชื้อและกักตัวเอง

น้ำท่วมซัดเนตรนารีดับไป 8 คน อีกสองคนยังสูญหาย

น้ำท่วมซัดเนตรนารีดับไป 8 คน อีกสองคนยังสูญหาย

ข่าวนี้เป็นข่าวต่างประเทศซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าลดเป็นอย่างมาก

เมื่อทางโรงเรียนได้พานักเรียนเนตรนารีมาเข้าค่ายลูกเสือเกิดน้ำท่วมป่าซัดกลุ่มนักเรียนเนตรนารีพบสูญหายไปจำนวน 2 คนและเสียชีวิตอีกจำนวน 8 คนมีรายงานเข้ามาว่าก่อนที่ทางโรงเรียนจะพากลุ่มเนตรนารีมาเข้าค่ายลูกเสื้อนั้นได้มีชาวบ้านเตือนไปแล้วว่าไม่ให้มาทำกิจกรรมในครั้งนี้ แต่ทางโรงเรียนไม่สนใจที่จะทำตาม กลับพานักเรียนมาเข้าค่ายจนได้ ระหว่างที่กำลังเดินป่ากันอยู่เกิดฝนตกหนักมีน้ำป่าไหลหลากมาซัดร่างของเด็กเด็กทั้งสูญหายและเสียชีวิต

   เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย ที่เมืองยอกยา โดยมีโรงเรียนแห่งหนึ่งได้พานักเรียนเนตรนารี จำนวนหนึ่งเดินทางมาเข้าค่าย ซึ่งระหว่างที่มีการทำกิจกรรมการเดินป่าอยู่นั้น ครูได้พาเด็กเด็กเดินไปทางริมน้ำแซมเบอร์  ระหว่างนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนักมีน้ำท่วมกะทันหันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งน้ำป่าได้ไหลมาซัดกลุ่มนักเรียนเนตรนารีสูญหายไปจำนวน 2 คนและพบศพนักเรียนอีก 8 ศพ จึงได้มีการประสานงานทีมกู้ภัยให้มาช่วยค้นหาเด็กนักเรียนเนตรนารีที่สูญหาย ซึ่งได้มีการระดมเจ้าหน้าที่มาช่วยกันเป็นจำนวนมาก

นับแล้วรวม 853 คนโดยมีการแบ่งเป็นทีมค้นหาทั้งหมด 4 ทีมกระจายกำลังช่วยกันค้นหาเด็กเด็กตั้งแต่ช่วงเจ็ดโมงเช้า โดยมีการเดินปูพรมค้นหากันตั้งแต่บริเวณที่มีน้ำไหลมาซัดเด็กเด็ก และแผ่รัศมีออกไปโดยรอบพื้นที่อีกประมาณ 25.19  กิโลเมตร ซึ่งมีรายงานแจ้งเข้ามาว่ากลุ่มเนตรนารีที่มาเข้าค่ายในครั้งนี้เป็นเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมต้น ที่มีอายุตั้งแต่ 12-15 ปี นอกจากจะมีเด็กเสียชีวิตและสูญหายแล้ว ยังมีเด็กที่รอดชีวิตแต่ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 23 คนด้วยกัน อย่างไรก็ตามได้มีชาวบ้านออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า

ทางโรงเรียนได้พาเด็กมาทำกิจกรรมเข้าค่ายตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์แล้ว และเมื่อชาวบ้านรู้ว่าจะมีการทำกิจกรรมเดินป่า ซึ่งจะเดินกันไปทางริมแม่น้ำ ก็พยายามเข้าไปเตือนครูที่พามาทำกิจกรรมแล้วว่าให้ยกเลิกกิจกรรมเดินป่าดีว่าเพราะมองท้องฟ้าแล้วมันครึ้มฟ้าครึ้มฝน โดยชาวบ้านกล่าวว่ากลัวว่าหากตอนเดินป่าแล้วฝนตกจะลำบาก แต่ทางครูที่พาเด็กมาไม่ยอมสนใจคำเตือนของชาวบ้านยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมเดินป่าต่อไป จนกระทั้งมีฝนตกและเกิดน้ำป่าไหลหลากมาซัดเด็กเด็กสูญหายขึ้น  ซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่พบเด็กที่สูญหา แต่ก็พยายามตามหาตามฝายแถวกับที่เกิดเหตุรวมถึงให้นักประดาน้ำลงไปหาเด็กใต้น้ำด้วย

เสี่ยยิงแม่ต่อหน้าลูกไม่สนว่าเด็กจะร้องขอชีวิตให้แม่

เสี่ยยิงแม่ต่อหน้าลูกไม่สนว่าเด็กจะร้องขอชีวิตให้แม่

 เมื่อวันที่ 6 เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2563 เวลาประมาณสามทุ่มครึ่ง

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุการณ์ยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 139/32 และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยแพทย์และกู้ภัยเดินทางไปถึงยังสถานที่เกิดเหตุ ก็พบกับชาวบ้านที่มารอดูเหตุการณ์กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งจุดที่เกิดเหตุเป็นบานเดี่ยว ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปในบ้านพักก็พบหญิงสาวคนหนึ่งนอนตายอยู่และมีเลือดออกเต็มไปหมดตรวจสอบแล้วพบว่าถูกยิงเข้าที่หัวจนเสียชีวิตและใกล้กับจุดที่มีหญิงสาวเสียชีวิตมีคนบาดเจ็บหนึ่งคนเป็นเพศชาย อายุ 67 ปี ทราบต่อมาว่าเป็นมือปืนที่ก่อเหตุยิงหญิงสาวเสียชีวิตและพยายามจะยิงตัวเองตายตาม

ซึ่งชายคนดังกล่าวเป็นมีอาชีพ รับเหมาถมดินอยู่ที่จังหวัดชลบุรี โดยขณะที่แพทย์กำลังพาคนบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอยู่นั้น ผู้บาดเจ็บก็เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลเพราะทนความเจ็บไม่ไหว ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพบปืนที่ใช้เป็นอาวุธในการก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย และจากการสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุมากที่สุด

เธอเล่าให้ฟังว่า ได้ยินเสียงปืนดังหนึ่งนัดแล้วก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกรี๊ด หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังเพิ่มมาอีกหนึ่งนัดในขณะเดียวกันก็เห็นลูกสาวของผู้เสียชีวิตวิ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน  ซึ่งเธอยืนยันว่าก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนเธอไม่ได้ยินว่าทั้งคู่ทะเลาะกันแต่อย่างใด และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปสอบถามลูกสาวของผู้เสียชีวิต เธอเล่าว่า ตอนนั้นเธอยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยเด็กหญิงเล่าฟัง ชายคนดังกล่าวรู้จักแม่ของเธอ

โดยชายคนดังกล่าวมาตามจีบแม่ของเธอแต่แม่ของเธอไม่ได้สนใจ วันเกิดเหตุอยู่อยู่ผู้ชายคนนั้นก็เดินมาหาแม่ แล้วใช้ปืนเล็งมาที่แม่ ซึ่งตนเองได้คุกเข่ายกมือกราบอ้อนวอนไม่ให้ชายคนนั้นยิงแม่ แต่เขาก็ไม่สนใจกลับใช้ปืนยิงไปที่แม่และก็หันกระบอกปืนมายิงตัวเอง ซึ่งเธอตกใจมากจึงวิ่งออกไปตามเพื่อนบ้านให้มาช่วย ซึ่งเพื่อนบ้านก็ได้โทรเรียกตำรวจมาให้มาช่วยระงับเหตุการณ์ดังกล่าวแต่ก็ไม่ทันการณ์เพราะผู้ก่อเหตุชิงฆ่าตัวเองเสียก่อน

    ซึ่งเพื่อนบ้านได้ออกมาเล่าว่าชายคนทีก่อเหตุมักจะมาหาผู้ตายอยู่เป็นประจำเพราะมาติดพันผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่เล่นด้วย โดยผู้ตายมีแฟนแล้วอยู่ต่างประเทศ เมื่อผู้ตายบอกกับชายที่ก่อเหตุ น่าจะเป็นสาเหตุของความไม่พอใจที่หญิงสาวไม่รับรัก จึงได้นำอาวุธปืนมายิงหญิงสาวทีบ้านพัก แล้วจึงยิงตัวเองตายตาม

กระหึ่มโซเชียลปมนายกฯ ทำมินิฮาร์ต หลังแถลงเหตุกราดยิง

กระหึ่มโซเชียลปมนายกฯ ทำมินิฮาร์ต หลังแถลงเหตุกราดยิง

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทำมือเป็นเครื่องหมายหัวใจรวมทั้งมินิฮาร์ท (หัวใจขนาดเล็ก)หลังจบการอธิบายที่โรงพยาบาลมหาราชจังหวัดนครราชสีมา เกี่ยวกับเรื่องราวผู้กระทำราดยิงและก็จับกุมตัวประกันในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมาทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมสำหรับการแสดงออกต่อสถานะการณ์เศร้าเสียใจของผู้นำประเทศ แต่ว่าในเวลาเดียวกันก็มีเสียงออกมาโต้เถียงว่า เจตนาของนายกฯ คือปรารถนาส่งแรงใจเพียงแค่นั้น

-ปารีณา ลั่นประยุทธ์มีสิทธิ์ทำมินิฮาร์ต เพียงแค่ต้องการส่งแรงใจ จวกหมาชอบเล่นโซเชียล

-ประเด็นนี้ ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ดารานักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ @pongnawat ระบุว่า ..

“นายก โบกไม้โบกมือ ยิ้มแย้ม กล่าวเหน็บแต่ประเด็นการเมือง ท้ายที่สุดจบด้วยมินิฮาร์ท .. ในเหตุการณ์อย่างนี้ ไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก ลำพังชาวไทยไม่เป็นไรนะครับ พวกเราเคยชินกับท่านแล้ว แต่ว่าอย่าลืมว่าข่าวสารนี้ออกไปทั้งโลก ปท อื่นมองเห็นผู้นำพวกเราทำอย่างนี้ มันน่าอับอาย”

นอกจากนั้น ดาราชายหนุ่มยังได้แชร์ข่าว ท่าทางของนายกฯของนิวซีแลนด์ที่มีต่อเหตุกราดยิงที่นิวซีแลนด์ในปี 2019 โดยผู้นำหญิงดินแดนกีวี่ประกาศจะไม่เอ่ยกระทั่งชื่อของผู้ร้ายเพื่อไม่สนองให้เขาโด่งดังไม่ส่งต่อแนวคิดหรืออุดมการณ์ความร้ายแรงนี้ต่อไป โดยหนุ่มป้องทวีตข้อความประกอบข่าวนี้ว่า “ตัวอย่างผู้นำที่มีสมอง”

จากการเสนอความคิดเห็นทางด้านการเมืองที่ตรงและเด่นชัดทำให้ชาวเน็ตที่มีความเห็นไปในทางเดียวกันผุดแฮชแท็ก #Saveป้องณวัฒน์ ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนนักแสดงหนุ่มจนติดอันดับในโลกทวิตเตอร์

โดยก่อนหน้าที่ผ่านมาเมื่อสิ้นปี 2562 ก่อนหน้าที่ผ่านมา ป้อง ณวัฒน์ ได้เคยโพสต์ลงอินสตาแกรม วิภาควิจารณ์การจัดเลี้ยงของพรรคร่วมรัฐบาลช่วงวันที่ 3 ธันวาคม ที่เสิร์ฟรายการอาหารหูฉลามในงานดังที่ได้กล่าวมาแล้วในขณะที่คนทั้งโลกรณรงค์งดเว้นกินหูฉลาม เพราะนอกจากเป็นการทรมาทรกรรมสัตว์แล้ว ยังสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศใต้ทะเลอีกด้วย

  • ป้อง ณวัฒน์ สวดยับรัฐบาล! กินหูฉลาม ทั้งที่รณรงค์งดบริโภคกันแทบตาย

จากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเราเชื่อว่าเป็นเหตุหรือสถานการณ์ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง โดยส่วนตัวเรามองว่าผู้นำประเทศของเรานั้นน่าจะดูหลักความเป็นจริงความเป็นมาว่าเรื่องเหล่านั้นสมควรทำจริงหรือไม่ เพราะในบางเวลาและบางโอกาสก็ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง อันที่จริงเราไม่ได้เข้าข้างดาราแต่บุคคลทั่วไปก็คงมองอย่างเช่นเดียวกับเราว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำ และสิ่งที่กระทำลงไปนั้นถือได้ว่าทุกคนหรือคนส่วนมากไม่เห็นด้วยที่นายกจะทำเช่นนั้น

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa