หมวดหมู่: ข่าวสังคมทั่วไป

หญิงอึ้งกับอาหารที่น้อยเกินขนาดแมวกินยังไม่อิ่ม

หญิงอึ้งกับอาหารที่น้อยเกินขนาดแมวกินยังไม่อิ่ม

เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เองซึ่งเกิดขึ้นเกี่ยวกับลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเขานั้นได้สั่งอาหารจัดร้านข้างทางร้านซึ่งเธอสั่งเมนูไก่ทอดน้ำปลาซึ่งพบว่าราคาของมันราคา 70 บาทในรูปนั้นจะเห็นว่ามันหน้าตาน่ากินมาก

เธอจึงได้ทำการสั่งโดยที่ไม่แม้แต่จะสนใจราคารวมถึงอ่านคอมเม้นของร้านก่อนซึ่งหลังจากนั้นเมื่อของมาส่งเธอก็รีบแกะถุงทันทีแต่เมื่อเห็นก็ถึงกับช็อกจนแทบหมดสติเพราะว่าอาหารที่เธอนั้นได้มามันน้อยมากซึ่งเป็นเกย์สายจานและลองกินกินได้แค่ 3 คำก็หมดถึงจะหมดแล้วนอกจากนั้นก็แข็งมากๆไม่นิ่มเลยสักนิดถ้าบางเมล็ดก็ถือว่าไม่สุกเลย

ซึ่งนี้ทำให้เธอโกรธมากเนื่องจากราคาที่เธอซื้อมานั้นมันแพงมากแต่เธอกลับได้ขอแค่นี้เองเท่านั้นเธอบอกว่าเธอเข้าใจผิดเองเพราะว่าเธอควรที่จะดูการรีวิวสินค้าก่อนว่าเป็นเช่นไรบ้างแต่เธอนั้นมัวแต่ว่ามันน่ากินเกินไปก็เลยรีบกลับไปจะถือว่ามันไม่ดีเป็นอย่างมากเพราะถ้าจะขายราคาแพงขนาดนี้ก็คนที่จะให้เยอะกว่านี้หน่อยทั้งๆที่กับข้าวก็ไม่ได้รสชาติดีเยี่ยมอะไรมาก

ของก็ได้น้อยแต่กับขายราคาแพงมากดังนั้นเธอจึงได้บอกว่าใครก็ตามที่เห็นร้านนี้ก็พยายามอย่าไปซื้อกันเลยเพราะว่ามันไม่คุ้มค่าเป็นอย่างมากซึ่งเธอนั้นได้ทำการหาไลน์ของเจ้าของร้านเจอและลองไปถามใน LINE เกี่ยวกับเรื่องที่เธอเจอ

ซึ่งทางเจ้าของร้านนั้นก็บอกว่าเธอทำเช่นนี้มานานมากแล้วนะจะยังทำเช่นนี้ต่อไปไม่ยอมเปลี่ยนนอกจากนั้นแม่ค้าคนนี้ยังไม่ยอมคืนเงินให้กับเธอซึ่งเธอก็เข้าใจเนื่องจากว่าเธอกินไปแล้วนอกจากนั้นสิ่งที่แม่ค้าทำให้เธอรู้สึกปวดมากกว่าเดิมคือแม่ค้าไม่แน่ใจจะขอโทษแต่กลับยืนยันว่าจะยังขายแบบนี้ต่อไปเส้นทางนั้นมันบอกว่าแมวที่บ้านนั้นยังกินไม่อิ่มเลย

แต่แม่ค้าก็บอกว่าเธอขายแบบนี้มาหลายปีแล้วซึ่งก็เธอก็ไม่สนใจอะไรใครจะซื้อก็ซื้อไปแล้วเป็นความผิดของลูกค้าเองที่ไม่หัดดูคอมเม้นซึ่งนั่นทำให้เธอเก่งมากแต่ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเธอเองเช่นเดียวกัน

ผู้หญิงคนนี้จึงได้โพสต์เรื่องราวก็อยากสร้างเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นที่ถ้าเกิดว่าจะซื้อของก็ควรที่จะดูคอมเม้นก่อนว่ามันมีอะไรหรือเปล่าเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียของไปเปล่า ดังนั้นเวลาจะทำอะไรก็ต้องมีสติด้วยนะคะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame77

คู่รักอารมณ์เปลี่ยว

คู่รักอารมณ์เปลี่ยว

คู่รักอารมณ์เปลี่ยว ท้าความตายมีเซ็กส์กันบนรางรถไฟ สุดท้ายหนีกระเจิงเมื่อรถไฟมา

            มีรายงานของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษ  ได้มีการรายงานข่าวออกมาเมื่อวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2563  ว่ามีเจ้าหน้าที่รถไฟได้แจ้งว่ามีเหตุการณ์ที่ชวนน่าตกใจและไม่เคยเห็นมาก่อนเกิดขึ้นที่บนรางรถไฟ ระหว่างทางที่จะไปเมืองครูวส์  ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอังกฤษ  โดยเรื่องราวดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 13  เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2563

เมื่อเจ้าหน้าที่ขับรถไฟ ได้รับรถไฟมาจนถึงเมืองแบรนตัน  ของมณฑลสแตฟฟอร์ดเชอร์   เขาก็ต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเมื่อเขาได้เห็นผู้หญิงกับผู้ชายกำลังมีเซ็กส์กันอยู่บนรางรถไฟโดที่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่ารถไฟกำลังจะมาทางที่พวกเขากำลังเล่นจ้ำจี้กันอยู่ เมื่อพนักงานรถไฟเห็นดังนั้นก็เกรงว่ารถไฟจะวิ่งทับร่างของทั้งคู่

จึงได้พยายามลดความเร็วของรถไฟลง พร้อมทั้งมีการบีบแตรให้มีเสียงดัง เพื่อที่จะได้ทำให้หนุ่มสาวทั้งคู่ที่กำลังเริงร่าท้าธรรมชาติอยู่นั้นได้รู้ตัวว่ากำลังมีรถไฟมา  และเมื่อทั้งคู่ได้ยินเสียงของรถไฟ ทั้งคู่ก็รีบผละออกจากกันพร้อมทั้งรีบเก็บเสื้อผ้า วิ่งเข้าป่าไป ซึ่งรายงานบอกว่าทั้งคู่ไม่ได้มีใครได้รับบาดเจ็บอะไร และมีคนเห็นทั้งคู่วิ่งไปทางสะพานที่เป็นทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

หลังจากที่พวกเขาวิ่งหนีรถไฟไปแล้วประมาณ 30 นาที  ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องจริง มีการไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้แล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ออกหมายจับใครมาลงโทษแต่อย่างใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่การรถไฟคนที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นบอกว่า ตั้งแต่เขาทำงานทางการรถไฟมานานกว่า 40 ปี เขาก็เพิ่งจะเคยเจอเรื่องราวแบบนี้เป็นครั้งแรก  

             สำหรับเรื่องคู่รักที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ หรือบางคู่รักที่ชอบมีเซ็กส์แบบเสี่ยง ต้องการความตื่นเต้นเร้าใจนั้นมีมากมาย เต็มไปหมด แต่การที่เสี่ยงมากกับการมีเซ็กส์บนรางรถไฟนั้นไม่สมควรทำอย่างยิ่งเพราะหากพลาดไปอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ หากมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นคนที่รับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็คือ

คนขับรถไฟที่เขาจะได้รับการตั้งข้อกล่าวหาว่าขับรถประมาทได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเขาก็วิ่งอยู่บนรางรถไฟเท่านั้นเอง แต่มีคนต้องการเล่นเซ็กส์ท้าความตาย สำหรับคนกลุ่มนี้ในเมืองไทยเองก็มี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวทำนองแบบนี้ออกมาหลายครั้งที่คู่รักมีเซ็กส์กันแบบเอ้าดอร์ เพื่อถ่ายเป็นคลิปไปลงเฟสบุ๊กลับเฉพาะขอคนที่ชอบการทำแบบนี้เพื่อเอาไปขายเอาเงิน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8

ตำรวจเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซต์แล้วหนี

ตำรวจเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซต์แล้วหนี

   ตำรวจเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซต์แล้วหนี ลากคนเจ็บไปไกลกว่า100 เมตรบาดเจ็บหนักจนต้องตัดขา

            เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อมีชายคนหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพการรักษาอาการบาดเจ็บของน้องชายตนเองในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งภาพดังกล่าวได้มีการโพสต์ไปเมื่อวันที่ 13 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 โดยข้อความใต้ภาพนั้นมีการระบุว่าน้องชายของตนเองนั้นเป็นพนักงานส่งอาหารของบริษัท Grab Food

ได้ประสบอุบัติเหตุขับรถเฉี่ยวชนกับรถเก๋งคันหนึ่งแต่รถเก๋งคันดังกล่าวไม่ได้ลงมาดูคนเจ็บแถมยังขับรถหนีไปพร้อมทั้งยังร่างของน้องชายของเขาไปไกลถึง 100 เมตรและได้มีการทำป้ายทะเบียนตกเอาไว้จึงอยากจะให้ชาว Social ช่วยกันแชร์ภาพนี้ไปให้ถึงเจ้าของรถเก๋งที่ชนกับน้องชายของตนให้มารับผิดชอบ เนื่องจากว่าจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้น้องชายของตน ต้องถูกตัดขาทางด้านซ้ายออก 

       ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้  เกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มวัย 20 ปีปกติแล้วเขาทำงานอยู่ที่พัทยาแต่ได้เดินทางกลับมาที่บ้านเกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าทำให้ชายหนุ่มวัย 20 ปีเดินทางกลับมาบ้านเกิดและมาหางานเสริมทำด้วยการไปเป็นพนักงานส่งอาหารของบริษัท Grab Food ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นผู้บาดเจ็บได้มีการโทรไปแจ้งกับพี่ชายว่ากำลังจะกลับบ้านเหลือเพียงแค่

ส่งของอีกอย่างเดียวเท่านั้นเพราะต้องการรีบกลับบ้านเนื่องจากใกล้เวลาเคอร์ฟิวแล้วแต่หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อกับน้องชายซึ่งช่วงเวลาดึกต่อมาน้องชายได้โทรกลับมาหาว่าได้ประสบอุบัติเหตุตรงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันโดยมีการเฉี่ยวชนกับรถเก๋งคันหนึ่งพี่ชายจึงได้เดินทางไปหาน้องชายที่บริเวณจุดเกิดเหตุเมื่อไปถึงก็พบว่าน้องชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วเขาจึงได้มีการสอบถามกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วงที่น้องชายของเขาประสบอุบัติเหตุ

พบว่ารถเก๋งคันที่ชนกับน้องชายของเขานั้นออกมาจากปั๊มน้ำมันซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่น้องชายของเขามาตรงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันพอดีจึงทำให้มีการเฉี่ยวชนกันขึ้นโดยรถเก๋งได้มีการลากร่างของน้องชายของเขาไปไกลประมาณ 100 เมตรหลังจากนั้นก็ขับรถหนีไปโดยไม่ได้สนใจมาดูแลคนเจ็บเลยอีกทั้งรถเก๋งคันดังกล่าวยังได้มีการทำป้ายทะเบียนหล่น

เอาไว้ดังนั้นเขาจึงต้องการให้เจ้าของรถเก๋งออกมารับผิดชอบกับค่ารักษาพยาบาลของน้องชายซึ่งจะมีการเรียกเก็บเนื่องจากว่าน้องชายของเขาต้องเข้ารับการตัดขาด้านซ้ายพอได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถรักษาได้และเมื่อมีการแชร์ภาพและข้อความนี้ออกไปปัจจุบันได้มีนายตำรวจยศใหญ่คนหนึ่งและมีการติดต่อกลับเข้ามาหาเจ้าของ Facebook

ที่มีการโพสต์เรื่องราวเอาไว้แล้วโดยบอกว่าตนเองเป็นผู้ที่ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวและต้องการที่จะรับผิดชอบเยียวยารักษาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ซึ่งจะมีการตกลงเกี่ยวกับเงินค่ารักษาการอีกครั้งหนึ่ง โดยทางตำรวจแจ้งว่าจะมีการเข้าไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลอย่างแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb888

เมาได้ที่ใบมีดกรีดแขนเมียจนแขนเหวะ

เมาได้ที่ใบมีดกรีดแขนเมียจนแขนเหวะ

รปภ. หนุ่มคิดว่าเมียนอกใจกินเหล้าเมาได้ที่ใบมีดกรีดแขนเมียจนแขนเหวะ 

   เรื่องราวของความรักที่มีความหวาดระแวงซึ่งกันและกันกลัวว่าอีกฝ่ายจะนอกใจมักจะจบลงด้วยการทำร้ายกันไม่ว่าเจ็บสาหัสก็ถึงแก่ความตายอย่างเช่นเรื่องราวของผู้รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดระยองพอได้ทำร้ายภรรยาของตนเองในการใช้มีดกรีดแขนของภรรยาจนเป็นแผลเวอะหวะเพียงเพราะเขากลัวว่าภรรยาจะนอกใจเขานั่นเอง 

      เรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมพศ 2563 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีชาวบ้านทะเลาะและทำร้ายกันหรือผู้ก่อเหตุน้องเมย์ทำร้ายภรรยาของตนเองอยู่แถวห้องเช่าเลขที่ 063 โดยอยู่บริเวณหลังวัดป่าประดู่และขนาดเดียวกันชาวบ้านต่างก็พากันช่วยเหลือจับกุมผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายภรรยาของตนเองได้แล้ว

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงจึงทำการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อว่านายธนากรมีอาชีพเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งตอนที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงนั้นนายทินกรยังอยู่ในอาการเมาสุราพูดจาให้การไม่รู้เรื่องตรงบริเวณที่เป็นสาเหตุนั้นพบกองเลือดเต็มพื้นและมีมีดทำครัวตกอยู่ 1 เล่มรวมถึงมีผ้าสีขาวเปื้อนเลือดวางอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

จึงได้เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานโดยมีพยานเป็นเพื่อนข้างห้องชื่อว่านางสาวเจนจิราโดยบอกว่านายทินกรนั่งกินเหล้าตั้งแต่เช้าหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงทะเลาะกับภรรยาก็คือนางน้อยเกี่ยวกับเรื่องของการหึงหวงกันซึ่งตีนเสียงทะเลาะกันได้ไม่นานก็ดีเสียงนางน้อยร้องตะโกนโหยหวนให้ช่วยเมื่อวิ่งไปดูก็พบว่านายธนากรใช้มีดทำครัวกรีดแขนของนางน้อย

จนเลือดออกเต็มไปหมดเป็นแผลเวอะหวะ เธอจึงตะโกนให้คนอื่นที่อยู่บริเวณนั้นก็มาช่วยกันจับกุมตัวนายธนากรเอาไว้หลังจากนั้นก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเลือกหน่วยกู้ภัยให้มารับตัวนางน้อยไปโรงพยาบาลซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการควบคุมตัวนายทินกรเอาไว้แล้วและมีการแจ้งข้อหานายธนากรในการทำร้ายภรรยาในครั้งนี้เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน

     สำหรับเรื่องราวความรักนั้นอยู่กันอย่างระแวงก็จะไม่มีความสุขกันทั้งสองฝ่ายการใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันจำเป็นจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อกันและเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะไม่นอกใจเราไปมีคนอื่นชีวิตครอบครัวถึงจะสามารถอยู่อย่างราบรื่นและมีความสุขได้แต่ถ้าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่มีความซื่อสัตย์แล้วเราก็ควรปล่อยเขาไปไม่ควรจะทำร้ายเขาว่าท้ายที่สุดแล้วเมื่อเราทำร้ายเขาไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเขาตายเราก็ต้องติดคุกอยู่ดีซึ่งมันไม่คุ้มเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 โบนัส 100

พ่อป่วยเข้าโรงพยาบาลแม่ก็ติดคุกไม่มีคนดูแล

พ่อป่วยเข้าโรงพยาบาลแม่ก็ติดคุกไม่มีคนดูแล

สามพี่น้องชีวิตน่าสงสารพ่อป่วยเข้าโรงพยาบาลแม่ก็ติดคุกไม่มีคนดูแล 

       เรื่องราวที่น่าจะเกินไปนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี  เมื่อมีชาวบ้านในบริเวณ ชุมชนประเสริฐอิสลามได้ออกมาประสานงานขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูแลช่วยเหลือเด็กน้อยทั้ง 3 คนที่มีการเช่าบ้านอยู่ในชุมชนแห่งนี้โดยชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวต่างพากันบอกกับทางผู้สื่อข่าวว่าที่ห้องเช่าห้องหนึ่งมีเด็กน้อยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 คน

ซึ่งคนโตอายุอยู่ที่เพียงแค่ 9 ขวบเท่านั้นส่วนคนรองอายุ 2 ขวบและน้องคนสุดท้องอายุ 1 ขวบกับ 5 เดือนโดยทั้ง 3 คนอยู่ในห้องพักกันเพียงลำพังไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้แม่ของเด็กน้อยทั้ง 3 คนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับข้อหาคดีค้ายาเสพติดซึ่งตอนนี้ติดคุกมาประมาณ 8 เดือนแล้วโดยปกติแล้วเด็กทั้ง3 คน

จะมีพ่อคอยดูแลแต่เมื่อไม่นานมานี้พ่อของเด็กทั้ง 3 คนนั้นไม่สบายจำเป็นต้องเข้าไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจึงทำให้ไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลเด็กทั้ง 3 คนชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็รู้สึกเวทนาเด็กทั้ง 3 คนเป็นอย่างมากเพราะยังมีอายุที่เล็กมากนัก 2 คนแทบจะไม่รู้เรื่องไม่ประสีประสาอะไรเลยทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นต้องช่วยกันผลัดเปลี่ยนมาดูแลเด็กน้อยทั้ง 3 คน

เลยบางวันก็มีคนมาช่วยอาบน้ำให้บางวันก็มีคนมาป้อนข้าวให้ร้านค้าแถวนั้นก็เอาขนมเอาน้ำมาให้กินเพื่อประทังชีวิตไปวันๆซึ่งชาวบ้านเองก็บอกว่าตนเองก็ไม่ค่อยมีเงินที่จะใช้จ่ายจึงไม่สามารถที่จะนำเด็กทั้ง 3 คนไปดูแลได้ทำได้เพียงแค่ดูแลเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้นจึงอยากให้ทางการเข้ามาช่วยเหลือดูแลเด็กน้อยทั้ง 3 คนจนกว่าพ่อของเด็กจะหายดีแล้วออกจากโรงพยาบาลทั้งนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าวยืนยันกับทางผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่อาสาปอเต็กตึ้งที่ลงมาพร้อมกับผู้สื่อข่าว

ว่าพ่อของเด็กนั้นเป็นคนดีเป็นคนขยันตั้งใจทำมาหากินแต่เนื่องจากว่าเป็นคนหาเช้ากินค่ำก็มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าก็ไม่มีงานทำอีกทั้งตอนนี้ก็ยังมาป่วยจึงไม่สามารถที่จะจ้างใครมาดูแลลูกของตนเองได้แล้วเท่าที่รู้มาบ้านของเด็กทั้ง 3 คนนี้ได้ติดค้างค่าเช่าค่าห้องพักมาหลายเดือนแล้วซึ่งเกรงว่าหากยังไม่มีเงินไปจ่ายค่าเช่าห้องก็จะทำให้เจ้าของห้อง

อาจจะไล่เด็กทั้ง 3 คนออกจากห้องเช่าได้ นักข่าวเองก็ได้มีการประสานงานให้กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิลงมาดูแลปัญหาเด็กน้อยทั้ง 3 คนเรียบร้อยแล้วซึ่งอาจจะมีการนำตัวเด็กทั้ง 3 คนเข้าไปดูแลเป็นการชั่วคราวก่อนระหว่างรอให้พ่อของเด็กรักษาตัวให้หายแล้วค่อยมารับเด็กกลับไป

 

สนับสนุนโดย  เว็บ rb88

พี่ยิงน้องดับเพียงแค่เปิดเพลงเสียงดัง

พี่ยิงน้องดับเพียงแค่เปิดเพลงเสียงดัง

       ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นเมื่อพี่น้องที่คลานตามกันมาก่อเหตุยิงกันจนเสียชีวิตและมีคนเจ็บอีกหนึ่งคน โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เล่ามาจากลูกชายของนายพิทยา ที่เป็นมือปืนที่ยิง และลูกชายของนายพิทยายังเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ยิงกันในครั้งนี้ด้วย

โดยลูกชายนายพิทยา สมมุติชื่อว่า นายแบงค์ ได้เล่าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า บ้านของมือปืนและบ้านของคนตายอยู่ติดกันมีเพียงแค่รั้วกั้นเท่านั้นและสองบ้านนี้เป็นญาติกันซึ่งมือปืนเป็นพี่ชาย และผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นน้องชายและน้องสาวแท้ๆของมือปืนเอง ซึงใน เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่  6 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2563 นั้น

นายแบงค์เล่าว่าในตอนเช้า นายแบงค์ได้มีการเปิดเพลงจากบ้านของตนเองฟังและอาสาวได้เดินมาต่อว่าเกี่ยวกับเรื่องการเปิดเพลงเสียงดัง ซึ่งหลังจากโดนต่อว่าไปนายแบงค์ก็ปิดเพลง และคิดว่าเรื่องคงจบแล้ว แต่พอช่วงบ่ายประมาณ 13.00 น. ทางด้านบ้านของอาสาวได้เปิดเพลงบ้างและเปิดเสียงดังมากที่สำคัญได้หันลำโพงมาทางบ้านของนายแบงค์ ทำให้นายแบงค์ได้ออกไปต่อว่าอาสาวที่หน้าบ้านซึ่งในขณะนั้นทางอาผู้ชายที่เป็นคนเสียชีวิตก็ได้ยืนอยู่ด้วย

ซึ่งทั้งสามคนกำลังทะเลาะกันเรื่องการเปิดเพลงเสียงดังอยู่ แต่ระหว่างนั้นพ่อของนายแบงค์ ซึ่งก็คือนายพิทยา ไม่รู้ว่ามาอย่างไร ได้ถือปืนมาทางด้านหลังของนายแบงค์ หลังจากนั้นเอาปืนยิงอาทั้งสองคนทันที ทำให้นายแบงค์ที่อยู่ในเหตุการณ์ตกใจและห้ามพ่อไม่ทัน ซึ่ง่หลังจากที่นายพิทยายิงน้องทั้งสองคนเสร็จก็ได้ขับรถหนีไป และนายแบงค์จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูและมารับคนบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้นายสัญชัย ที่เป็นน้องชาย เสียชีวิตคาที

และน้องสาวชื่อ นางสาว มงคลพร บาดเจ็บสาหัส ส่วนนายพิทยาคนยิงนั้นตอนนี้อยู่ระหว่างการหลบหนี แต่นายแบงค์ได้บอกว่าเมื่อช่วงเช้าของวันที่  7 เดือนพฤษภาคม นายพิทยาได้ติดมาคุยกับภรรยาแล้วว่าจะเข้ามอบตัวกับตำรวจในวันที่ 8 เดือนพฤษภาคม แต่ไม่รู้ว่าตอนกี่โมง ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องญาติๆก็ยังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องนี้เลย ส่วนตัวแล้วนายแบงค์รู้สึกเสียใจ

เพราะไม่คิดว่าแค่การเปิดเพลงเสียงดังจะทำให้มีเรื่องถึงกับต้องยิงกันตาย ซึ่งตัวนายแบงค์เองคิดว่าน่าจะมีเรื่องอื่นที่มากกว่านี้แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เพราะปกติแล้วนายพิทยากับน้องทั้งสองคนไม่ค่อยจะพูดกันดีดีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เจอหน้ากันก็จะทะเลาะกันตลอด เรื่องนี้ต้องรอให้นายพิทยาเป็นคนบอกเหตุผลในการก่อเหตุในครั้งนี้เองอีกที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  rb88 ล็อกอิน

ฟ้าผ่าโดนเสาไฟฟ้าแรงสูงทำสายไฟขาดสบัด

ฟ้าผ่าโดนเสาไฟฟ้าแรงสูงทำสายไฟขาดสบัด

ฟ้าผ่าโดนเสาไฟฟ้าแรงสูงทำสายไฟขาดสบัดมาโดนกระบะที่ขับอยู่บนถนนเกิดไฟไหม้คอกคนขับเสียชีวิต

           ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีพายุเข้าทำให้บางพื้นที่มีฝนตกหนักและมีลมแรงและฟ้าผ่าซึ่งมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายนปีพศ. 2563 โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เปิดที่ถนนสายหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งมีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อชายสูงอายุคนหนึ่งวัย 60 ปีกำลังขับรถมาตามท้องถนนเพื่อจะเดินทางไปซื้อของแต่ระหว่างทางเกิดมีฝนตกหนักและฟ้าผ่าเกิดขึ้นในจังหวะที่เขากำลังขับรถผ่านไปตรงจุดนั้นพอดีฟ้าเกิดผ่านไปที่ต้นเสาไฟฟ้าแรงสูงโดนสายไฟแรงสูงขาดและสายไฟสะบัดมาโดนรถปิคอัพที่เขากำลังขับอยู่ทำให้เกิดไฟลุกท่วมลดทันทีและไฟก็ครอกชายชราวัย 60 ปีเสียชีวิตคารถ

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความชอบให้กับหลายคนที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมากเนื่องจากว่าในขณะที่เกิดเหตุการณ์นั้นมีผู้คนที่ขับรถตามรถของชายชรามาหลายคันเลยรถบังคันมีกล้องติดอยู่ที่หน้ารถก็จะสามารถถ่ายเห็นจังหวะที่ฟ้าผ่าลงมาแล้วไปโดนเสาไฟรวมถึงจังหวะที่รถของชายชราปิดไฟขึ้นมาซึ่งทราบชื่อต่อมาภายหลังว่าชายสูงวัยคนดังกล่าวชื่อว่านายอุทิศหลังจากที่ทำการดับไฟที่เผารถได้แล้วจึงนำร่างคนขับออกมา  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุและสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าขณะที่รถของชายชราขับออกมาแล้วโดนกระแสไฟฟ้าผ่านมา

โดนที่รถนั้นน่าจะเป็นช่วงจังหวะที่พอไฟลุกแล้วชายชราก็พยายามจะหนีแต่เนื่องจากว่าจังหวัดที่ไฟไหม้นั้นสายไฟก็กระแทกมาที่รถและเกิดกระแสไฟฟ้าช๊อตทำให้ชายชราไม่สามารถออกจากรถได้ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าชายชราน่าจะเสียชีวิตจากการถูกไฟช็อตก่อนที่จะถูกไฟเผาไหม้

        เหตุการณ์ในครั้งนี้ลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพ่อของตนเองนั้นเดินทางมาจากจังหวัดลำพูนเพื่อมาเชียงใหม่เพื่อที่จะมาที่โกดังขายหอมแดงเพื่อที่จะเอาไปขายแต่ก็มาประสบเหตุแบบนี้ซะก่อน

         เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์สุดวิสัยจริงๆที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันเพราะว่าผู้ประสบเหตุเองก็ประสบเหตุช่วงในขณะที่ฝนตกหนักและยังมีเรื่องของไฟฟ้าแรงสูงเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้คนที่จะเข้ามาช่วยเหลือไม่สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงทีอย่างไรก็ดีช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝนตกบ่อยครั้งและมีฝนฟ้าคะนองเป็นอย่างมาก

ซึ่งเรามักจะพบเห็นเหตุการณ์ฟ้าผ่าอยู่เป็นประจำเดือนนั้นในช่วงที่มีฝนตกลงมาเราจึงควรที่จะระมัดระวังเป็นพิเศษหากใครที่อยู่ตรงพื้นที่โล่งก็ควรจะหาที่กำบังเพื่อป้องกันฟ้าผ่าและไม่ควรเปิดใช้โทรศัพท์มือถือเพราะจะเป็นฉนวนดึงไฟฟ้าให้ผ่าลงมาได้และที่สำคัญหาฝนตกฝนใต้ต้นไม้เพราะส่วนใหญ่แล้วฟ้าจะผ่าลงมาตรงต้นไม้

ข่าวของกลางเก็บยาเสพติด

ข่าวของกลางเก็บยาเสพติด

เสียงสะท้อนของประชาชนที่ต่างไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องเก็บ ยาเสพติด ให้โทษของกลางเอาไว้ในคลังในยาเสพติดได้เป็นเวลากว่าประมาณ30ปี หากแม้ว่ายังไม่มีคำตัดสินจากศาลในชั้นต้นถึงแม้ว่าในแต่ละปีนั้นจะมีการนำเอายาเสพติดดังกล่าวเอาออกมาเผาทำร้ายกันอยู่เป็นประจำแต่ที่มากสุดก็ทำได้มากแค่เพียงในปีละครั้ง

และในแต่ละครั้งนั้นก็เผาทำรายได้เป็นเพียงปีละ3,000กิโลกรัมเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและจึงได้เกิดปัญหาของยาเสพติดที่ค้างอยู่ในคลังเป็นจำนวนมากมายมหาสารและอาจจะเกิดปัญหาในการสูญหายออกไปจากในคลังเก็บ อย่างล่าสุดที่ได้นำเอาออกมาเผาได้แค่เพียงประมาณ3,094กิโลกรัมเท่านั้น

และยังคงหลงเหลืออยู่ภายในคลังประมาณอีก40ตัน หรือ ประมาณ40,000กิโลกรัม ที่ยังไม่ได้ถูกนำเอาออกมาเผาทำรายเพราะยังติดขัดอยู่ในข้อของกฏหมายบ้างมาตรา ของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช2522 ที่ในคดีของยาเสพติดจะมีอายุความนานประมาณถึง30ปี หรือในจนกว่าที่จะมีคำตัดสินออกมาจากศาลชั้นต้นว่าให้ริบของกลางได้

ซึ่งในส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเวลานานเป็นสิบปีกว่าศาลชั้นต้นจะสินของผลคดีออกมาและยิ่งหากว่าเป็นคดีที่ไม่มีผู้ต้องหายิ่งแล้วใหญ่นานกว่า30ปี นั้นก็ยังคงจะมีให้เห็นจากเหตุผลเงื่อนไข เวลาของข้อกฏหมายดังกล่าวมันจึงได้เป็นกำลังได้สร้างปัญหาให้กับทางสำนักงานคณะกรมการอาหารและยาหรือว่า อย.  เป็นผู้ที่มีหน้าที่หลักในการเก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลางที่ได้ผ่านการตรวจวิเคาระห์แล้วจากในทั่วประเทศเอามารวมกันไว้ในคลังยาเสพติดของ อย. เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

จากในพื้นที่จริงนั้นเก็บได้เพียงแค่ประมาณ25ตัน ทุกวันนี้จะต้องทำการต่อชั้นเป็นแนวตั้งเพื่อให้เก็บบได้ในปริมาณในความจุมากที่สุด สำหรับในการของบประมาณกว่าร้อยล้านบาทในปีในงบประมาณหน้ามันจึงเป็นหนึ่งในสองแนวทางที่ทาง อย. ได้เห็นว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดมีพื้นที่เก็บยาเสพติดได้เพิ่มอีกจำนวนมหาสาร

และมีแนวโน้มว่าปริมาณยาเสพติดจะมีการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพราะจากข้อมูลคดีของยาเสพติดยังพบว่ายังมีคดีค้างอยู่ตอนนี้ที่ศาลชั้นต้นอีกประมาณกว่าสองแสนคดี และอีกหนึ่งแนวทางคือการแก้ไข้ในข้อกฏหมายในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช2522 ในมาตราที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ อย. สามารถเผาทำรายยาเสพติดให้โทษของกลางได้แม้การตัดสินในคดีความในศาลชั้นต้นจะยังไม่เสร็จสิ้น

ยกตัวอย่างเช่น หากยึดยาเสพติดของกลางมาได้จำนวน100กิโลกรัมก็ควรที่จะมีการกำเนิดว่าสามารถกันยาเสพติดเอาไว้เป็นจำนวนเท่าไหร่เพื่อไม่ให้กระทบต่อการพิจารณาคดีส่วนจำนวนที่เหลือก็สามารถนำเอาไปเผาทำรายได้ก่อนที่คดีนั้นถึงที่สุดเพราะเท่าที่เห็นก็ไม่ควรมีคดีไหนเมื่อไปถึงศาลอุทธรณ์แล้วทางศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งให้นำยาเสพติดของกลางมาตรวจพิสูจน์ใหม่สักครั้งเดียว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  BK8

จากกรณีที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเสียชีวิต

จากกรณีที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเสียชีวิต

สัปเหร่อโหลดตั้งแต่เผาศพเหยื่อติดเชื้อไวรัสโคโรน่าครอบครัวมีแต่คนรังเกียจ

       จากกรณีที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเสียชีวิตและทางวัดได้มีการรับศพไปบำเพ็ญกุศลและดำเนินการเผาศพให้โดยมีสัปเหร่อประจำวัดเป็นผู้ดำเนินการเผาให้นั้น   ทางด้านสัปเหร่อที่เป็นผู้เผาศพให้กับครอบครัวของผู้ติดเชื้อได้ออกมาขอความเห็นใจผ่านทางผู้สื่อข่าวเนื่องจากหลังจากที่มีการเผาศพผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าไปครอบครัวของสัปเหร่อได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

เพราะเมื่อมีคนรู้เรื่องว่าสัปเหร่อเป็นคนเผาศพผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าต่างก็พากันรังเกียจตัวสัปเหร่อเองเพราะว่าเกรงว่าจะมีเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ติดมากับตัวสัปเหร่อรวมถึงเมียของสัปเหร่อก็ถูกรังเกียจเช่นเดียวกันซึ่งล่าสุดเมียของสัปเหร่อถูกสั่งให้พักงานเป็นเวลานานถึง 14 วันด้วยกันเพียงเพราะว่าสามีไปเผาศพคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่นายเอกสิทธิ์ชายวัย 70 ปีเจ็บป่วยเสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วญาติไม่สามารถที่จะหาที่เผาศพให้ได้จนล่าสุดมีวัดแห่งหนึ่ง  อยู่เขตมีนบุรีทำการจัดงานศพให้นายเอกสิทธิ์ไปเมื่อวันที่ 25 เดือนมีนาคมแต่หลังจากที่มีการจัดงานศพให้เรียบร้อยแล้วนั้นผลปรากฏว่าทางสัปเหร่อเองกับพบปัญหา

เนื่องจากชาวบ้านรังเกียจที่สัปเหร่อไปทำการเผาศพให้กับคนติดเชื้อไวรัสโคโรน่าช่วยผลกระทบนี้ไม่ได้โดนที่สัปเหร่อคนเดียวแต่คนในครอบครัวของสัปเหร่อคนนี้โดนหมดไม่ว่าจะเป็นลูกหรือแม้แต่ภรรยาโดยมีภรรยาของสัปเหร่อเป็นลูกจ้างรายวันเท่านั้นหลังจากที่ ทำงานของภรรยาสัปเหร่อรู้เรื่องเข้าว่าสามีของเธอไปทำการเผาศพให้กับผู้ที่มีอาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาทางบริษัทก็สั่งพักงานภรรยาของสัปเหร่อคนนั้นทันทีโดยให้กับตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน

ซึ่งทางสัปเหร่อเองก็เป็นกังวลใจว่าช่วงที่มีการกักตัวนั้นภรรยาจะไม่ได้รับเงินเดือน แผนที่บริษัทก็ยังบอกให้ไปตรวจการติดเชื้อไวรัสโคโรนาโดยต้องมีเอกสารจากทางโรงพยาบาลไปเป็นหลักฐานยืนยันด้วยซึ่งปัญหาตรงนี้สร้างความเสียหายให้กับสัปเหร่อเป็นอย่างมากเพราะมันต้องมีค่าใช้จ่ายหลายพันบาทโดยตัวสัปเหร่อเองกับภรรยาก็ไม่ได้เป็นคนที่มีเงินมากนัก

    ผลกระทบนี้ตั้งสัปเหร่อยืนยันอ่านหนังสือว่าคุณหมอที่โรงพยาบาลออกมายืนยันให้แล้วว่าผู้ที่ตายไปแล้วเชื้อไวรัสโคโรน่าก็จะตายตามผู้ที่ติดเชื้อดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะมีการแพร่เชื้อเพราะทุกอย่างหลังจากที่มีการทำเสร็จไม่ว่าจะเป็นการเผาศพตัวสัปเหร่อเองก็มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อรวมถึงสถานที่ต่างๆภายในวัดที่มีการนำศพไปตั้งไว้ก็มีการฉีดยาฆ่าเชื้อทั้งหมด

ดังนั้นไม่มีใครติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอาการเผาศพแน่นอนโดยทางสัปเหร่อยังฝากมาบอกอีกด้วยว่าให้นึกถึงคนที่ตายไปแล้วบ้างว่าเขาก็ตายไปแล้วถ้าไม่มีใครทำการเผาศพให้กับเขาแล้วศพของเขาจะไปเผาที่ไหนให้นึกถึงใจเขาใจเรา 

ปิดหมู่บ้านโป่งเจริญเพื่อควบคุมเชื้อไวรัส

ปิดหมู่บ้านโป่งเจริญเพื่อควบคุมเชื้อไวรัส

ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทางด้านของท่านผู้ว่ามีการสั่งให้ควบคุมพื้นที่ของหมู่บ้านโป่งเจริญ 12 โดยทางผู้ว่าการมีการสั่งให้ปิดหมู่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน ฝนตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 เดือนมีนาคมและจะไปจบวันที่ 12 เมษายน เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นรวดเร็วอย่างมากและประชาชนในหมู่บ้านพากันตกใจเป็นอย่างมากเพราะว่าคำสั่งนี้เป็นคำสั่งแบบเร่งด่วนที่ไม่ได้มีการเตรียมการล่วงหน้าไว้เลยสำหรับหมู่บ้านดังกล่าวนี้จะแตกต่างจากกรุงเทพฯที่คนกรุงเทพฯยังสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้

แต่สำหรับหมู่บ้านตกลงเจริญนี้จะไม่สามารถเดินทางออกนอกหมู่บ้านหรือเข้าไปในเขตหมู่บ้านได้อีกเลย สำหรับหมู่บ้านโป่งเจริญนี้มีประชากรในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 1900 คน ซึ่งทางผู้ว่าได้มีการแบ่งโซนในการปิดพื้นที่ มีแบ่งออกเป็นโซน A B C ที่ถูกปิดไม่ให้ออกมาก็คือโซนชั้นในสุดซึ่งเป็นโซน A บ้านในครั้งนี้ชาวบ้านไม่ได้รับความเดือดร้อนแต่อย่างใด

เนื่องจากทางผู้ว่าได้มีการสั่งการเอาไว้แล้วว่าให้ดูแลชาวบ้านเป็นอย่างดีด้วยการเตรียมอาหารไว้ให้พร้อมให้ประชาชนได้มีกินทั้งหมด 3 มื้อด้วยกันโดยจะมีเจ้าหน้าที่นำมาแจกจ่ายให้ในช่วงเช้ากลางวันและเย็นซึ่งหากใครต้องการมากก็สามารถขอเพิ่มได้ ซึ่งจากการสอบถามทางผู้ว่าเหตุใดจึงเร่งไม่มีการประกาศออกมาก่อนว่าจะมีการปิดหมู่บ้านทางผู้ให้เหตุผลว่าหากมีการประกาศออกมาก่อนชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะพากันอพยพออกจากหมู่บ้านกันหมด

ซึ่งทำให้ไม่สามารถกับตัวผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและนำมารักษาตัวได้ดังนั้นการปิดหมู่บ้านแบบทันทีโดยไม่ให้ชาวบ้านรู้ตัวมาก่อนนั้นจะทำให้ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ายังคงอยู่ในหมู่บ้านและทางผู้ว่าก็ได้พาทีมแพทย์ลงพื้นที่เข้าไปทำการตรวจชาวบ้านในหมู่บ้านและกันผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสกรุณาออกมาเพื่อทำการรักษา

ซึ่งถ้าทำแบบนี้จะทำให้รู้ว่าชาวบ้านคนไหนบ้างที่ป่วยและคนไหนบ้างที่ปลอดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาซึ่งจะทำให้โซน a ซึ่งมีผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าจำนวน 3 คนกลายเป็นโซนที่ไม่มีการแพร่เชื้อในทันทีได้เลยเนื่องจากว่าทางผู้ว่าการก็จะนำตัวผู้ป่วยและบุคคลที่มีความเสี่ยงออกมาทำการรักษาซึ่งชาวบ้านเมื่อทราบเหตุผลต่างก็ไม่มีใครที่จะคัดค้านการกระทำของทางผู้ว่าดังกล่าว

และเมื่อมีการเคลียร์จำนวนผู้ติดเชื้อได้เรียบร้อยแล้วทางผู้เองก็ได้มีการประกาศยกเลิกการปิดหมู่บ้านของหมู่บ้านโปร่งเจริญเรียบร้อยแล้วโดยชาวบ้านต่างก็พากันดีใจเป็นอย่างมากที่จะสามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านกันได้ตามปกติ

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa