หมวดหมู่: ข่าวสังคมทั่วไป

เทรนเนอร์ฟิตเนสสาว บาดเจ็บสาหัส

เทรนเนอร์ฟิตเนสสาว บาดเจ็บสาหัส

เทรนเนอร์ฟิตเนสสาว บาดเจ็บสาหัสก้านสมองตายเหตุเพราะอดีตแฟนหนุ่มและกิ๊กสาวทำร้าย

            เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแถลงการจับกุมชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งระบุว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอมีอาชีพเป็นเทรนเนอร์อยู่ที่ฟิตเนสแห่งหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งขนาดนี้นอนรักษาอาการอยู่ในห้อง ICU และแพทย์ที่รักษาได้ออกมาบอกว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นตอนนี้มีอาการบาดเจ็บจนเป็นโรคก้านสมองตายอย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีผู้พบเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนอนหมดสติได้รับบาดเจ็บอยู่จึงได้แจ้งตำรวจแนะนำตัวส่งโรงพยาบาล

โดยในครั้งแรกที่พาเธอส่งตัวไปรักษานั้นเธอมีอาการร่างกายเขียวช้ำและบวมปูดแต่เธอไม่มีสติเมื่อทางคุณหมอของโรงพยาบาลได้ทำการตรวจสอบก็พบว่าเธอได้รับความกระทบกระเทือนที่บริเวณสมองอย่างหนักจนปัจจุบันนี้เธอมีอาการของโรคก้านสมองตายซึ่งอาการของโรคนี้ก็จะทำให้ผู้ที่มีอาการนี้ไม่สามารถรู้สึกตัวได้อีกเลยเหมือนกับเป็นเจ้าหญิงนิทรานั่นเองอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน

โดยในครั้งแรกนั้นสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุที่เป็นผู้หญิง ได้ก่อนเลยเธอชื่อว่านางสาวสุพัตราอายุ 21 ปีซึ่งเธอนั้นเป็นกิ๊กกับแฟนของผู้บาดเจ็บส่วนตัวผู้บาดเจ็บเองนั้นชื่อว่านางสาว  ชลนิสา อายุ 24 ปีโดยนางสาวสุพัตราได้บอกว่าตัวเธอนั้นกับแฟนหนุ่มพากันมาทำร้ายร่างกายนางสาว  ชลนิสา จนได้รับบาดเจ็บหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป เส้นทางด้านนางสาวสุพัตรายืนยันว่าเธอและแฟนหนุ่มนั้นไม่รู้เลยว่าอาการของนางสาวชลนิสา นั้น

  จะอาการหนักนี้อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนางสาวสุพัตราได้แล้วเพียงเวลาไม่นานก็สามารถตามจับกุมตัวฝ่ายชายซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของนางสาว ชลนิสา และเป็นกิ๊กกับนางสาวสุพัตราได้ด้วยเขาให้การปฏิเสธในครั้งแรกว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำร้ายร่างกายจนนางสาว ชลนิสา ได้รับบาดเจ็บมากขนาดนั้นเขาแค่เพียงทำการตกที่บริเวณหัวนิดหน่อยเพียงเท่านั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำหลักฐานการรักษาตัวและอาการของนางสาวชลนิสามาให้กับนาย พีท  ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มและเป็นคนที่ลงมือทำร้ายนางสาวชลนิสา ได้ดูหลังจากนั้นเขาจึงยอมรับสารภาพว่าเขาลงมือทำร้ายร่างกายนางสาวชลนิสา เอง

เลยเข้านั้นได้มีการลงมือทุบตีที่บริเวณศีรษะหลังจากที่นางสาวชลนิสา  ล้มลงเขายังได้มีการจับหัวของนางสาวชลนิสา กระแทกกับพื้นปูนอยู่หลายครั้งจนในที่สุดนางสาวชลนิสา  ก็หมดสติหลังจากนั้นจึงได้หลบหนีไปแล้วไปสร้างเรื่องเขียนโพสต์ใน Facebook ทำนองว่านางสาวชลนิสา ทำนองว่านางสาวแอบ มีชู้กับคนอื่นและสร้างเรื่องเหมือนกับว่าชู้จับได้ว่า นางสาวชลนิสา นอกใจจึงได้มาทำร้าย

 

สนับสนุนโดย  rb88 ทางเข้า

สั่งสอนพวกโรคจิตที่ชอบแอบถ่ายใต้กระโปรง

สั่งสอนพวกโรคจิตที่ชอบแอบถ่ายใต้กระโปรง

อายเด็กไหมเมื่อเด็กแค่อายุเพียง 10 ขวบเท่านั้นสั่งสอนพวกโรคจิตที่ชอบแอบถ่ายใต้กระโปรง

          กำลังเป็นคลิปฮอตฮิตในโลกออนไลน์เลยก็ว่าได้สำหรับคลิปเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งระบุไว้ว่าอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้นโดยในคลิปเธอกำลังยืนต่อว่าผู้ชายคนหนึ่งต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับเรื่องที่ชายคนดังกล่าวนั้นไปแอบถ่ายใต้กระโปรงแม่ของเธอและถูกจับได้

          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดในวันที่ 29 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุงซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อมีแม่ลูกคู่หนึ่งพากันไปเดินซื้อของภายในห้างสรรพสินค้าหลังจากนั้นขณะที่แม่ลูกคู่นี้เดินเข้าไปห้องน้ำและทำธุระกันเสร็จเรียบร้อยแล้วตอนที่แม่ลูกคู่นี้กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำปรากฏว่ามีผู้ชายคนหนึ่

งอายุประมาณ 21 ปีได้พยายามที่เอาโทรศัพท์มือถือยื่นเอาไปแอบถ่ายบริเวณใต้ก้นของแม่ของเด็กหญิงวัย 10 ขวบเมื่อเธอเห็นดังนั้นเธอจึงได้ตะโกนให้พลเมืองดีเข้าช่วยซึ่งก็มีคนจำนวนมากพากันเข้ามาช่วยเหลือและจับกุมตัวชายโรคจิตได้ในที่สุดหลังจากนั้นได้มีการส่งเรื่องไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทางแม่ลูกคู่นี้

จะต้องไปให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โรงพักด้วยเมื่อไปถึงโรงพักเด็กหญิงวัย 10 ขวบก็ได้มีการต่อว่าชายโรคจิตคนดังกล่าวโดยเธอสอนใช้โรคจิตว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้เพราะว่าคนเราโตกันแล้วน่าจะมีความคิดเพราะขนาดเขาเป็นเด็กแค่เพียง 10 ขวบเขายังรู้เลยว่าสิ่งที่ทำนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีและไม่ควรทำที่สำคัญเขารู้สึกไม่พอใจที่แม่ของเขานั้นถูกกระทำแบบนี้

และให้ชายคนดังกล่าวลองกลับไปคิดดูว่าถ้าพ่อแม่ของชายคนดังกล่าวนั้นถูกคนโรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรงบ้างชายคนนั้นจะรู้สึกอย่างไรซึ่งคลิปนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นถ่ายเก็บเอาไว้ได้และนำมาแชร์ในโลกออนไลน์อีกครั้งเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งข้อหาใช้รถติดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากว่ามีการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ

ของชายคนดังกล่าวนั้นพบว่ามีคลิปในลักษณะแอบถ่ายเอาไว้เป็นจำนวนหลายภาพเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามสำหรับคลิปที่มีเด็กอายุ 10 ขวบได้ต่อว่าสั่งสอนชายโรคจิตนั้นเมื่อใครได้เข้ามาดูคลิปนี้ต่างก็พากันชื่นชอบเป็นอย่างมากอีกทั้งยังฝากถามไปถึงชัยที่ถูกต่อว่าอีกว่าให้เด็กอายุ 10 ขวบมาสั่งสอนนั้นไม่รู้สึกอายบ้างเลยหรือไร   

         สำหรับปัญหาคนแอบถ่ายใต้กระโปรงนี้ตอนนี้กำลังระบาดมากเพราะมีข่าวทำนองนี้ออกมาเยอะมากขึ้น ดังนั้นขอให้ใครที่ไปใช้บริการห้องน้ำสาธารณะให้ตรวจสอบก่อนเข้าและระมัดระวังให้ดี

 

สนับสนุนโดย  rb88

นักศึกษาวอนอาจารย์มหาวิทยาลัยตรวจสอบด่วน

นักศึกษาวอนอาจารย์มหาวิทยาลัยตรวจสอบด่วน

รูปชายหนุ่มเปลือยแปลว่า Twitter นักศึกษาวอนอาจารย์มหาวิทยาลัยตรวจสอบด่วน 

          มีการแต่ภาพชายหนุ่มคนหนึ่งในสภาพร่างกายเปลือยเปล่าไม่ได้มีการสวมใส่เสื้อผ้ายืนอยู่ตามสถานที่ต่างๆซึ่งคาดว่าสถานที่แห่งนั้นจะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังด้วยโดยรูปภาพที่ถ่ายนั้นจะเป็นรูปภาพที่เขาแก้ผ้าทั้งหมดและเป็นภาพถ่ายในช่วงเวลากลางคืนอย่างเดียวเท่านั้นซึ่งเรื่องราวนี้มีคนได้ภาพนี้มาจากทวิตเตอร์ส่วนตัวของชายคนดังกล่าวซึ่งมีคนเข้าไปติดตามดูชายคนนี้แก้ผ้าในมหาวิทยาลัยมากถึง 8000 คนด้วยกัน

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ภาพนี้มีการถูกเผยแพร่ออกมาทางด้านนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ต่างก็จำมหาวิทยาลัยของตนเองได้เนื่องจากว่าบางภาพนั้นมีตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยปรากฏอยู่ด้วยทำให้นักศึกษามหาวิทยาลัยต้องมีการโพสต์ภาพดังกล่าวส่งไปถึงอาจารย์เพื่อให้อาจารย์นั้นช่วยทำการตรวจสอบว่าชายคนนี้ได้มีการเข้าไปถ่ายรูปอนาจารแบบนี้ในมหาวิทยาลัยได้อย่างไร 

        สำหรับพฤติกรรมนี้นั้นเราเห็นพฤติกรรมแบบนี้หลายวันเลยทีเดียวในช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นทางปลัด อบต.คนหนึ่งที่มีการถ่ายคลิปด้วยตนเองในสถานที่ทำงานหรือยังมีผู้ชายคนหนึ่งที่มีการช่วยเหลือตนเองต่อหน้าผู้หญิงโดยมีการถูกถ่ายคลิปออกมาแฉและล่าสุดก็มีชายหนุ่มคนนี้ที่มีการช่วยเหลือตนเองและมีการถ่ายคลิปโชว์ในส่วนตัวของตนเองจนมีคนเข้าไปพบแล้ว

นำมาแฉในโลกออนไลน์ซึ่งกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้คือกลุ่มคนที่มีปัญหาทางจิตจำเป็นจะต้องนำบุคคลเหล่านี้ไปทำการพบจิตแพทย์เพื่อรักษาอาการปัญหาทางจิตหากไม่เช่นนั้นแล้วก็จะก่อเหตุพฤติกรรมแบบนี้อยู่บ่อยๆโดยพวกเขานั้นจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่พวกเขากระทำนั้นเป็นความผิดอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ได้มีการส่งไปถึงทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามหาตัวชายคนดังกล่าวเพื่อมารับทราบคดีข้อกล่าวหาในเกี่ยวกับเรื่องของการอนาจารในที่สาธารณะและอาจจะต้องมีการตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยด้วยเช่นเดียวกันว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถึงได้ปล่อยให้มีคนเข้าไปแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแบบนี้ในมหาวิทยาลัยได้เพราะเหตุการณ์นี้อาจจะสร้างความหวาดกลัวให้กับนักศึกษาผู้หญิงในมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

     ช่วงนี้หลายคนคงมีความเครียดกันเยอะ จึงทำให้เริ่มมีปัญหาทางจิตกันมากขึ้นและแต่ละคนก็แสดงพฤติกรรมออกมาที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่มีพฤติกรรมชอบโชว์แบบนี้ ค่อนข้างที่จะเป็นอันตรายสำหรับสาวสาว ดังนั้นควรจะมีการกวดขันและจับกุมมาลงโทษให้ได้ แล้วส่งไปรักษาอาการทางจิตให้หายขาด

 

สนับสนุนโดย  next88

ขโมยขึ้นบ้านอาจารย์พยาบาล หวิดถูกข่มขืนโชคดี วาทะศิลป์ดีจึงรอด

ขโมยขึ้นบ้านอาจารย์พยาบาล หวิดถูกข่มขืนโชคดี วาทะศิลป์ดีจึงรอด

          เมื่อวันที่ 24 เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ.2563   มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้บุกรุกบ้านของอาจารย์พยาบาลท่านหนึ่ง  ซึ่งเธอมีอายุ 46 ปี โดยเธอมีบ้านพักอยู่ที่อำเภอแม่สรวย  จังหวัดเชียงราย  โดยเธอเล่าว่าในคืนวันเกิดเหตุเป็นวันที่ 24 มีผู้ชายคนหนึ่งบุกเข้าไปทำร้ายเธอถึงในบ้านพัก

ซึ่งคนร้ายนั้นได้บุกเข้ามาทางด้านหลังของเธอโดยมีการเอามือปิดทั้งตาทั้งปากของเธอหลังจากนั้นก็พยายามที่จะนำตัวเธอเข้าไปในห้องน้ำให้ได้แต่อย่างไรก็ตามเธอได้พยายามต่อสู้ขัดขืนชายคนดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้ผู้ชายคนนั้นทำร้ายร่างกายเธอซึ่งเธอนั้นถูกทั้งบีบคอและชกท้องจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมากอีกทั้งคนร้ายยังใช้มีดปาดไปที่คอของเธออีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เธอถูกคนร้ายกำลังทำร้ายร่างกายอยู่นั้นเธอก็พยายามทำใจดีสู้เสือ  พยายามมีสติให้มากที่สุดและพูดคุยกับคนร้ายโดยเธอยามใช้วาทศิลป์ที่เธอมีพูดคุยอย่างใจเย็นซึ่งเธอได้พูดกับคนร้ายว่าเธอนั้นเป็นพยาบาลและเธอนั้นมีอาชีพที่จะต้องดูแลคนป่วยถ้าหากเธอตายไปแล้วใครจะดูแลผู้ป่วยอีกทั้งยังบอกอีกด้วย

ว่าถ้าหากว่าคนในครอบครัวของคนร้ายนั้นเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาแล้วใครจะรักษาพยาบาลถ้าหากว่าคนร้ายนั้นทำร้ายเธอโดยหลังจากที่คนร้ายได้ยินคำพูดของเธอนั้นเขาก็มีท่าทีที่สงบลงหลังจากนั้นเขาก็ได้หลบหนีไปซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็ได้มีพยายามการเก็บรอยนิ้วมือหลักฐานและพยายามสืบหาตัวคนร้ายโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะตั้งใจ

แค่เพียงเข้ามาขโมยสิ่งของเท่านั้นแต่บังเอิญว่ามาเจอพยาบาลที่กลับมาที่ห้องพอดี เลยคิดที่จะฆ่าปิดปาก  หรือไม่คนร้ายก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงจึงคิดที่จะข่มขืนอย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้เมื่อวันที่ 28 เดือนมิถุนายนปี พ.ศ.2563

โดยเป็นชายที่ชื่อว่านายสุทธิรักษ์อายุ 33 ปีเขาเคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องของการเข้าไปขโมยของและทำร้ายเจ้าของซึ่งเบื้องต้นนั้นนายสุดที่รักก็ให้การปฏิเสธว่าเขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น

และยังบอกด้วยว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นเขามีพยานยืนยันสถานที่อยู่ของเขาได้เนื่องจากว่าเขากำลังตัดหญ้าอยู่ที่บ้านของญาติของเขาซึ่งเขาได้มีการทำเรื่องขอประกันตัวออกไปสู้กันในชั้นศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

เพิ่งถอยออกจากอู่ได้แค่ 20 นาทีสภาพเละเหลือแต่ซาก

เพิ่งถอยออกจากอู่ได้แค่ 20 นาทีสภาพเละเหลือแต่ซาก

รถใหม่เอี่ยม Lamborghini เพิ่งถอยออกจากอู่ได้แค่ 20 นาทีสภาพเละเหลือแต่ซากเมื่อเจออุบัติเหตุบนท้องถนน 

            เหตุการณ์ที่ทำให้ใครหลายๆคนที่มีความรักรถเป็นชีวิตจิตใจได้เห็นภาพนี้แล้วก็คงจะพากันร้องไห้น้ำตาไหลพร้อมกับเจ้าของรถ Lamborghini กันเลยทีเดียวเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนมอเตอร์เวย์เอ็มวัน

ซึ่งอยู่ในเขตเวสต์ยอร์คเชียร์โดยรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศมีการรายงานข่าวมั่วที่ 25 เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2553 ถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่ถนนมอเตอร์เวย์ M1 ซึ่งมีการถ่ายภาพออกมาเป็นภาพของรถ Lamborghini ในสภาพพังยับเยินท้ายรถเหลือแต่ซากความเสียหายโดยรายงานระบุว่าเจ้าของรถสปอร์ตคันนี้

ซึ่งไปซื้อรถหรูออกมาจากศูนย์รถ Lamborghini ด้วยขับมาบนถนนได้เพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้นซึ่งพอขับมาได้สักระยะหนึ่งปรากฏว่ารถ Lamborghini นั้นมีปัญหาขัดข้องทำให้เจ้าของรถจำเป็นต้องจอดรถอยู่กลางถนนและระวังที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรนั่นเองรถที่ขับตามหลังมาด้วยความเร็วก็พุ่งเข้าชนท้ายของรถ Lamborghini ทันทีส่งผลให้รถ Lamborghini นั้นมีสภาพอย่างที่เห็นตามรูปตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

นั่นก็คือท้ายรถนั้นพังเสียหายยับเยินส่วนคนขับรถลัมโบกินี่นั้นได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยอย่างไรก็ตามใครที่เห็นซากรถนี้ต่างก็พากันชักกันอย่างมากเลยทีเดียวเนื่องจากว่ารถ Lamborghini ที่ประสบอุบัติเหตุอยู่นี้มีราคาสูงถึงเกือบ 8 ล้านบาทเลยทีเดียวแต่เจ้าของรถได้นั่งเพียงแค่ 20 นาทีก็ได้ ทำเงินเกือบแปดล้านบาทหายวับไปในพริบตา 

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันให้ได้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เกิดเพราะว่ารถหรูเกิดเหตุขัดข้อง ซึ่งทางเจ้าของรถเองก็ต้องไปคุยกับทางบริษัทรถหรูนี้แล้วล่ะว่าเหตุใด รถที่เพิ่งถอยมาใหม่ยังไม่ถึงชั่วโมงคันนี้ถึงมีเหตุขัดข้องได้กันแน่ และใครกันทีจะต้องเป็นคนรับผิดชอบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในอุบัติเหตุในครั้งนี้ 

            สำหรับการใช้รถหรูอย่างรถยี่ห้อ   Lamborghini นี้เรามักจะเห็นข่าวอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับการที่คนขับนำรถไปประสบกับอุบัติเหตุและรถ Lamborghiniมักจะเสียหายเยอะมาก ซึ่งไม่สมกับราคาที่เจ้าของต้องซื้อมาใช้ในราคาที่แสนแพงกันเลยทีเดียว สำหรับรถ Lamborghini นั้นถือว่าเป็นรถหรูราคาแพงซึ่งมีราคาไม่เคยต่ำกว่า 5 ล้าน

แต่อย่างไรก็ตามช่วงนี้มักจะมีข่าวเกี่ยวกับรถหรูยี่ห้อนี้ออกมาอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับเรื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนนเช่นการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งเรามักจะเห็นสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นค่อนข้างเยอะดังนั้นหาคนที่ใช้รถด้วยความไม่ระมัดระวังแล้วเราก็การใช้รถราคาแพงแบบนี้จะเป็นการเสี่ยงมากที่เงินที่เสียไปกับการซื้อรถจะหายวับไปกับตา

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  entaplay

หนุ่มขี่รถมอเตอร์ไซค์ชนเข้ากับกองยางมะตอย

หนุ่มขี่รถมอเตอร์ไซค์ชนเข้ากับกองยางมะตอย

หนุ่มขี่รถมอเตอร์ไซค์กำลังจะกลับบ้านชนเข้ากับกองยางมะตอย ทำให้เสียชีวิตคาที่สาเหตุเพราะทางมืด 

         ตรงบริเวณเส้นถนนสายพานทอง- บ้านเก่าซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตจากการที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาชนกับกองยางมะต่อยที่บริเวณริมถนนซึ่งข่าวดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เดือนมิถุนายนปีพศ 2563   ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มายังจุดเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณร่างกายมีเลือดออกเต็มโดยเฉพาะใบหน้าและมีรถมอเตอร์ไซค์ล้มอยู่บริเวณกลางกองยางมะตอยอย่างไรก็ตามผู้ที่เห็นเหตุการณ์

ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ขับตามหลังรถมอเตอร์ไซค์ที่ประสบอุบัติเหตุคันดังกล่าวได้มีการจอดรถและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกู้ภัยรวมถึงรอให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยเขาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าขณะที่เขาขับรถเก๋งตามหลังรถมอเตอร์ไซค์คันที่ประสบอุบัติเหตุมาพบว่าถนนเส้นนี้ค่อนข้างมืดเพราะไม่มีไฟทางและเมื่อมายังจุดเกิดเหตุก็พบว่ารถมอเตอร์ไซค์ชนเข้ากับยางมะตอย

ซึ่งสาเหตุนั้นเป็นเพราะว่าถนนมืดมากทำให้รถมอเตอร์ไซค์นั้นมองไม่เห็นกองยางมะตอยเนื่องจากว่าช่างที่ทำถนนนั้นไม่ได้มีการติดป้ายประกาศเตือนเอาไว้และไม่ได้มีการทำไฟเตือนโชว์เฉยๆเอาไว้นั่นเองและเมื่อรถมอเตอร์ไซค์ชนเข้ากับกองยางมะตอยก็ทำให้รถนั้นล้มกลิ้งไปหลายตลบส่วนเจ้าของรถก็กระเด็นไปอีกทิศทางหนึ่งและตกลงมาที่พื้นและเสียชีวิตทันที

ซึ่งระหว่างที่พลเมืองดีกำลังให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นแฟนสาวของผู้เสียชีวิตก็เดินทางมาถึงโดยเธอเล่าว่ามีเพื่อนของแฟนนั้นได้มีการโทรไปแจ้งว่าแฟนของเธอนั้นประสบอุบัติเหตุจึงได้เดินทางมาดูแล้วก็พบว่าแฟนหนุ่มนั้นเสียชีวิตแล้วโดยเธอบอกว่าแฟนนั้นเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ซึ่งแฟนเธอเพิ่งจะเลิกงานและกำลังจะขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านแต่ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อนอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบขยายผลเกี่ยวกับสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้

โดยมีการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาหลักฐานและเพื่อที่จะได้นำไปดำเนินคดีต่อไปซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจจะต้องมีความผิดของทางผู้รับเหมาก่อสร้างที่มาก่อสร้างบนถนนแล้วไม่ได้มีการประกาศทำป้ายบอกทางให้ชัดเจนว่าข้างหน้านั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้างรวมถึงไม่มีการติดไฟเตือนทำให้ผู้ขับขี่รถมาด้วยความเร็วนั้นไม่สามารถเบรคได้ทันท่วงทีและทำให้ประสบอุบัติเหตุขึ้นได้ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังประสานงานไปยังบริษัทรับเหมาก่อสร้างให้มาแก้ไขนำไฟมาติดให้เป็นที่เรียบร้อยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ต่างประเทศ

การปะทะกันระหว่างพนักงานของธนาคาร ธกส. กับชาวบ้าน

การปะทะกันระหว่างพนักงานของธนาคาร ธกส. กับชาวบ้าน

การปะทะกันระหว่างพนักงานของธนาคาร ธกส. กับชาวบ้านที่ไปติดต่อรับบริการ ทั้งขู่และสั่งให้หยุดและฟัง

           บนโลกออนไลน์ในขณะนี้กำลังมีกระแสที่มีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะชาวโชเซียลที่จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากว่าได้มีผู้หญิงคนหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊กส่วนตัวของเธอระบุเหตุการณ์ที่ตัวเธอนั้นได้ไปรับบริการที่ธนาคาร ธกส. สาขา น้ำโสม  ซึ่งในโพสต์ของเธอนั้น มีการโพสต์ทั้งคลิปและทั้งภาพนิ่งโดยมีการระบุภายใต้ภาพว่าเธอนั้น

ไปติดต่อที่ธนาคารซึ่งเธอได้นัดกับทางผู้จัดการธนาคารไว้ว่าให้มาติดต่อช่วงประมาณ 15:00 นแต่เมื่อเธอเดินทางไปถึงที่ธนาคารในเวลา 3:00 นตรงปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้จัดการธนาคารนั้นไม่อยู่ที่ธนาคารเธอจึงได้มีการสอบถามพนักงานท่านหนึ่งซึ่งเป็นหญิงสาวเสื้อดำในภาพโดยเธอบอกว่าพนักงานสาวท่านนั้น

ได้มารับเรื่องแทนแต่พนักงานใช้คำพูดไม่สุภาพกับเธอซึ่งในคลิปจะมีการบันทึกเกี่ยวกับเรื่องของรายละเอียดการคุยกันเอาไว้ ในคลิปนั้นพนักงานจะใช้น้ำเสียงค่อนข้างแข็งคุยกับลูกค้ารวมถึงมีลักษณะท่าทางที่บ่งบอกว่ากำลังมีอาการหงุดหงิดในการเข้ามาคุยกับลูกค้าโดยพนักงานคนดังกล่าวยืนยันว่าหัวหน้างานของเธอนั้น

ไม่อยู่ออกไปทำธุระข้างนอกและเธอรู้แล้วว่าหัวหน้างานของเธอนัดกับลูกค้าเอาไว้ซึ่งเธอกำลังทำธุระแทนต่อให้โดยให้ลูกค้านั้นหยุดฟังเธอก่อนไม่ให้พูดและเมื่อลูกค้าจะพูดอะไรขึ้นมาเธอก็จะใช้คำพูดแค่ว่าให้หยุดและให้ฟังอย่างเดียวเท่านั้นด้วยน้ำเสียงที่ตะคอกโดยมีการขู่ลูกค้าด้วยว่าถ้าหากลูกค้ายังคงพูดอยู่ต่อไปเธอจะไล่ลูกค้าทุกคนกลับบ้าน

ให้หมดซึ่งทำให้ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการที่ธนาคารที่ได้รับการบริการที่ไม่ดีนั้นรู้สึกไม่พอใจกับการบริการของพนักงานในขั้นนี้จึงได้นำมาโพสต์เพื่อมอบให้กับเพื่อนใน Facebook ของตนเอง

ฟังอย่างไรก็ตามเมื่อคลิปนี้ได้มีการเผยแพร่ออกไปปรากฏว่ามีการแชร์ต่อกันไปเป็นจำนวนมากซึ่งหลายคนนั้นมองว่าการบริการของพนักงานนั้นไม่ถูกต้องเพราะถึงแม้ว่าจะไม่พอใจเลยลูกค้าหรือประชาชนที่เข้าไปใช้บริการมากแค่ไหนคุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาพูดจาไม่ดีใส่ลูกค้าที่ไปรับบริการเพราะพนักงานสามารถหาวิธีการเเนะนำ

หรือวิธีการอื่นได้ดีกว่านี้เนื่องจากว่างานธนาคารนั้นคืองานบริการดังนั้นต่อให้ไม่พอใจหรืออารมณ์เสียมาจากไหนก็ไม่ควรมาใส่อารมณ์กับลูกค้านั่นเอง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้คาดว่าทางสำนักงานของธนาคาร ธกส. อาจจะต้องมีการตรวจสอบการให้บริการของพนักงานคนดังกล่าวเพราะกระทบกับชื่อเสียงของธนาคารเป็นอย่างมาก

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน บาคาร่า

หมอธรรมนิมิตเห็นคนร้ายที่ฆ่าน้องชมพู่

หมอธรรมนิมิตเห็นคนร้ายที่ฆ่าน้องชมพู่

หมอธรรมนิมิตเห็นคนร้ายที่ฆ่าน้องชมพู่ เป็นคนนอกหมู่บ้านและตอนนี้หนีไปเรียบร้อยแล้ว

            คดีการเสียชีวิตของเด็กหญิงชมพู่อายุ 3 ขวบซึ่งมีการเสียชีวิตมาแล้วตั้งแต่วันที่ 21 เดือน พฤษภาคมปีพศ2563 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นั้นได้มีการพบศพและมีการติดตามหาตัวคนร้ายอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาเกิน 1 เดือนแล้วแต่อย่างไรก็ตามในตอนนี้ก็ยังไม่พบผู้กระทำความผิดแต่อย่างใดซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการติดตามหาคนกระทำความผิดในครั้งนี้

ได้มีทั้งพระและหมอดูดวงต่างๆต่างก็พากันมาบอกกล่าวการหาที่ซ่อนของสิ่งของที่จะนำไปถึงการจับตัวคนที่ฆ่าน้องชมพู่ได้แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่พบตัวฆาตกรว่าเป็นใครโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการนำคนทั้งหมู่บ้านนั้นมาทำแผนเพื่อหาช่วงเวลาที่จะมีคนหายไปในช่วงที่น้องชมพู่หายตัวไปและมีการนำ DNA ของคนในหมู่บ้านนั้น

ไปตรวจทั้งหมดแต่ก็ยังไม่สามารถออกมายืนยันได้ว่าใครที่เป็นคนฆ่าน้องชมพู่กันแน่ซึ่งผู้ต้องสงสัยหลักของเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นคุณลุงของน้องชมพู่นั่นเองอย่างไรก็ตามมีหมอดูที่ชื่อว่าหมอธรรมซึ่งเป็นคนที่ชาวบ้านนั้นนับถืออย่างมากได้มีการออกมาพูดถึงเรื่องนิมิตที่หมอทำได้เห็นว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุนั้นไม่ใช่คนในหมู่บ้าน

และตอนนี้ญาติพี่น้องของคนที่ก่อเหตุนั้นก็ได้พาคนที่ก่อเหตุนั้นหลบหนีไปแล้วส่วนคนที่ก่อเหตุนั้นจะมีลักษณะเป็นผู้ชายที่มีผิวคล้ำแถมยังบอกด้วยว่ามีการแต่งกายด้วยเสื้อเหมือนลายทหารใส่กางเกงสีดำและมีผมยาวแต่ไม่สามารถเห็นใบหน้าได้ชัดได้เพราะมีการปิดบังใบหน้าเอาไว้อย่างไรก็ตามใจคนดังกล่าวนั้นได้ตัดผมของน้องชมพู่เพื่อไปทำพิธีสะกดวิญญาณไม่ให้น้องชมพู่นั้นอาฆาตแค้นอย่างไรก็ตามลักษณะของตัวฆาตกรที่หมอทำพูดมานั้นได้มีคนในหมู่บ้านออกมาพูดว่าเคยเห็นชายในลักษณะดังกล่าว

ซึ่งไม่ใช่คนในหมู่บ้านแต่จะเห็นเข้ามาเดินทางในหมู่บ้านปีละ 1 ครั้งโดยครั้งล่าสุดเห็นเมื่อปีที่แล้วแต่ปีนี้ยังไม่เห็นในขณะเดียวกันหมอทำได้บอกถึงขั้นตอนที่น้องชมพู่ถูกนำตัวออกไปจากบ้านว่าชายคนดังกล่าวนั้นมาที่เขาภูเหล็กไฟและขณะที่เขากำลังเดินลงเขานั้นบังเอิญว่าผ่านมาเห็นน้องชมพู่เล่นอยู่หน้าบ้านจึงเกิดอารมณ์ทางเพศจึงได้วิ่งอุ้มตัวน้องชมพู่ไป

เพื่อหวังจะเอาไปข่มขืนแต่ระหว่างที่มาอุ้มนั้นน้องชมพู่เกิดร้อง และตะโกนให้พี่สาวช่วยชายคนดังกล่าวจึงได้เอาเสื้ออุดปากและจมูกน้องชมพู่จนทำให้น้องชมพู่นั้นเสียชีวิตระหว่างทางเมื่อฆาตกรเห็นว่าน้องชมพู่ตายแล้วจึงไม่ได้ทำอะไรกับศพแต่สตางค์เหมือนว่าศพนั้นโดนข่มขืนและนำร่องรอยของน้องชมพู่ไปทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ

เพื่อไม่ให้สามารถตามตัวได้ส่วนเสื้อผ้าของน้องชมพู่นั้นยังคงถูกฝังดินเอาไว้ซึ่งหมอทำเองก็ได้มีการเขียนลายแทงบอกจุดฝังเสื้อผ้าของน้องชมพู่แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่พบเสื้อของน้องชมพู่ตามแหล่งที่มาทำบอก

 

สนับสนุนโดย  sagame

หนุ่มจีนจอดรถไว้ริมถนนตื่นเช้ามา เปิดประตูรถเจอทารกอยู่เบาะหลัง

หนุ่มจีนจอดรถไว้ริมถนนตื่นเช้ามา เปิดประตูรถเจอทารกอยู่เบาะหลัง

             เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีนโดยมีรายงานข่าวจากสำนักข่าวของจีนรายงานเมื่อวันที่ 5 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ว่ามีชายหนุ่มจีนคนหนึ่งเขาได้โทรศัพท์ไปแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบเด็กทารกอยู่ในรถด้านเบาะหลังของรถของเขาเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงตรงจุดเกิดเหตุการณ์จริงคนดังกล่าวก็ได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารถคันดังกล่าวนี้เป็นรถของเขาเอง

ซึ่งเขาต่อทิ้งไว้ก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนห้องพักแต่เมื่อช่วงเช้าที่เขาเดินลงมาเปิดประตูรถก็พบว่ามีเด็กทารกนอนอยู่ที่บริเวณเบาะหลังซึ่งทารกนั้นเป็นเพศหญิงและมีผ้าถุงพลาสติกห่อหุ้มเอาไว้โชคดีมากที่ตอนที่ตำรวจไปถึงนั้นเด็กทารกคนดังกล่าวนั้นยังแข็งแรงดียังไม่เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวเด็กทารกหญิงไปส่งโรงพยาบาลเพื่อให้ทางโรงพยาบาลตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากนั้นก็ทำการตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวเพื่อติดตามหาตัวแม่ของทารกหญิงคนดังกล่าวซึ่งในที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวหญิงวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปีได้โดยเธอรับสารภาพว่าเธอเป็นแม่ของเด็กทารกคนนั้นจริงๆโดยเธอบอกว่าเธอนั้นท้องก่อนแต่งงานและเธอไม่พร้อมที่จะให้คนอื่นมารับรู้ว่าเธอยังไม่แต่งงานแต่เธอมีลูกแล้วหลังจากนั้นเธอได้คลอดลูกช่วงประมาณกลางดึกแล้ว

ได้นำผ้าห่อร่างของลูกมาเก็บไว้ในรถเก๋งคันดังกล่าวซึ่งเธอได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าหลังจากที่เธอทำไปนั้นเธอรู้สึกผิดและรู้สึกเสียใจกับการกระทำในครั้งนี้ของเธอมากเลยเธอรับปากว่าเธอจะเลี้ยงทารกคนนี้ให้อย่างดีที่สุดนับจากนี้เธอจะดูแลลูกของเธอเองจะไม่เอารูปของเธอไปทิ้งอีกขาดยังไงก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดประเทศจีนอยู่ในเมือง เหวินโจว  มณฑลเจ้อเจียง

           คดีที่เรามักจะพบอารบถูกนำไปทิ้งไม่ว่าจะเป็นการทิ้งด้วยสภาพที่เด็กทารกนั้นเสียชีวิตแล้วหรือการทิ้งในสภาพที่เด็กทารกนั้นยังไม่เสียชีวิตก็ตามไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือต่างประเทศก็มักจะพบปัญหาเด็กวัยรุ่นท้องในระหว่างที่ยังไม่พร้อมเป็นการท้องเพราะความรักสนุกและท้ายที่สุดแล้วเมื่อคลอดลูกออกมาก็ไม่สามารถเลี้ยงดูรูปได้ตัดสินใจที่จะนำรูปไปทิ้งซึ่งหากโชคดีก็จะมีคนมาเจอแล้วนำเด็กคนนั้นไปส่งให้กับมูลนิธิเพื่อเด็กจะได้มีที่อยู่ที่กินและมีอนาคตต่อไป

แต่ถ้าหากโชคไม่ดีไม่มีคนมาพบเด็กเหล่านั้นก็จะเสียชีวิตเนื่องจากถูกแมลงกัดหรือสัตว์ทำร้ายจนตายหรือขาดน้ำขาดอากาศหายใจตายนั่นเองซึ่งที่ผ่านมาก็มีกฎหมายออกมากระทำโทษผู้กระทำความผิดแต่ถึงจะมีกฎหมายออกมาอย่างไรเราก็มักจะเห็นว่ายังมีวัยรุ่นหรือกลุ่มคนที่ท้องในขณะที่ยังไม่พร้อมยังคงแสดงพฤติกรรมแบบนี้อยู่อีกซึ่งต้องรอให้รัฐบาลนั้นหาแนวทางป้องกันว่าหากยังไม่พร้อมที่จะมีลูกนั้นจะมีวิธีการแก้ไขยังไงได้บ้างแทนที่จะปล่อยให้เด็กเกิดออกมาแล้วไปทิ้งขว้างให้เขาตาอยู่ข้างทางหรือไม่ก็เป็นภาระให้กับมูลนิธิต้องเลี้ยงจนเติบใหญ่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa